News Logo
หน้าแรก
ขุดคดีทุจริตเงินเทศบาลฯ กุดดู่ ศาลฯประเดิมฟันคุกรายแรก 48 ปี 144 เดือน

ขุดคดีทุจริตเงินเทศบาลฯ กุดดู่ ศาลฯประเดิมฟันคุกรายแรก 48 ปี 144 เดือน

28 ส.ค. 2569 08:56
ผู้ชม 125 คน

"...นายอธิปัตย์ (สงวนนามสกุล) ขณะดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่ และนายถวัลย์ (สงวนนามสกุล) ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ ได้ร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเงินตามเช็คธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาหนองบัวลำภู ในนาม นายอธิปัตย์ฯ นางสร้อยสุวรรณฯ นางสาวทัศนวรรณฯ โดยเช็คไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออก และไม่ได้ขีดคร่อมเช็ค เช็คไม่ได้สั่งจ่ายเงินในนามเจ้าหนี้ หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง เช็คไม่ได้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน จนชิดคำว่า “หรือผู้ถือ” หรือ “ตามคำสั่ง” เช็คสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจลงนามในเช็คมีไม่ถึงสามคน ซึ่งไม่สามารถสั่งจ่ายได้..."

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหาอดีตนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และพวก ทุจริตสั่งจ่ายเงินงบประมาณของเทศบาลตำบลกุดดู่ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามกฎหมาย ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2563 พร้อมส่งเรื่องให้ อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

โดยศาลฯ มีคำพิพากษาตัดลงโทษจำคุก นางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ พวกอดีตนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ เป็นเวลา 48 ปี 144 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดได้ 50 ปี ตามกฎหมาย พร้อม ให้คืนเงินจำนวน 5,859,906 บาท หลังให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงานs

ล่าสุด สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลรายละเอียดคดีนี้ ในฐานข้อมูลสำนักงาน ป.ป.ช. มาเสนอ ณ ที่นี้

คดีนี้เป็นกรณีกล่าวหาอดีตนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และพวก ทุจริตสั่งจ่ายเงินงบประมาณของเทศบาลตำบลกุดดู่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147,151,157 แต่ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 เฉพาะที่เป็นการสั่งจ่ายเงินตามเช็คเลขที่ 3893560 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามปอ.วิ.อ. มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาในกรรมกระทำความผิดดังกล่าว

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาตัดสินคดีนี้ โดยปรากฏชื่อ นางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ เป็นจำเลยเพียงรายเดียว

ศาลฯ มีคำพิพากษาว่า นางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และมาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 โดยการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามมาตรา 91

ศาลเห็นว่าแต่ละกรรมเป็นกรรมเดียวที่ผิดกฎหมายหลายบท จึงลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 90 รวม 24 กรรม กำหนดโทษ จำคุกกรรมละ 5 ปี

อย่างไรก็ตาม จำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก กรรมละ 2 ปี 6 เดือน

เมื่อรวมโทษทั้ง 24 กรรม คิดเป็นโทษจำคุก 48 ปี 144 เดือน แต่เนื่องจากความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี ศาลจึงใช้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) กำหนดโทษจำคุกจำเลย รวม 50 ปี

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้จำเลย คืนเงินจำนวน 5,859,906 บาท ซึ่งเป็นเงินที่จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้แก่ เทศบาลตำบลกุดดู่ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย

เบื้องต้น หลังคำพิพากษาตัดสินของศาลฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา (ดูรายละเอียดในเอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.)

ขณะที่จากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับคดีทุจริตเงินงบประมาณของเทศบาลตำบลกุดดู่ นั้น ยังพบด้วยว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ปรากฏข่าว ป.ป.ช.รับดำเนินการไต่สวนคดีกล่าวหาอดีตผู้บริหารระดับสูง เทศบาลตำบลกุดดู่ กับพวก รวม 3 ราย กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีอาศัยโอกาสที่ตนเองมีอำนาจหน้าที่เบียดบังเงินของเทศบาล จำนวน 6 แสนบาท ไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต

