News Logo
หน้าแรก
เปิดผลคดีทุจริต คุก395 ปี อดีตนายกอบต.เมืองเก่า-พวกโดน158 ปี 1,264 ด.

เปิดผลคดีทุจริต คุก395 ปี อดีตนายกอบต.เมืองเก่า-พวกโดน158 ปี 1,264 ด.

15 ส.ค. 2569 10:59
ผู้ชม 1,479 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"...คดีกล่าวหา นายบรรจง ทัดนุ่ม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย กับพวก ปลอมเอกสารรายงานการประชุมสภา อบต.เมืองเก่า เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ โดยมิชอบ และไม่เบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง..."

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายบรรจง ทัดนุ่ม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย กับพวก ปลอมเอกสารรายงานการประชุมสภา อบต.เมืองเก่า เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ โดยมิชอบ และไม่เบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามกฎหมายอาญา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา

โดยศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายบรรจง เป็นเวลา 395 ปี พร้อมพวก 1 ราย แต่ลงโทษสูงสุดตามกฎหมายได้ 50 ปี

ส่วนพวกอีก 1 ราย โดนโทษจำคุก 158 ปี 1,264 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดตามกฎหมายได้ 50 ปี

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

คุก 395 ปี! อดีตนายกอบต.เมืองเก่า-พวก ปลอมรายงานประชุมสภาฯ ทำโครงการ

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดผลคดีนี้ฉบับเต็ม ที่อยู่ในฐานข้อมูลคดีทุจริตของ สำนักงาน ป.ป.ช.

เรื่องกล่าวหา

เรื่องกล่าวหาในคดีนี้เป็นทางการ ระบุว่า นายบรรจง ทัดนุ่ม อดีตนายก อบต.เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย กับพวก ปลอมเอกสารรายงานการประชุมสภา อบต.เมืองเก่า เพื่อดำเนินโครงการต่างๆ โดยมิชอบ และไม่เบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา ตามมาตรา 151, 157 , 162 (1) (4) ,264 , 265 , 268 , ประกอบมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 172 ประกอบ ป.อ.มาตรา 86 และ 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา

รายชื่อจำเลย

โดยคดีนี้ มีจำเลย 3 ราย คือ นายบรรจง ทัดนุ่ม จำเลยที่ 1 อดีตนายก อบต.เมืองเก่า , นายชัยเดช ทุมรัตน์ จำเลยที่ 2 (เคยมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักปลัด รักษาราชการแทนปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า) และ นางธนญา วัฒนกุลธารา จำเลยที่ 3

ผลคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ จำเลยทั้งสาม โดยนายบรรจง ทัดนุ่ม จำเลยที่ 1 และ นายชัยเดช ทุมรัตน์ จำเลยที่ 2 ถูกตัดสินลงโทษจำคุกคนละ 395 ปี แต่ลงโทษสูงสุดตามกฎหมายได้ 50 ปี

ส่วน นางธนญา วัฒนกุลธารา จำเลยที่ 3 ดนโทษจำคุก 158 ปี 1,264 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดตามกฎหมายได้ 50 ปี

ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83

จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) (4)

จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

2.การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามฟ้องข้อ 1 และข้อ 34 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

รวม 2 กระทง จำคุกคนละกระทงละ 5 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 10 ปี

การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 33 และข้อ 35 ถึงข้อ 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

รวม 77 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 385 ปี

การกระทำของจำเลยที่ 2 ตามฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 33 และข้อ 35 ถึงข้อ 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

รวม 77 กระทง 5 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 ทั้งสิ้น 385 ปี

เมื่อรวมโทษ 79 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนดคนละ 395 ปี

ทั้งนี้ ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

3.การกระทำของจำเลยที่ 3 ตามฟ้องข้อ 1 และข้อ 34 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 32 เดือน

การกระทำของจำเลยที่ 3 ตามฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 33 และข้อ 35 ถึงข้อ 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 77 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี 16 เดือน เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 ทั้งสิ้น 154 ปี 1,232 เดือน

เมื่อรวมโทษ 79 กระทง คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 158 ปี 1,264 เดือน

ทั้งนี้ ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

4. ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 131/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 132/2568 ของศาลนี้

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 27/2569 ของศาลนี้ นั้น เมื่อปรากฏว่าคดีหมายเลขดำที่ อท 27/2569 ของศาลนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีดังกล่าวได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้เสีย

ป.ป.ช.เห็นควรไม่อุทธรณ์

เบื้องต้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 13 กรกฏาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบว่า ไม่มีเหตุอันควรที่จะอุทธรณ์ คำพิพากษา

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

อนึ่ง สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า สำหรับคดีความของ นายบรรจง ทัดนุ่ม ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 ปรากฏข่าวถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีทุจริตขายทอดตลาดพัสดุชำรุดเสื่อมสภาพ ประจำปีงบประมาณ 2554 เอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางราย แต่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4  มีคำพิพากษายกฟ้องนายบรรจง และพวกทุกราย 

ส่วนอีกคดีที่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา ยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นคดีอะไร?

หากมีข้อมูลเพิ่มเติม จะนำมาเสนอให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
คุก 395 ปี
อดีตนายกอบต.เมืองเก่า
ปลอมรายงานประชุมสภา
ป.ป.ช.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บ้าน 2 ชั้น! เปิดโฉม บ.PNY รับจ้างผลิตรายการเจาะข่าวย่อโลกไทยพีบีเอส
บ้าน 2 ชั้น! เปิดโฉม บ.PNY รับจ้างผลิตรายการเจาะข่าวย่อโลกไทยพีบีเอส