"....จดหมายของผู้ตายเล่าให้ฟังประมาณว่า ระบบการทุจริตเริ่มตั้งแต่ตั้งโครงการ มีการฟันราคางานจาก 6 แสนกว่า เหลือ 4 แสน เก็บเงินค่าทดสอบวัสดุ 1% จากผู้รับจ้าง ไล่ไปจนป้ายโครงการ เอาป้ายเก่ามาเครมป้ายใหม่ เบิกเต็ม การดำเนินการก่อสร้างถนนที่มีปัญหาไม่ได้มาตรฐาน แต่มีการตรวจรับไปก่อน แล้วไปเอาเงินจากผู้รับจ้างมาเคลียร์คณะกรรมการตรวจรับ การทอนเปอร์เซ็นเงินสดตามเบี้ยใบ้รายทางแม้แต่กองคลังเองยังได้ 3% ของมูลค่าโครงการ ยังไม่รวม % เจ้าที่เจ้าทางอีก สะท้อนให้เห็นความเน่าเฟะในระบบราชการ จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว..."
เกือบ 4 ปีแล้ว ที่ชื่อของ นายภาณุเมศวร์ วาสโสหา อดีตวิศวกรโยธา อายุ 27 ปี สังกัดกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังถูกพบเสียชีวิตภายในรถยนต์ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565
พร้อมกับจดหมายที่เขาทิ้งไว้ ซึ่งมีการกล่าวถึงปัญหาการทำงานและความผิดปกติของโครงการก่อสร้างหลายโครงการในเทศบาล โดยเฉพาะงานก่อสร้างถนนที่เขามีหน้าที่ควบคุมงาน
หนึ่งในชื่อโครงการที่ปรากฏชัด คือ “โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9”
ณ วันนี้ วันเวลาผ่านมาเกือบ 4 ปี โครงการเดียวกันนี้กลายเป็นคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาให้ นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ อดีตผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง จำคุก 10 ปี ขณะที่ผู้ถือหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) วีรวุฒิคอนกรีต ผู้รับเหมาที่ได้รับงาน คือ นางลลิตยา แก้วอาษา ถูกลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี หลังเจ้าตัวให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

ภาพประกอบรายงาน
หลังวิศวกรปลิดชีพ! อดีตผอ.กองช่างเทศบาลฯ นากลาง โดนคุก10 ปี ทุจริตถนน
ก่อนปลิดชีพ จม.เขียนถึง “ถนนเพชรสุวรรณ 6”
ย้อนกลับไปเดือนพฤศจิกายน 2565 นายภาณุเมศวร์เพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่นาน ก่อนยื่นใบลาออกโดยมีกำหนดให้มีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2565
ก่อนเสียชีวิต เขาส่งพัสดุกลับไปให้ครอบครัว ภายในมีเอกสารสำคัญ แหวน และข้อความถึงแม่ รวมทั้งขอให้ครอบครัวไปเก็บข้าวของที่บ้านพักกลับบ้าน
คนในครอบครัว นายภาณุเมศวร์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า นายภาณุเมศวร์ สอบรับราชการเป็นวิศวกรโยธา สำนักกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง ได้เพียง 6 เดือน เหตุผลที่เลือกรับราชการ เพราะลูกต้องการให้พ่อแม่มีสิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งพ่อแม่และญาติต่างก็ภาคภูมิใจในตัวลูกมาก เพราะลูกคือเสาหลักของครอบครัว
ตลอดเวลาที่ทำงาน ลูกจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดือนละ 1 ครั้ง เป็นคนไม่ค่อยพูด เก็บกด
แต่ก็บ่นให้ฟังว่า เป็นงานที่ไม่เหมาะกับตัวเอง และลูกได้ยื่นใบลาออกแล้ว และมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ และบ่ายวันที่ 24 พฤศจิกายน ลูกได้ส่งพัสดุกลับมาบ้าน
ข้างในมีเอกสารสำคัญ แหวนทอง และมีจดหมายแนบมากับพัสดุ ระบุว่า หากได้รับของแล้วให้ช่วยไปเก็บของที่เหลืออยู่ที่บ้านพักที่ จ.หนองบัวลำภู กลับมาให้ด้วย พร้อมกับขอโทษที่ทำให้แม่ผิดหวัง พอได้อ่านก็เริ่มใจไม่ดี จึงโทรกลับไปหาที่สำนักงานเทศบาล ซึ่งปลายสายแจ้งว่าลูกหายไปตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน แล้ว