ชั้นการไต่สวนคดี ของ ป.ป.ช. ระบุพฤติการณ์ว่า ในช่วงปี 2551 เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีเทศบาลตำบลกุดดู่รายหนึ่ง ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา นำเช็คธนาคารบัญชีเลขที่ของเทศบาลไปให้ผู้บริหารของเทศบาลรายหนึ่งในขณะนั้น อนุมัติให้มีการเบิก-ถอนเงินฝากในบัญชีดังกล่าว และลงลายมือชื่อกำกับ อ้างว่าจะนำไปจ่ายเงินเป็นเงินเดือน เงินค่าจ้าง ค่าตอบแทนของพนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานจ้างของเทศบาล แต่ปรากฏว่า ณ ขณะนั้นเช็คฉบับดังกล่าว ไม่ได้มีการกรอกรายละเอียด เกี่ยวกับวันที่ ผู้รับเงิน จำนวนเงินแต่อย่างใด และเมื่อผู้บริหารของเทศบาลรายนั้น ได้รับเช็คดังกล่าว ก็พิจารณาอนุมัติลงลายมือชื่อตามเงื่อนไขการสั่งจ่ายเช็ค

จากนั้น เช็คดังกล่าว ก็ถูกส่งคืนกลับมาให้ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีรายเดิม ได้เขียนกรอกรายละเอียด เกี่ยวกับวันที่ ผู้รับเงิน จำนวนเงิน โดยระบุวันที่ 30 ธ.ค.2551 จำนวนเงิน 6 แสนบาท พร้อมระบุชื่อผู้รับเช็คเป็นบุคคลคนหนึ่ง 

ขณะที่จากการสอบสวนพบว่า ในช่วงที่มีการเสนอเรื่องให้ผู้บริหารเทศบาลลงลายมือชื่ออนุมัติสั่งจ่ายเช็คดังกล่าว เทศบาลไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ในวงเงิน 6 แสนบาท ที่เขียนระบุไว้ในเช็คแต่อย่างใด  และยังไม่มีการจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง และค่าตอบแทน ไม่มีหนี้หรือภาระผูกพันที่เทศบาลจะต้องชำระตามกฎหมาย ไม่มีฎีกาเบิก-จ่ายเงิน และสมุดคุมเช็ค เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติและสั่งจ่ายเงิน ไม่ตรงตามระบบของทางราชการ โดยผ่านการกลั่นกรองและลงนามสั่งจ่ายในเช็คก่อนเสนอเรื่อง รวมทั้งการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือการจ่ายเงินเดือน เงินค่าตอบแทน ซึ่งโดยปกติการเสนอเช็คให้ผู้บริหารลงนามอนุมัติ จะต้องดำเนินการตามรูปแบบขั้นตอนและวิธีการซึ่งกำหนดไว้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ทุกครั้ง  แต่ในครั้งนี้กลับมิได้มีการดำเนินการใดๆ ตามระเบียบที่กำหนดไว้ พฤติการณ์ดังกล่าว จึงถือเป็นการอาศัยโอกาสที่ตนเองมีอำนาจหน้าที่เบียดบังเงินของเทศบาล จำนวน 6 แสนบาท ไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต และนำไปสู่การไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. ในเวลาต่อมา

ต่อมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 เผยแพร่ข่าว สืบ ป.ป.ช. รวบอดีตปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกันกับพวกยักยอกเงินของเทศบาลตำบลกุดดู่ เสียหายกว่า 6.4 ล้านบาท

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตภาค 4 สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 4 เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุดรธานี ทำการจับกุมนายอธิปัตย์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ.23/2563 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563 และศาลจังหวัดหนองบัวลำภู (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4) ที่ 2/2564 ลงวันที่ 17 มกราคม 2564 ซึ่งสามารถดำเนินการจับตัวได้ในพื้นที่ตำบลบ้านจั่น อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีพฤติการณ์การกระทำความผิด ดังนี้

1.หมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ.23/2563 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563ในขณะเกิดเหตุ ปี พ.ศ. 2551 นายอธิปัตย์ (สงวนนามสกุล) อดีตปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับเบียดบังเงินของเทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยทุจริต โดยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าการจ่ายเงินดังกล่าวไม่มีการจัดซื้อ - จัดจ้าง ไม่มีการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ไม่มีหนี้หรือภาระผูกพันที่เทศบาลตำบลกุดดู่ จะต้องชำระตามกฎหมาย ไม่มีฎีกาเบิก - จ่ายเงิน และสมุดคุมเช็คเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติและสั่งจ่ายเงิน ไม่มีการดำเนินการตามรูปแบบขั้นตอนและวิธีการซึ่งกำหนดไว้ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน การเบิกจ่าย การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และใช้ชื่อบุคคลภายนอกเป็นตัวแทนเชิดในการรับเงินตามเช็ค เป็นเหตุให้เทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เสียหาย 600,000 บาท จึงเป็นการกระทำความผิด "ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90"

