ไม่ต้องรอนาน! สะพัด สว.ลงชื่อครบแล้ว จ่อเสนอเรื่องส่ง ปธ.ศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ สอบสวนกรณี 'เอกวิทย์ วัชชวัลคุ' กรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหารับสินบนทองคำ บิ๊กโจ๊ก แล้ว เผยจะเป็นคดีแรกของประเทศ
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน ขณะที่เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ผ่านนายพิศิษฐ์ อภิญญาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาดำเนินการเอาผิด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กรรมการ ป.ป.ช.) กรณีรับสินบนทองคำ 246 บาท เพื่อช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในคดีเว็บพนันออนไลน์ ดังกล่าวด้วย
ล่าสุด แหล่งข่าวจากวุฒิสภา เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ร่วมลงชื่อครบจำนวนหนึ่งในห้าของจำนวน สว.ที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อเสนอเรื่องต่อประธานวุฒิสภาตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 กรณีกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวนกรณีนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าวแล้ว ถ้าหากประธานศาลฎีการับเรื่องและตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวน จะนับเป็นกรณีแรกในประเทศไทย ที่กรรมการ ป.ป.ช.ถูกตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตามมาตรา 236 ดังกล่าว
สำหรับรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ระบุเรื่องการไต่สวนกรณีกล่าวหา กรรมการ ป.ป.ช. ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทําการตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หน้าที่และอํานาจ วิธีการไต่สวน ระยะเวลาการไต่สวนและการดําเนินการอื่นที่จําเป็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา 237 ระบุว่า เมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) ถ้าเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด
(2) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย โดยให้นําความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหกมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(3) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา และมิใช่กรณีตาม (2) ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และให้นําความในมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ปัจจุบัน มีการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เหลือแค่สมาชิกวุฒิสภา ที่ยังสามารถดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ได้
อย่างไรก็ดี กรณีนี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ได้มอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยตั้งข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา ซึ่งทางทนายความผู้รับมอบอำนาจยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
โดยคดีนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาชี้ขาด ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่