ก่อนได้รับแจ้งจากตำรวจว่า ลูกชายเสียชีวิตในรถยนต์กระบะ ที่จอดอยู่ริมถนน อ.เมืองขอนแก่น โดยญาติเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวเพราะได้รับความกดดัน
สำหรับจดหมายลาตาย ที่พบภายหลังการเสียชีวิต กล่าวถึงปัญหาในการทำงาน โดยข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะระบุถึงปัญหาตั้งแต่ กระบวนการประกวดราคา การทำงานของผู้รับจ้าง ไปจนถึงการควบคุมและตรวจรับงาน
ส่วน เพจชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย เคยระบุว่า "จดหมายของผู้ตายเล่าให้ฟังประมาณว่า ระบบการทุจริตเริ่มตั้งแต่ตั้งโครงการ มีการฟันราคางานจาก 6 แสนกว่า เหลือ 4 แสน เก็บเงินค่าทดสอบวัสดุ 1% จากผู้รับจ้าง ไล่ไปจนป้ายโครงการ เอาป้ายเก่ามาเครมป้ายใหม่ เบิกเต็ม การดำเนินการก่อสร้างถนนที่มีปัญหาไม่ได้มาตรฐาน แต่มีการตรวจรับไปก่อน แล้วไปเอาเงินจากผู้รับจ้างมาเคลียร์คณะกรรมการตรวจรับ การทอนเปอร์เซ็นเงินสดตามเบี้ยใบ้รายทางแม้แต่กองคลังเองยังได้ 3% ของมูลค่าโครงการ ยังไม่รวม % เจ้าที่เจ้าทางอีก สะท้อนให้เห็นความเน่าเฟะในระบบราชการ จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว"

จดหมายของผู้ตาย
หนึ่งในโครงการที่ถูกระบุอย่างเจาะจงคือ โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9
ขณะที่ นายภาณุเมศวร์มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานโครงการดังกล่าว และในจดหมายมีการตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพของงานก่อสร้าง รวมถึงปัญหาถนนชำรุดและแตกร้าว โดยเขาไม่ยอมลงนามรับรองงานที่เห็นว่ายังมีปัญหา
หลังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นข่าว เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบรอยแตกร้าวและรอยปะบนถนนเพชรสุวรรณ 6 จริง โดย ป.ป.ช. ระบุในขณะนั้นว่ายังต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบต่อว่าคุณภาพคอนกรีตเป็นไปตามมาตรฐานและสัญญาหรือไม่
นี่จึงเป็น เบาะแสข้อแรกจากจดหมายที่ตรวจพบสภาพทางกายภาพในพื้นที่สอดคล้องกับข้อสังเกตบางส่วน
แข่งดุ ถนน 650,000 บาท ประมูลเหลือ 413,000 บาท
ส่วนข้อมูลโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9 ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู มีเลขที่โครงการ 65087257301 เทศบาลตำบลนากลาง ออกประกาศเชิญชวน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ลงนามโดย นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง ระบุว่า มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนน คสล.ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9 ต.นากลาง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) แจ้งปริมาณงาน ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 4.0 ม. ยาว 235 ม. หนา 0.15 ม. หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 940 ตร.ม. ตามแบบแปลนเทศบาลตำบลนากลางกำหนด
งบประมาณตั้งไว้ 650, 000 บาท ราคากลางของงานก่อสร้างในการประกวดราคาครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 647,112 บาท
สำหรับข้อมูลการเสนอราคา ในฐานข้อมูลเปิดเผยคือสรุปข้อมูลการเสนอราคาเบื้องต้น ว่า มีการเสนอเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 มีจำนวนผู้ขอรับ/ซื้อขายซองเอกสาร 9 ราย มีจำนวนผู้เสนอราคา 5 ราย เสนอราคาต่ำสุด 413,000 บาท แต่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อเอกชนที่เข้าร่วมซื้อเสนอและเสนอราคาแต่อย่างใด

เอกสารประกอบ
วันที่ 13 กันยายน 2565 นายทวีศักดิ์ จันทะศรี นายกเทศมนตรีตำบลนากลาง ลงนามในประกาศรายชื่อผู้ชนะ คือ วีรวุฒิ คอนกรีต ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นเงินทั้งสิ้น 413,000 บาท ราคางานต่ำกว่าราคากลางถึง 234,112 บาท

