ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา 'สมาน สะแต' อดีตผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ยะลา เรียกเงินค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบรายเดือน ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษคุก 5 ปี นับโทษต่อ 2 คดีก่อนหน้า 415 ปี , 2 ปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสมาน สะแต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา เรียกรับเงินในลักษณะเป็นค่าดูแลหรือค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบกิจการค้าไม้เป็นรายเดือน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , 157 และตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืน ตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่มีคำพิพากษาว่า นายสมาน สะแต จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 148 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 148 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม มาตรา 90
จำคุก 5 ปี
ให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ ที่ อท 56/2563 หมายเลขแดงที่ 6/2565 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 57/2563 หมายเลขแดงที่ 9/2565 ของศาลนี้ตามลำดับ
ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่อัยการสูงสุด (อสส.) หารือไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
คดีนี้ นับเป็นคดีที่ 3 ของ นายสมาน สะแต ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญา และส่งเรื่อง อสส.ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
คดีแรก เรียกรับสินบนเพื่อแลกกับการออกหรือต่อใบอนุญาตโรงงานแปรรูปไม้ในยะลา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาจำคุกนายสมาน สะแต 83 กรรม จำคุกรวมสูงถึง 415 ปี แต่กำหนดโทษจริง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
คดีสอง ต่อใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักร โดยมิชอบ ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ให้จำคุก 2 ปี
เท่ากับว่า นายสมาน สะแต โดนโทษ 3 คดี คดีแรก 415 ปี (ติดจริง 50 ปี) คดีสอง 2 ปี และคดีสาม 5 ปี)




