ป.ป.ช.ตรัง เปิดผลคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 สั่งลงโทษจำคุก “วุฒิชัย สุนทรนนท์” อดีตนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว 5 ปี ไม่รอลงอาญา คดีที่สอง เรียกรับเงิน 2 แสน ผู้รับเหมา แลกเอื้อประโยชน์โครงการก่อสร้างอาคารเรียน จำเลยอ้างเป็น "เงินค่าแชร์" แต่ศาลไม่รับฟัง ชี้ไม่มีหลักฐานการเล่น ช่วงโอนเงินสอดคล้องกับการยื่นซองเสนอราคา พร้อมให้นับโทษต่อคดีแรก “นำรถหลวงไปใช้ส่วนตัว” ถูกจำคุก 6 ปี 18 เดือน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ในการประชุมคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดตรัง ครั้งที่ 3/2569 นางสาวอำมร สภาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง มอบหมายให้ นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต แจ้งเปิดเผยผลสรุปคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กับ นายสมศักดิ์ หนูทุม หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่างศักดิ์ก่อสร้าง กรณีเรียกรับและให้เงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อแลกกับการ เอื้อประโยชน์ในการเข้าทำสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารเรียนระดับประถมศึกษาของเทศบาลตำบลย่านตาขาว วงเงินงบประมาณ 8,157,000 บาท ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยศาลฯ มีคำพิพากษาว่า นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ลงโทษจำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษต่อจากคดีที่ผ่านมา
ส่วนนายสมศักดิ์ หนูทุม จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ฐานให้ ขอให้ หรือรับว่า จะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ลงโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา เช่นกัน
นายยุทธนา เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กับ นายสมศักดิ์ หนูทุม หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่างศักดิ์ก่อสร้าง กรณีเรียกรับและให้เงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อแลกกับการ เอื้อประโยชน์ในการเข้าทำสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารเรียนระดับประถมศึกษาของเทศบาลตำบลย่านตาขาว วงเงินงบประมาณ 8,157,000 บาท และได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมาย นั้น
บัดนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้มีคำพิพากษาคดีดังกล่าว โดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า ในช่วงเดือนกันยายน 2559 ขณะที่นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว ได้เรียกรับเงินจำนวน 200,000 บาท จากนายสมศักดิ์ หนูทุม จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่างศักดิ์ก่อสร้าง เพื่อเป็นการตอบแทนในการเอื้อประโยชน์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวได้รับงานก่อสร้างอาคารเรียนระดับประถมศึกษาของเทศบาลตำบลย่านตาขาว
จากพยานหลักฐานปรากฏว่า นายสมศักดิ์ หนูทุม ได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเจ้าหน้าที่และบุคคลใกล้ชิดที่ทำหน้าที่ดูแลด้านการเงินส่วนตัวให้แก่นายวุฒิชัย จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 100,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท ภายหลังได้รับเงินโอน ได้ถอนเงินเป็นเงินสดและนำไปมอบให้กับนายวุฒิชัย สุนทรนนท์ ณ บ้านพัก โดยการโอนเงินและส่งมอบเงินเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับวันที่มีการยื่นซองเสนอราคาโครงการก่อสร้างดังกล่าว
ในชั้นพิจารณาคดี จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า เงินจำนวน 200,000 บาท เป็นเงินค่าแชร์ ที่นายสมศักดิ์ หนูทุม ค้างชำระแก่นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ ซึ่งเป็นเท้าแชร์ มิใช่เงินสินบนหรือเงินตอบแทนเกี่ยวกับการจัดจ้างของเทศบาลตำบลย่านตาขาว อย่างไรก็ดีศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นการปรุงแต่งข้อเท็จจริงขึ้นภายหลังเพื่อใช้เป็นข้อแก้ตัว เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการเล่นแชร์ที่ชัดเจน ไม่มีบัญชีรายชื่อสมาชิก หลักฐานการรับส่งเงิน หรือเอกสารอื่นที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมายืนยัน อีกทั้งช่วงเวลาการโอนและการส่งมอบเงินยังสอดคล้องกับกระบวนการยื่นซองเสนอราคาโครงการก่อสร้างฯ อย่างผิดสังเกต จึงไม่อาจรับฟัง ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองได้
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 จึงพิพากษาว่า นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ลงโทษจำคุก 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษต่อจากคดีที่ผ่านมา
นายสมศักดิ์ หนูทุม จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ฐานให้ ขอให้ หรือรับว่า จะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ลงโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
นายยุทธนา กล่าวด้วยว่า คดีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มิได้มีความรับผิดเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้เรียกรับผลประโยชน์เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการหรือเอกชนที่มอบเงินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ในการเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ย่อมมีความผิดและต้องรับโทษทางอาญาเช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีแรก นายวุฒิชัย สุนทรนนท์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลย่านตาขาว ก่อนหน้านี้ถูก ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พิพากษาลงโทษในคดีนำรถราชการไปใช้ส่วนตัวเป็นประจำ พร้อมเบิกค่าน้ำมันจากงบเทศบาล ร่วม 10 ปี สร้างความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด โดยศาลฯ พิพากษาให้จำคุก 6 ปี 18 เดือน ไม่รอลงอาญา
อย่างไรก็ตาม คดียี้ ยังไม่ถึงที่สุด จำเลยยังมีสิทธิ์อุทธรณ์หรือใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไป ขณะที่การนำเสนอข่าวเป็นการรายงานข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 และข้อมูลที่ได้รับจากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง
อ่านข่าวประกอบ
คุก 6 ปี 18 ด.! อดีตนายกเทศฯย่านตาขาว ใช้รถหลวงส่วนตัวนานนับ 16 ปี




