ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ปทมา นุ่นประสิทธิ์' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก ชัยนาท เบิกจ่ายเงินโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพทัศนศึกษาผู้บริหาร เป็นเท็จ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน พร้อมพวก 1 ราย -อีก 2 คน ยกฟ้อง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวปทมา นุ่นประสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท กับ พวก คือ นายก้าน ทิพวรรณ์ นางสาวพิกุล กลิ่นแก้ว นางสาวธนภรณ์ กลมเกลียว เบิกจ่ายเงินโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพทัศนศึกษาของผู้บริหาร ผู้ช่วยผู้บริหารฯ เป็นเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 , 157 และ 162 (1), (4) และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ประกอบพ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ดังนี้
1. ลงโทษจำคุก นางสาวปทมา นุ่นประสิทธิ์ จำเลยที่ 1 และ นางสาวธนภรณ์ กลมเกลียว จำเลย ที่ 4 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147 เดิม, มาตรา 151 เดิม, มาตรา 157 เดิม, มาตรา 162 (1) (4) เดิม และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบ ป.อ. มาตรา 83
การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 4 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 เดิม และมาตรา 151 เดิม แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 เดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีบทโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90
จำคุกคนละ 5 ปี
คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและคำเบิกความของจำเลยที่ 1 และที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 คนละหนึ่งในสาม คงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 4
เป็นจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วนคำขออื่นให้ยก
2.ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุดจำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ





