สำนักงาน ป.ป.ช. ชลบุรี เผยแพร่มติคกก.ชุดใหญ่ ชี้มูลอาญา-วินัยร้ายแรง อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยบูรพา ทำโครงการเชิญผู้บริหารเทศบาลฯ บางละมุง ศึกษาดูงานทิพย์พาท่องเที่ยวญี่ปุ่นสัมผัสเทศกาลหิมะประจำปีชับโปโร - โดนคนเดียว พวก 11 ราย รวมคณบดี รอดหมด
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดชลบุรี เผยแพร่ข่าวคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหาทุจริตในเรื่องที่มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เชิญผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้ ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีการอบรมทางวิชาการภายในประเทศ และผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันจัดทำเอกสารประกอบการจัดโครงการอันเป็นเป็นเท็จ
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง นางสาว ส. (สำนักงาน ป.ป.ช.ชลบุรี สงวนชื่อ-นามสกุล) อดีตอาจารย์ สังกัดภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ เนื่องจากสอบสวนพบว่าโครงการศึกษาดูงานดังกล่าวเป็นรายการท่องเที่ยวทั้งหมด มิได้เป็นการศึกษาดูงานจริง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ มีราคาสูงกว่าปกติ ทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียเงินงบประมาณสูงกว่าที่ควรจะเป็น
ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่นอีก 11 ราย ซึ่งมีนาย อ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์รวมอยู่ด้วย ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า ไม่มีมูล บางรายยกประโยชน์ให้ เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี ระบุรายละเอียดว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 23/2568 วันที่ 4 มีนาคม 2568 ได้มีการพิจารณากรณีกล่าวหานาย อ ตำแหน่ง คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ กับพวกรวม 12 คน ในคดีที่มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เชิญผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้กับการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) เพื่อปรับกลยุทธ์เตรียมพร้อมการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยั่งยืนฯ ที่มีการทัศนศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3 - 9 ก.พ. 57 จัดอบรมภาคทฤษฎี วันที่ 12 - 13 ก.พ. 57 และปัจฉิมนิเทศวันที่ 14 ก.พ. 57 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลบางละมุง ค่าลงทะเบียนคนละ 139,700 บาท
โดยโดรงการดังกล่าวเป็นการเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ไม่มีการอบรมทางวิชาการ ภายในประเทศแต่อย่างใด จากนั้น ผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันจัดทำเอกสารประกอบการจัดโครงการอันเป็นเท็จ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา และมีมติ ดังนี้
1. นาย อ. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง คณบดี คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ สังกัดมหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะผู้อนุมัติให้ดำเนินโครงการ และร่วมเป็นวิทยากรในการดำเนินโครงการ และเป็นที่ปรึกษาโครงการ
จากการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีการอนุมัติให้ดำเนินโครงการตามระเบียบมหาวิทยาลัยบูรพาว่าด้วยการบริหารเงินรายได้ในโครงการบริการวิชาการ พ.ศ. 2552 ข้อ 3 ข้อ 5 มีการอนุมัติในหลักการที่ถูกต้องและเชื่อโดยสุจริตว่าการขออนุมัติโครงการมีการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ กฎหมายโดยชอบแล้ว มิได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างได
พยานหลักฐาน ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีการอนุมัติให้ดำเนินโครงการ และร่วมเป็นวิทยากรในการดำเนินโครงการ และเป็นที่ปรึกษาโครงการโดยไม่ชอบ
ข้อกล่าวหาในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป
2. นางสาว ส ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะหัวหน้าโครงการและร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในโครงการดังกล่าว
มีความผิดอาญา ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ กรณีเสนอโครงการในฐานะหัวหน้าโครงการ โดยสถานที่ที่ไปศึกษาดูงานตามที่ปรากฏตามที่กำหนดในหลักสูตรเป็นรายการท่องเที่ยวทั้งหมด มิได้เป็นการศึกษาดูงาน ณ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนใด
ตลอดการเดินทางเป็นโปรแกรมทัวร์ของบริษัท ว ซึ่งเป็นคู่สัญญาในการไปศึกษาดูงานต่างประเทศในโครงการดังกล่าวชื่อโปรแกรมทัวร์ HOKKADO SKI& SNOW FESTIVAL ซึ่งเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวในเทศกาลหิมะประจำปีของเมืองชับโปโร ในจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น และเป็นช่วงเทศกาล Snow Festival ของประเทศญี่ปุ่น ตัวเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ จึงมีราคาสูงกว่าปกติ ทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียเงินงบประมาณสูงกว่าที่ควรจะเป็น
กรณีมีการจัดอบรมเพียง 1 วัน ในวันที่ 31 มกราคม 2557 โดยเป็นการจัดอบรมก่อนการดำเนินการโครงการ (กำหนดการดำเนินโครงการในวันที่ 3 - 14 กุมภาพันธ์ 2557 โดยกำหนดการอบรมตามโครงการกำหนดไว้ว่าต้องมีการอบรมหลังจากกลับมาจากการศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยอบรม ในวันที่ 12 - 13 กุมภาพันธ์ 2557 และปัจฉิมนิเทศในช่วงเช้าของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ) แต่ไม่ได้มีการอบรมตามโครงการ และกรณีการใช้ใบเสร็จรับเงินค่าตอบแทนของโครงการมาใช้รายงานผลการศึกษาดูงาน ได้แก่
ค่าตอบแทนคณะทำงานบริหารโครงการ
ค่าตอบแทนพนักงานช่วยรับลงทะเบียนถ่ายภาพแจกเอกสาร
ค่าตอบแทนพนักงานช่วยรับลงทะเบียน ถ่ายภาพแจกเอกสาร
ค่าถ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ / ค่าวัสดอุปกรณ์จ้างเหมาโครงการบริการวิชาการ
ค่าจ้างเหมาสรุปผลการศึกษาดูงานและเอกสาร ซึ่งบุคคลตามใบสำคัญรับเงินต่าง ๆ ไม่ได้รับเงินตามใบสำคัญรับเงิน
โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นผู้รับเงินตามเช็ค เลขที่ XXXX จำนวนเงิน 2,827,528 บาท สั่งจ่ายเช็คให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในฐานะหัวหน้าโครงการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และมีหน้าที่บริหารโครงการฯ
จึงมีมติชี้มูลความผิด น.ส. ส ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 และมาตรา 11 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ) และชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยบูรพาว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย พ.ศ.2556 ข้อ 35,36 และ 39
3. กรณีผู้ถูกกล่าวหาที่ 3- 10
เนื่องจากการเข้าร่วมโครงการของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3- 10 เป็นไปโดยชอบตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าไช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2549 ข้อ 3 วรรคท้าย ซึ่งกำหนดว่า "การฝึกอบรมที่จัดโดยส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่น ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สามารถเข้ารับการฝึกอบรมและเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามระเบียบนี้ได้" และการเบิกจ่ายเงินเป็นค่าลงทะเบียนก็เป็นไปโดยชอบ
ส่วนกรณีจะมีการอบรมเป็นไปตามกำหนดของโครงการหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการของโครงการหรือไม่ อยู่ในอำนาจของหน่วยงานผู้จัด คือ มหาวิทยาลัยบูรพา หาใช่อยู่ในอำนาจของเทศบาลตำบลบางละมุง ซึ่งเป็นหน่วยงานซึ่งลงทะเบียนสมัครเข้ารับการฝึกอบรม
ดังนั้น การกระทำของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3- 10 จึงไม่มีมูลความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาจึงไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 การกระทำของนาง ว ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 เป็นเพียงผู้ประกอบธุรกิจในการรับจ้างเหมาเป็นบริษัททัวร์ในการดำเนินโครงการดังกล่าว
ส่วนการบริหารงานของโครงการหรือการใช้จ่ายเงินเป็นอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบรพา ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้จัดโครงการ จึงไม่ปรากฎพยานหลักฐานที่แน่ชัดหรือชัดเจนเพียงพอได้ว่ามีการจ่ายเงินค่าดำเนินการจ้างเหมาบริษัททัวร์ฯ กันไม่ครบตามที่กำหนดในโครงการหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 11
จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันอันตกไป
5. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 ในฐานะผู้ลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงิน เพื่อรับเงินค่าจ้างเหมาประกอบอาหารอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จากการไต่สวนรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 เป็นเพียงผู้ประกอบธุรกิจในการรับจ้างเหมาประกอบอาหารในการดำเนินโครงการดังกล่าวเท่านั้น โดยมีลักษณะเป็นการจ้างเหมาประกอบอาหารมีลักษณะจัดทำอาหารเป็นหม้อ ไม่ได้มีการจัดทำในลักษณะเป็นอาหารกล่องรายหัว เพียงได้รับการประสานจากเจ้าหน้าทีมมหาวิทยาลัยบูรพาว่าจะให้ประกอบอาหารประเภทใดและจัดหาอาหารว่างแบบใดบ้าง
โดยในการคิดค่าจ้างในแต่ละครั้งจะเป็นการคิดแบบจ้างเหมา จึงเป็นการลงลายมือชื่อในฐานะผู้รับจ้างเหมาประกอบอาหารซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจการค้าโดยชอบ ไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด
จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด





