ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา "นาวาเอก อนุพงษ์ หรือ อนุพงค์ จันทร์พฤกษ์ - จ่าเอก ฉัตรชัย แต้มเติม" พวก อดีตผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ทุจริตต่อหน้าที่ 4 ข้อกล่าวหา ล่าสุด ศาลทหารกรุงเทพ พิพากษาลงโทษ จำคุกคนละ 48 ปี 64 เดือน ติดจริงไม่เกิน 50 -คืนน้ำมันเชื้อเพลิง 2,020 ลิตร ราคา 28,628.015 บาท ให้แก่หน่วยงาน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา พลเรือตรี วรวุฒิ เอี่ยมเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จำนวน 4 ข้อกล่าวหา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147 และ 151 ประกอบ มาตรา 83 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565
คดีนี้ ปรากฏชื่อ นาวาเอก อนุพงษ์ หรืออนุพงค์ จันทร์พฤกษ์ เป็นจำเลยที่ 1 , จ่าเอก ฉัตรชัย แต้มเติม จำเลยที่ 2
ไม่ปรากฏชื่อ พลเรือตรี วรวุฒิ เอี่ยมเจริญ เป็นจำเลยด้วย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ศาลทหารกรุงเทพ มีคำพิพากษาว่า นาวาเอก อนุพงษ์ หรืออนุพงค์ จันทร์พฤกษ์ จำเลยที่ 1 , จ่าเอก ฉัตรชัย แต้มเติม จำเลยที่ 2 มีความผิดตามกฏหมาย
คำเบิกความของจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง อันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม
รวมโทษทุกกระทงแล้ว ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 คนละ 48 ปี 64 เดือน
แต่ศาลไม่อาจลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง เกินกำหนด 50 ปี ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)
คงให้จำคุก นาวาเอก อนุพงษ์ หรืออนุพงค์ จำเลยที่ 1 และจ่าเอก ฉัตรชัย จำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนดคนละ 50 ปี
ให้จำเลยทั้งสองใช้คืนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 2,020 ลิตร ราคา 28,628.015 บาท ให้แก่ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 กองเรือยุทธการกองทัพเรือ
อย่างไรก็ดี คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งสองยังมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท


อ่านข่าวประกอบ




