ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'พันโท พิชัย คำแดง' อดีตอัยการศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ รายงานคดีไม่ตรงตามความเป็นจริง กรณีขรก.มียาเสพติดให้โทษ-แก้ไขข้อความในสารบบมิชอบ ล่าสุด ศาลมณฑลทหารบกที่ 36 พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี ยกคำร้องขอรอลงอาญา เหตุใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา พันโท พิชัย คำแดง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ รายงานคดีฐานข้าราชการมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) ไม่ตรงตามความเป็นจริง และแก้ไขสารบบความอัยการในช่องข้อหาโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161 , 264 และ 265 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช.พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลมณฑลทหารบกที่ 36 มีคำพิพากษาว่า พันโท พิชัย คำแดง จำเลย มีความผิดเป็น 2 กระทง คือ
1.จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 2) มาตรา 65 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ลดโทษที่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลงกึ่งหนึ่ง เป็นโทษจำคุก 2 ปี
2.จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 265 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 2) มาตรา 65 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ลดโทษที่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลงกึ่งหนึ่ง เป็นโทษจำคุก 2 ปี
รวมโทษ 2 กระทง คงให้จำคุก พันโทพิชัย คำแดง จำเลย ไว้มีกำหนด 4 ปี
ตามที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย พร้อมทั้งได้แนบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาด้วยนั้น
ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการในตำแหน่งรักษาราชการอัยการศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ และอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 16 จำเลยจึงมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมในสังคมเพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรม แต่จำเลยกลับใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยสิบโท พงษ์อนันต์ หรือ ต้า สมบูรณ์ จำเลย ให้ได้รับโทษน้อยลง ตามสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีที่จำเลยได้กระทำ ยังไม่มีเหตุผลสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกจำเลย ประกอบกับศาลได้ลงโทษจำเลยในสถานเบาอยู่แล้ว จึงให้ยกคำขอของจำเลยในส่วนที่ขอให้รอการลงโทษ
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลมณฑลทหารบกที่ 36
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




