News Logo
หน้าแรก
ศาลฎีกาฯชั้นอุทธรณ์สั่งจำคุก 'สมหญิง' 3 ปี 4 เดือน โกงสร้างสนามฟุตซอล

ศาลฎีกาฯชั้นอุทธรณ์สั่งจำคุก 'สมหญิง' 3 ปี 4 เดือน โกงสร้างสนามฟุตซอล

26 ส.ค. 2569 19:56
ผู้ชม 177 คน

ศาลฎีกาฯนักการเมืองชั้นอุทธรณ์ สั่งจำคุก 'สมหญิง บัวบุตร' อดีค สส.เพื่อไทย 3 ปี 4 เดือน พร้อมพวกคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล มูลค่า 45 ล้านบาท ชี้ ส.ส.มีส่วนกำหนดรายชื่อโรงเรียนรับงบประมาณขัดรัฐธรรมนูญ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในชั้นอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาให้จำคุกนางสมหญิง บัวบุตร จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน ในคดีหมายเลขดำที่ อม อธ 2/2567 และหมายเลขแดงที่ อม อธ 4/2569 ซึ่งเป็นคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล โดยมีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์และนางสมหญิง บัวบุตร จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 12 คน โดยก่อนหน้านี้ คดีนี้โจทก์และจำเลยที่ 1, 2, 4, 5, 8 ถึง 12 ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วครั้งหนึ่ง ลงวันที่ 5 กันยายน 2567 ซึ่งองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ต่อมาจำเลยที่ 8 ถึง 11 ได้ขอถอนอุทธรณ์และศาลมีคำสั่งอนุญาต

อย่างไรก็ตามในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน, จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 5 ปี, จำเลยที่ 5, 9, และ 11 คนละ 1 ปี 4 เดือน, จำเลยที่ 12 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน นอกจากนี้ยังปรับจำเลยที่ 4, 6, 8, และ 10 คนละ 14,978,333.33 บาท และสำหรับจำเลยที่ 3 ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี จากบทบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 ซึ่งเป็นบทลงโทษที่หนักที่สุด ส่วนจำเลยที่ 7 ถูกจำคุก 1 ปี 4 เดือน แต่ให้รอการลงโทษมีกำหนด 3 ปี ศาลยังได้สั่งให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 5, 9, และ 11 ติดต่อกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 76, 74, และ 82 ในคดีอื่นด้วย โดยไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 9, 11, และ 12

องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์มีคำพิพากษาสรุปว่า นางสมหญิง บัวบุตร จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าไปกำหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตเลือกตั้งของตนให้ได้รับงบประมาณจำนวน 45,000,000 บาท เพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 168 วรรคหก ที่ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังได้กำหนดรายชื่อโรงเรียนตามความต้องการของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง เพื่อนำงบประมาณไปลงในพื้นที่เลือกตั้งของจำเลยที่ 1 ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งเกิดอุทกภัยใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอลเท่านั้น ทำให้โรงเรียน 12 แห่ง ไม่สามารถนำงบประมาณไปใช้ก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัยตามความขาดแคลนที่แท้จริงได้

จำเลยที่ 3 ซึ่งมีอำนาจในการจัดสรรและอนุมัติงบประมาณ ได้กำหนดแบบประมาณการราคาวัสดุที่มีสินค้าของจำเลยที่ 9 ถึง 11 ไว้ล่วงหน้า และให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณลงชื่อต่อ ๆ กัน โดยมีเจตนาให้โรงเรียนนำไปกำหนดใน TOR ของแต่ละโรงเรียน ให้ต้องใช้แผ่นยางสังเคราะห์ EVA ของจำเลยที่ 10 โดยไม่ได้มีคำสั่งให้โรงเรียนทั้ง 12 แห่ง ดำเนินการสืบราคามาตรฐาน ราคาตามท้องตลาด หรือราคาที่มีการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหลังสุดภายในกำหนดเวลา 2 ปี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ทั้งที่สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดอำนาจเจริญมีข้อทักท้วงมาแล้ว ต่อมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักตรวจสอบพิเศษ ภาค 5 ตรวจสอบพบว่า โรงเรียนต่าง ๆ กำหนดราคาแผ่นยางสังเคราะห์ EVA ขึ้นเอง โดยมีราคาสูงเกินกว่าราคาท้องตลาดรวมประมาณ 24,000,000 บาท ทั้งที่แผ่นยางไม่สามารถใช้กับสนามฟุตซอลกลางแจ้งได้

นอกจากนี้ แบบประมาณการราคาวัสดุดังกล่าวยังมีการกำหนดรายชื่อหนังสือที่จำเลยที่ 9 ถึง 11 เพิ่งจัดพิมพ์ขึ้น ซึ่งหนังสือสามารถใช้งบดำเนินการในการจัดซื้อได้ แต่จำเลยที่ 3 กลับกำหนดให้มีหนังสือของจำเลยที่ 9 ถึง 11 ถึง 6 รายการ ในการก่อสร้างสนามฟุตซอลที่ใช้งบลงทุนในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นการเอื้อประโยชน์และกีดกันบุคคลอื่น อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทางราชการ.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สมหญิง บัวบุตร



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยพีบีเอสแจง สว. กรณีร้องผู้บริหารใช้รถหลวง ยันไม่พบการทุจริต
ไทยพีบีเอสแจง สว. กรณีร้องผู้บริหารใช้รถหลวง ยันไม่พบการทุจริต