เอกสารประกอบ
ขณะที่ในช่วงปี 2565 วีรวุฒิ คอนกรีต ยังปรากฏชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน เทศบาลตำบลนากลาง อีก 2 สัญญา คือ 1. ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนน คสล.ซอยศรีสุข บ้านแก้วอุดม หมู่ที่ 2 ต.ด่านช้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง 548,227 บาท ราคางานตามประกาศผู้ชนะ 344,000 บาท 2. จ้างโครงการซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนนครชัย นันทจันทร์ บ้านนครพัฒนา หมู่ที่ 9 ตำบลนากลาง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคากลาง 358,085 บาท ราคางานตามประกาศผู้ชนะ 357,000 บาท ด้วย
จาก “จดหมาย” สุดท้าย สู่การตรวจสอบของรัฐ
หลังการเสียชีวิต ป.ป.ท. เขต 4 ลงพื้นที่เทศบาลตำบลนากลางเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 และขอเอกสารโครงการที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ
จดหมายของวิศวกรหนุ่มจึงกลายเป็นเสมือนเบาะแสให้หน่วยงานตรวจสอบเริ่มขยับ
มีข้อมูลในขณะนั้นพบว่า นายภาณุเมศวร์เกี่ยวข้องกับการควบคุมงานหลายโครงการ เช่น ถนนซอยเพชรสุวรรณ 6 ถนนสายนครชัย-นันทจันทร์ ถนนสายหนองบัวคำแสน-กุดแห่ และโครงการถมดินคันคูรอบศูนย์การจัดการขยะมูลฝอย
ป.ป.ท. เข้าตรวจเอกสารและพื้นที่ ขณะที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองบัวลำภูเข้าตรวจสอบโครงการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ซอยเพชรสุวรรณ 6 และถนนสายนครชัย-นันทจันทร์
ประเด็นสำคัญคือ ในช่วงแรก ผู้บริหารเทศบาลยืนยันว่าโครงการก่อสร้างไม่ได้มีปัญหาทุจริต ทุกโครงการดำเนินการตามระเบียบราชการ
นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่าง ก็เคยยืนยันว่าไม่ได้กดดันนายภาณุเมศวร์ และการมอบหมายให้วิศวกรหนุ่มควบคุมงานเป็นเพราะต้องการให้มีประสบการณ์และผลงาน
ก่อนที่เรื่องจะดำเนินต่อไปเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
25 ก.ค. 2566 ป.ป.ช.ชี้มูล
จนเมื่อประมาณ 8 เดือน หลังการเสียชีวิตของนายภาณุเมศวร์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ชี้มูลความผิดคดีโครงการก่อสร้างถนน คสล. ซอยเพชรสุวรรณ 6
ผู้ถูกดำเนินคดีประกอบด้วย นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่างและกรรมการตรวจรับพัสดุ เทศบาลตำบลนากลาง กับพวก
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 149 และ 157 รวมถึงบทบัญญัติตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561
ต่อมาคดีเข้าสู่ศาล โดยมีนายประยุทธ์เป็นจำเลยที่ 1 หจก.วีรวุฒิคอนกรีต จำเลยที่ 2 นายวิรัช แก้วอาษา จำเลยที่ 3 และนางลลิตยา แก้วอาษา จำเลยที่ 4
29 ม.ค. 2569 ศาลสั่งคุก 10 ปี
วันที่ 29 มกราคม 2569 หรือกว่า 4 ปี หลังจดหมายของวิศวกรหนุ่มถูกเปิดเผย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษา
นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ จำเลยที่ 1 ถูกพิพากษาว่ามีความผิด และศาลให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
จำคุก 10 ปี
ส่วน นางลลิตยา แก้วอาษา จำเลยที่ 4 ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท แต่เนื่องจากรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ จำคุก 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท และรอการลงโทษจำคุก 2 ปี

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
4 ปีผ่านไป เบาะแสใด “ตรง” กับคดี?
