News Logo
หน้าแรก
ปิดฉากคดียักยอก50ล.! อดีตรองปลัดอบต.พิมาย ใช้บัตรพี่สะใภ้อำพรางตัวหนี

ปิดฉากคดียักยอก50ล.! อดีตรองปลัดอบต.พิมาย ใช้บัตรพี่สะใภ้อำพรางตัวหนี

7 ส.ค. 2569 11:59
ผู้ชม 318 คน

"...ก่อนหน้านี้ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่มีการหลบหนีคดีจึงทำให้ถูกออกหมายจับ โดยหลังการหลบหนีคดีไป เจ้าตัวได้ใช้วิธีการนำบัตรประชาชน เอกสารหลักฐานแสดงตัวตนของพี่สะใภ้ มาอำพรางแทนตนเอง ก่อนจะเข้าไปสมัครทำงานกับทนายความรายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ทำหน้าที่เป็นเสมียนทนายและเลขาฯ ..."

เป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตยักยอกเงินครั้งใหญ่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ภาคอีสาน

สำหรับคดียักยอกเงินออกจากคลังขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) พิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวนเงินกว่า 50 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2559

เมื่อล่าสุดผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ จำนวน 2 ราย คือ นายบุญรอง คำเสียง อดีตนายก อบต.พิมาย และ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ อดีตรองปลัด อบต.พิมาย ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ตัดสินลงโทษเป็นทางการแล้ว

นายบุญรอง คำเสียง ถูกตัดสินลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3)  ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 5,030,071.31 บาท แก่ อบต.พิมาย

นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ถูกตัดสินลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง รวมจำคุกจำเลย 95 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 5,030,071.31 บาท แก่ อบต. พิมาย

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

อดีตรองปลัด อบต.พิมาย โดนคุก 95 ปี ตามรอย 'นายกฯ บุญรอง' คดียักยอกเงิน

อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับคดีนี้ หากโฟกัสข้อมูลไปที่ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ อดีตรองปลัด อบต.พิมาย จะพบว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เกี่ยวกับกระบวนการวางแผนจับกุมตัว ของ ป.ป.ช.

กล่าวคือ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ปรากฏข่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ป.ป.ช. ได้นำตัว นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา รับตัวไว้ พร้อมแจ้งสิทธิให้รับทราบตามกฎหมาย และนำตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

หลังจากก่อนหน้านี้ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่มีการหลบหนีคดีจึงทำให้ถูกออกหมายจับ 

โดยหลังการหลบหนีคดีไป เจ้าตัวได้ใช้วิธีการนำบัตรประชาชน เอกสารหลักฐานแสดงตัวตนของพี่สะใภ้ มาอำพรางแทนตนเอง ก่อนจะเข้าไปสมัครทำงานกับทนายความรายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ทำหน้าที่เป็นเสมียนทนายและเลขาฯ 

แต่มีเหตุบังเอญที่ทนายความรายนี้ รับว่าความทำคดีให้กับผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่งที่ทำงานในเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาและถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ต้องมีการต่อสู้คดีในชั้นศาล จึงมีการว่าจ้างทนายความรายนี้มาทำคดีให้ 

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวน ป.ป.ช. แกะรอยจนพบว่า เสมียนทนายความรายนึ้ แท้จริงแล้ว คือ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ อดีตรองปลัด อบต. พิมาย ที่หลบหนีหมายจับอยู่นั่นเอง

โดยนางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ จะทำทรงผม แต่งหน้า ให้ละม้ายคล้ายกันกับพี่สะใภ้ และจะใส่เสื้อสีฟ้า ซึ่งเป็นสีเสื้อที่พี่สะใภ้ ใส่ถ่ายรูปติดบัตรประชาชนอยู่ตลอดเวลา 

จึงได้วางแผนลวงกลับ แจ้งให้เจ้าตัวมาส่งเอกสารต่อสู้คดีที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา แล้วแสดงตัวเข้าทำการจับกุมในเวลาต่อมา  

เบื้องต้น เจ้าตัวปฏิเสธว่าผู้ที่ถูกออกหมายจับไม่ใช่ตนเอง ตนเองเป็นน้องสาว ที่มากับทนายความ

เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จึงพาไปตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ ยืนยันตัวตนที่ว่าการอำเภอ เจ้าตัวเลยต้องยอมรับ ว่า เป็นนางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในคดียักยอกเงินออกจากคลังของ อบต.พิมาย เป็นจำนวนเงินกว่า 50 ล้านบาท ข้างต้น

ภาพการจับกุมตัวนางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ

ภาพการจับกุมตัวนางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ

ก่อนที่ในเวลาต่อมา สำนักงาน ป.ป.ช. จะเผยแพร่ข่าวการจับกุม นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ เป็นทางการ 

ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 ในขณะนั้น ได้มอบหมายให้ งานสืบสวนคดีทุจริต ภาค 3 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 ทำการจับกุม นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ อดีตรองปลัด อบต.พิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 คดียักยอกเงินออกจากคลัง อบต.พิมาย รวมมูลค่าที่รัฐเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งผลให้ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ไหวตัว และมีพฤติการณ์หลบหนี โดยใช้วิธีการนำบัตรประชาชน และเอกสารหลักฐานแสดงตัวตนของพี่สะใภ้ มาอำพรางตนเอง ก่อนจะไปสมัครทำงาน “หนีซุกปีก” ทนายความคนดังรายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ทำหน้าที่เป็นเสมียนทนายและเลขาคนสนิท

ในช่วงเวลา 07.00 น. เป็นเหตุบังเอิญที่ทนายความคนดัง รายนี้รับว่าความทำคดีให้กับผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่งในเขตจังหวัดนครราชสีมา จึงมีความจำเป็นที่ทนายความคนดัง พร้อมเลขาคนสนิทรายดังกล่าว ต้องเดินทางมายัง สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3

เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 ได้ดำเนินการแกะรอยและตรวจสอบข้อเท็จจริง จนกระทั่งยืนยันแล้วว่า “เลขาคนสนิทรายดังกล่าวนี้” คือ “นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ” บุคคลตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จริง แม้นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ จะทำทรงผม แต่งหน้าให้มีลักษณะเหมือนพี่สะใภ้ และอ้างตนว่าเป็นพี่สะใภ้

เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าว ซึ่งตอนแรก นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ให้การปฏิเสธว่าตนไม่ใช่บุคคลตามหมายจับ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ฯ ก็ได้พูดคุยอธิบาย จนกระทั่ง ผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าวให้การยอมรับว่าตน คือ บุคคล ตามหมายจับ

ในช่วงเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 จึงได้นำตัว นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ไปทำบันทึกการจับกุม ณ สภ.เมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป

จนกระทั่ง ปัจจุบันเวลาผ่านมา 2 ปี เศษ ศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ เป็นทางการ คือ ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง รวมจำคุกจำเลย 95 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 5,030,071.31 บาท แก่ อบต. พิมาย

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา

ถ้านางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชชา พิมพ์พุทธชาติ ไม่อุทธรณ์สู้ต่อ คดีนี้ก็จะปิดฉากลงเป็นทางการ

ขณะที่ลักษณะวิธีการ ของ  นางวาสนา พลทา หรือ นางสาวพิมพ์พิชาชน พิมพ์พุทธชาติ ในการนำบัตรประชาชน เอกสารหลักฐานแสดงตัวตนของพี่สะใภ้ มาอำพรางแทนตนเอง เพื่อหลบหนีหมายจับ รวมไปถึงการวางแผนของ ป.ป.ช.ในการจับกุมตัวครั้งนี้ 

นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ และต้องบันทึกไว้เป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวน ทำคดีอื่นๆ ต่อไป 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
รองปลัด อบต.พิมาย
คดียักยอกเงิน
อบต.พิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นพ.สรณ'ยังไม่เซ็น 'USO 3' กว่า 5.8 พันล้าน เผยรายชื่อผู้ชนะ 5 เขต
'นพ.สรณ'ยังไม่เซ็น 'USO 3' กว่า 5.8 พันล้าน เผยรายชื่อผู้ชนะ 5 เขต