ป.ป.ช. ชี้มูล "ชัยมงคล ไชยรบ" อดีตนายก อบจ.สกลนคร พร้อมพวก ทุจริตจัดซื้อผ้าห่มนวม 11 ล้านบาท พบล็อกสเปก-ตั้งราคาเกินจริง ทำรัฐเสียหาย 3 ล้านบาท อนุมัติ 9 สัญญา ซื้อผ้าห่มนวมผืนละ 220 บาท สูงกว่าราคามาตรฐาน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่เอกสารข่าวแจกกรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนายชัยมงคล ไชยรบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร กับพวก กรณีทุจริตในโครงการจัดซื้อผ้าห่มนวมกันหนาวขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ปีงบประมาณ 2553 วงเงิน 11,000,000 บาท โดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางสมยอมราคาและกำหนดราคาสูงเกินจริง ทำให้ อบจ.สกลนคร ได้รับความเสียหายกว่า 3,000,000 บาท ซึ่งนายชัยมงคล ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 77 นอกจากนี้นายสันติ ไชยยศ รองนายก อบจ.สกลนคร ก็ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาเช่นกัน ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 4 ราย ได้แก่ นายพัฒนา พิมพะสาลี เจ้าหน้าที่พัสดุ, นายสมัย โพธิทองดี หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ, นางทองหล่อ ปารีพันธ์ หัวหน้าฝ่ายพัสดุ และนางพัฒนาวดี จันทร์นวล (หรือวิริยปิยะ) ปลัด อบจ.สกลนคร ถูกชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรง ขณะที่นางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน์ ที่ปรึกษานายก อบจ.สกลนคร และนายสังขพงศ์ นพแก้ว กับนางปาริชาติ (หรือวริทยา) อุประชัยวุฒิ ซึ่งเป็นผู้จัดทำใบเสนอราคา ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิดดังกล่าวด้วย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 จังหวัดสกลนครได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) และขอรับการสนับสนุนผ้าห่มกันหนาวจาก อบจ.สกลนคร จากนั้นนายชัยมงคล ไชยรบ ได้เห็นชอบให้ดำเนินการจัดซื้อ ต่อมามีการสืบราคาผ้าห่มนวมกันหนาวเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดซื้อ และพบความผิดปกติเมื่อนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน์ ที่ปรึกษานายก อบจ.สกลนคร ได้ติดต่อประสานงานให้นายสังขพงศ์ นพแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนอนดีเน้ หนองบัวสิม เป็นผู้จัดทำใบเสนอราคาและกำหนดราคาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 4 กลุ่ม ให้เสนอราคาอยู่ที่ผืนละ 235 - 238 บาท ขณะที่มีอีก 1 กลุ่มเสนอราคาผืนละ 160 บาท
แม้ราคาเฉลี่ยที่เจ้าหน้าที่พัสดุคำนวณได้คือผืนละ 221.40 บาท แต่ปรากฏว่านายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร ได้อนุมัติให้จัดซื้อผ้าห่มนวมกันหนาวด้วยวิธีกรณีพิเศษ ในราคาผืนละ 220 บาท จำนวน 50,000 ผืน รวมเป็นเงิน 11,000,000 บาท ทั้งที่ผ้าห่มนวมดังกล่าวมีราคาขายทั่วไปตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดอยู่ที่ผืนละ 120 - 160 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ นายพัฒนา พิมพะสาลี ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ กลับดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว โดยจัดทำหนังสือเชิญกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 9 กลุ่ม ให้ไปเสนอราคา แต่ไม่เชิญกลุ่มที่เสนอราคาผืนละ 160 บาท
ต่อมา นายสังขพงศ์ นพแก้ว และนางปาริชาติ (หรือวริทยา) อุประชัยวุฒิ ได้จัดทำใบเสนอราคาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้ง 9 กลุ่ม โดยทุกกลุ่มเสนอราคาผ้าห่มนวมกันหนาวในราคาเท่ากันที่ผืนละ 220 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดถึงผืนละ 60 บาท และเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2553 นายชัยมงคล ไชยรบ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายผ้าห่มนวมกันหนาวกับกลุ่มวิสาหกิจทั้ง 9 กลุ่ม จากนั้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อรวม 11,000,000 บาท ส่งผลให้ อบจ.สกลนคร ได้รับความเสียหายจากการจัดซื้อผ้าห่มนวมในราคาสูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้ว ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป แต่ ป.ป.ช. ยังคงมีมติให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจ และส่งไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนหรือผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าวต่อไป




