ตัดสินแล้ว! คดีซื้อที่ดินสร้างท่าเรือตรังแพงเกินจริง ‘กิจ หลีกภัย-พวก' ไม่รอด ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 สั่งลงโทษจำคุก 5 ปี ชดใช้เงิน 5.71 ล้าน - หลังคดีแรก เช่าท่าเทียบเรือนาเกลือ ได้รอลงอาญา
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท 78,84/2568 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ กับ นางปริปัญญา เอียดแก้ว หรือนางสดใส แซ่อั้ง จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 6 คน โดยมี นายกิจ หลีกภัย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง เป็นจำเลยที่ 6
โดยคดีนี้เป็นกรณีการจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาก่อสร้าง ท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ (ท่าเรือตรัง) ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ในราคาสูงเกินจริง
ศาลฯ มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ตามฟ้องโจทก์ ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี พร้อมให้ ริบเงินจำนวน 5,713,050 บาท หรือให้จำเลยร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว โดยไม่รอการลงโทษ
ส่วน จำเลยที่ 1 นางปริปัญญา เอียดแก้ว หรือนางสดใส แซ่อั้ง ศาลพิพากษายกฟ้อง ขณะที่จำเลยที่ 5 ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว
สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ในช่วงต้นปี 2567 ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายกิจ หลีกภัย กับพวก รวม 13 ราย กรณีการจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ (ท่าเรือตรัง) ตำบลนาเกลือ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีราคาสูงเกินจริง และให้ส่งรายงานสำนวนไต่สวน เอกสารหลักฐาน ไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดี แต่อัยการมีความเห็นแย้งในสำนวนไม่ฟ้องคดีให้ ป.ป.ช.จึงยื่นฟ้องคดีเอง
โดยการจัดซื้อที่ดินมี 2 ครั้ง การจัดซื้อครั้งแรก อบจ.ตรังขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม 25 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อที่ดินประมาณ 75 ไร่ แต่ ป.ป.ช.เห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่ามีการกระทำความผิดทางอาญา จึงให้ข้อกล่าวหาส่วนนี้ตกไป
ส่วนประเด็นที่นำมาสู่การดำเนินคดี เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม โดยมีวงเงินที่สภา อบจ.ตรังอนุมัติ 10.5 ล้านบาท ก่อนที่ ป.ป.ช.จะไต่สวนและมีมติชี้มูลผู้เกี่ยวข้องรวม 6 ราย
อย่างไรก็ดี คดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลยยังมีสิทธิ์ ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก
สำหรับ นายกิจ หลีกภัย เป็นพี่ชายนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา ก่อนหน้านี้ นายกิจ หลีกภัย ถูกศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 พิพากษาลงโทษในคดีทุจริตการเช่าท่าเทียบเรือนาเกลือเพื่อใช้ประกอบกิจการท่าเรือเดินทะเล ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด โดยศาลฯ พิพากษาให้จำคุก 5 ปี และปรับ 120,000 บาท การสืบพยานของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 68,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 2 ปี
ขณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลดังกล่าว ในประเด็นรอการลงโทษ แต่ อัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นที่จะไม่อุทธรณ์คดีนี้แล้ว เนื่องจากเห็นว่า การที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ใช้ดุลพินิจพิพากษาให้รอการลงโทษจำเลย ชอบด้วยเหตุผลเหมาะสมต่อรูปคดีแล้ว ในขณะยื่นฟ้องจำเลยมีอายุถึง 89 ปี การลงโทษจำคุกแก่จำเลยย่อมไม่เป็นผลดีทั้งต่อตัวจำเลยและสังคมส่วนรวม และการที่ศาลได้พิพากษาลงโทษปรับเงินจำเลยเป็นเงินถึง 68,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อย น่าจะเพียงพอให้จำเลยหลาบจำและไม่กระทำความผิดอีก และ อสส. ได้มีหนังสือแจ้งหารือมาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า อสส.มีความเห็นที่จะไม่อุทธรณ์
แต่ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่เห็นพ้องด้วย และขอให้ อสส.อุทธรณ์ เพื่อให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษจำเลย แต่ทาง อสส. ก็ยืนยันความเห็นเดิมที่จะไม่อุทธรณ์ จึงทำให้คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว
อ่านรายละเอียดข่าวเกี่ยวข้อง