2.หมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4) ที่ 2/2564 ลงวันที่ 14 มกราคม 2564 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2550 นายอธิปัตย์ (สงวนนามสกุล) ขณะดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลกุดดู่ และนายถวัลย์ (สงวนนามสกุล) ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ ได้ร่วมกันลงนามสั่งจ่ายเงินตามเช็คธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาหนองบัวลำภู ในนาม นายอธิปัตย์ฯ นางสร้อยสุวรรณฯ นางสาวทัศนวรรณฯ โดยเช็คไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออก และไม่ได้ขีดคร่อมเช็ค เช็คไม่ได้สั่งจ่ายเงินในนามเจ้าหนี้ หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง เช็คไม่ได้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน จนชิดคำว่า “หรือผู้ถือ” หรือ “ตามคำสั่ง” เช็คสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจลงนามในเช็คมีไม่ถึงสามคน ซึ่งไม่สามารถสั่งจ่ายได้ ทั้งที่รู้ว่าไม่สามารถร่วมกันลงนามออกเช็คสั่งจ่ายเงินงบประมาณได้ แต่ก็ร่วมกันลงนามออกเช็คสั่งจ่ายเงินงบประมาณโดยมิชอบหรือโดยทุจริต อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมการสั่งจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 26 ฉบับ พฤติการณ์บ่งชี้แจ้งชัดว่าการดำเนินการถอนเงินงบประมาณออกจากบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาหนองบัวลำภูของเทศบาลตำบลกุดดู่ โดยไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าได้มีการนำเงินดังกล่าวไปจ่ายให้กับเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรงแต่อย่างใด และก่อให้เกิดความเสียหายต่อเทศบาล ตำบลกุดดู่ ราชการ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลกุดดู่ รวมมูลค่าความเสียหาย เป็นเงินงบประมาณของรัฐ จำนวน 5,859,906 บาท จึงเป็นการกระทำความผิด "ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้น เป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157"

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ทั้งนี้ ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตภาค 4 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลตามหมายจับ ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองตูม ตำบลบ้านจั่น อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จึงประสานงานเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุดรธานี ร่วมกันวางแผนลงพื้นที่สืบสวนติดตามนายอธิปัตย์ (สงวนนามสกุล) บุคคลตามหมายจับรายดังกล่าว ที่บ้านเช่าในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านจั่น อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จึงประสานฝ่ายปกครองเพื่อทำการขออนุญาตผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว เพื่อขอตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าไปแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงความบริสุทธิ์ใจให้นายอธิปัตย์ฯ เป็นที่พึงพอใจแล้ว จากนั้นจึงได้แสดงและอ่านหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ.23/2563 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563 และศาลจังหวัดหนองบัวลำภู (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4) ที่ 2/2564 ลงวันที่ 17 มกราคม 2564 ให้นายอธิปัตย์ฯ ได้ฟังแล้ว พร้อมทั้งให้ภรรยานายอธิปัตย์ฯ อ่านหมายจับดังกล่าวเนื่องจากนายอธิปัตย์มีปัญหาทางด้านสายตา ทั้งนี้นายอธิปัตย์ฯ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัว พร้อมกับได้แจ้งว่าต้องถูกจับ แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ให้ทราบ จากนั้นจึงได้เรียกรถกู้ภัยเพื่อนำตัวมาทำบันทึกจับกุมที่งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี และนำตัวส่งโรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อให้แพทย์ให้ความเห็นเพื่อควบคุมตัวผู้ต้องหาในการรักษาพยาบาล และจักนำตัวส่งสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 เพื่อดำเนินการต่อไป

ขณะที่ ป.ป.ช. ระบุว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด

หลังจากนั้นคดีนี้ก็เงียบหายไป จนกระทั่งปรากฏข่าว นางสร้อยสุวรรณ มหาจันทร์ พวก อดีตนายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ ถูกศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก เป็นเวลา 48 ปี 144 เดือน แต่ลงโทษสูงสุดได้ 50 ปี ตามกฎหมาย พร้อม ให้คืนเงินจำนวน 5,859,906 บาท หลังให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ตามที่ปรากฏข่าวข้างต้น

ส่วนข้อมูลผลคำพิพากษาจำเลย รายอื่นๆ หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 48 ปี 144 ด.-ชดใช้ 5.8 ล.! 'พวก' อดีตนายกเทศฯกุดดู่ ทุจริตงบประมาณ
คุก 48 ปี 144 ด.-ชดใช้ 5.8 ล.! 'พวก' อดีตนายกเทศฯกุดดู่ ทุจริตงบประมาณ