เมื่อวางข้อมูลในจดหมายปี 2565 เทียบกับคดีที่ศาลมีคำพิพากษาในปี 2569 จะเห็นจุดเชื่อมโยงสำคัญอย่างน้อย 4 ประการ
หนึ่ง : โครงการตรงกัน
ชื่อ “โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซอยเพชรสุวรรณ 6 หมู่ที่ 9” ซึ่งถูกกล่าวถึงตั้งแต่ช่วงเปิดจดหมายในปี 2565 คือโครงการเดียวกับที่ ป.ป.ช. ชี้มูล และนำไปสู่คดีที่ศาลมีคำพิพากษาในปี 2569
สอง : ผู้รับจ้างตรงกัน
ผู้รับจ้างโครงการคือ หจก.วีรวุฒิคอนกรีต และเมื่อคดีเข้าสู่ศาล หจก.แห่งนี้มีสถานะเป็น จำเลยที่ 2 ขณะที่ผู้ถือหุ้นของห้างอีก 2 คนเป็นจำเลยที่ 3 และ 4
สาม : เจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึงในบริบทการทำงาน กลายเป็นจำเลยในคดี
นายประยุทธ์ เย็นอารมย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่าง และเคยให้ข้อมูลต่อสื่อหลังการเสียชีวิตของนายภาณุเมศวร์ ต่อมาถูก ป.ป.ช. ชี้มูลในฐานะผู้อำนวยการกองช่างและกรรมการตรวจรับพัสดุ และถูกศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี

ประยุทธ์ เย็นอารมย์
สี่ : ประเด็นเกี่ยวกับการตรวจรับและผลประโยชน์
จดหมายที่เผยแพร่ในปี 2565 ตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการตรวจรับงานและผลประโยชน์ในโครงการ ส่วนคำพิพากษาที่เปิดเผยในปี 2569 ลงโทษนายประยุทธ์ภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นความผิดของเจ้าพนักงานเกี่ยวกับการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือไม่กระทำการในตำแหน่ง
ขณะที่หนึ่งในโครงการที่นายภาณุเมศวร์เขียนถึงและตั้งข้อสังเกตก่อนเสียชีวิต คือโครงการเดียวกับที่ต่อมา ป.ป.ช.ชี้มูล และศาลพิพากษาลงโทษอดีตผู้อำนวยการกองช่างกับผู้เกี่ยวข้อง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น
จากกระดาษ 3 แผ่น ถึงคำพิพากษา
หากย้อนกลับไปเดือนพฤศจิกายน 2565 สิ่งที่นายภาณุเมศวร์ทิ้งไว้เป็นเพียงจดหมายและข้อสังเกตจากวิศวกรหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเพิ่งเข้าสู่ระบบราชการไม่นาน
บางเรื่องในเวลานั้นยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา บางเรื่องต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และผู้บริหารเทศบาลก็ยืนยันว่าโครงการดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ
แต่หลังจากนั้น หน่วยงานรัฐเริ่มตรวจสอบเอกสาร ลงพื้นที่ ตรวจถนน ก่อนที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลในปี 2566 และคดีเดินเข้าสู่กระบวนการศาล
จนวันที่ 29 มกราคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาจำคุกอดีตผู้อำนวยการกองช่าง 10 ปี ในคดี ถนนซอยเพชรสุวรรณ 6 ซึ่งเป็นถนนเส้นเดียวกับที่ปรากฏชื่ออยู่ในจดหมายเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน
จึงทำให้จดหมายที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียง “เบาะแส” หลังการเสียชีวิตของวิศวกรหนุ่ม กลับมามีความหมายอีกครั้ง เมื่ออย่างน้อย ชื่อโครงการ ผู้รับจ้าง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการตรวจรับและผลประโยชน์บางส่วน มีจุดเชื่อมโยงกับคดีที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินมาถึงคำพิพากษาในเวลาต่อมา
ความจริงเกี่ยวกับหนึ่งชีวิตที่ต้องสังเวยไปจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย ณ วันนี้ ได้ถูกสะสางให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนแล้ว
#อ่านข่าวผลคำพิพากษาคดีทุจริตดังที่นี่ คำพิพากษาจำคุก




