News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีต อ.รัฐศาสตร์ฯ ม.บูรพา จัดดูงานทิพย์พาเที่ยวญี่ปุ่น

ป.ป.ช. ชี้มูลอดีต อ.รัฐศาสตร์ฯ ม.บูรพา จัดดูงานทิพย์พาเที่ยวญี่ปุ่น

27 ม.ค. 2569 15:33
ผู้ชม 636 คน

สำนักงาน ป.ป.ช. ชลบุรี เผยแพร่มติคกก.ชุดใหญ่ ชี้มูลอาญา-วินัยร้ายแรง อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยบูรพา ทำโครงการเชิญผู้บริหารเทศบาลฯ บางละมุง ศึกษาดูงานทิพย์พาท่องเที่ยวญี่ปุ่นสัมผัสเทศกาลหิมะประจำปีชับโปโร - โดนคนเดียว พวก 11 ราย รวมคณบดี รอดหมด

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดชลบุรี เผยแพร่ข่าวคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหาทุจริตในเรื่องที่มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เชิญผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้ ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีการอบรมทางวิชาการภายในประเทศ และผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันจัดทำเอกสารประกอบการจัดโครงการอันเป็นเป็นเท็จ

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง นางสาว ส. (สำนักงาน ป.ป.ช.ชลบุรี สงวนชื่อ-นามสกุล) อดีตอาจารย์ สังกัดภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ เนื่องจากสอบสวนพบว่าโครงการศึกษาดูงานดังกล่าวเป็นรายการท่องเที่ยวทั้งหมด มิได้เป็นการศึกษาดูงานจริง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ มีราคาสูงกว่าปกติ ทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียเงินงบประมาณสูงกว่าที่ควรจะเป็น

ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่นอีก 11 ราย ซึ่งมีนาย อ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์รวมอยู่ด้วย ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า ไม่มีมูล บางรายยกประโยชน์ให้ เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี ระบุรายละเอียดว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 23/2568 วันที่ 4 มีนาคม 2568 ได้มีการพิจารณากรณีกล่าวหานาย อ ตำแหน่ง คณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ กับพวกรวม 12 คน ในคดีที่มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เชิญผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้กับการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) เพื่อปรับกลยุทธ์เตรียมพร้อมการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยั่งยืนฯ ที่มีการทัศนศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 3 - 9 ก.พ. 57 จัดอบรมภาคทฤษฎี วันที่ 12 - 13 ก.พ. 57 และปัจฉิมนิเทศวันที่ 14 ก.พ. 57 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลบางละมุง ค่าลงทะเบียนคนละ 139,700 บาท

โดยโดรงการดังกล่าวเป็นการเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ไม่มีการอบรมทางวิชาการ ภายในประเทศแต่อย่างใด จากนั้น ผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันจัดทำเอกสารประกอบการจัดโครงการอันเป็นเท็จ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา และมีมติ ดังนี้

1. นาย อ. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง คณบดี คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ สังกัดมหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะผู้อนุมัติให้ดำเนินโครงการ และร่วมเป็นวิทยากรในการดำเนินโครงการ และเป็นที่ปรึกษาโครงการ

จากการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีการอนุมัติให้ดำเนินโครงการตามระเบียบมหาวิทยาลัยบูรพาว่าด้วยการบริหารเงินรายได้ในโครงการบริการวิชาการ พ.ศ. 2552 ข้อ 3 ข้อ 5 มีการอนุมัติในหลักการที่ถูกต้องและเชื่อโดยสุจริตว่าการขออนุมัติโครงการมีการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ กฎหมายโดยชอบแล้ว มิได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างได

พยานหลักฐาน ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีการอนุมัติให้ดำเนินโครงการ และร่วมเป็นวิทยากรในการดำเนินโครงการ และเป็นที่ปรึกษาโครงการโดยไม่ชอบ

ข้อกล่าวหาในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

2. นางสาว ส ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะหัวหน้าโครงการและร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในโครงการดังกล่าว

มีความผิดอาญา ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ กรณีเสนอโครงการในฐานะหัวหน้าโครงการ โดยสถานที่ที่ไปศึกษาดูงานตามที่ปรากฏตามที่กำหนดในหลักสูตรเป็นรายการท่องเที่ยวทั้งหมด มิได้เป็นการศึกษาดูงาน ณ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนใด

ตลอดการเดินทางเป็นโปรแกรมทัวร์ของบริษัท ว ซึ่งเป็นคู่สัญญาในการไปศึกษาดูงานต่างประเทศในโครงการดังกล่าวชื่อโปรแกรมทัวร์ HOKKADO SKI& SNOW FESTIVAL ซึ่งเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวในเทศกาลหิมะประจำปีของเมืองชับโปโร ในจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น และเป็นช่วงเทศกาล Snow Festival ของประเทศญี่ปุ่น ตัวเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ จึงมีราคาสูงกว่าปกติ ทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียเงินงบประมาณสูงกว่าที่ควรจะเป็น

กรณีมีการจัดอบรมเพียง 1 วัน ในวันที่ 31 มกราคม 2557 โดยเป็นการจัดอบรมก่อนการดำเนินการโครงการ (กำหนดการดำเนินโครงการในวันที่ 3 - 14 กุมภาพันธ์ 2557 โดยกำหนดการอบรมตามโครงการกำหนดไว้ว่าต้องมีการอบรมหลังจากกลับมาจากการศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยอบรม ในวันที่ 12 - 13 กุมภาพันธ์ 2557 และปัจฉิมนิเทศในช่วงเช้าของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ) แต่ไม่ได้มีการอบรมตามโครงการ และกรณีการใช้ใบเสร็จรับเงินค่าตอบแทนของโครงการมาใช้รายงานผลการศึกษาดูงาน ได้แก่

  1. ค่าตอบแทนคณะทำงานบริหารโครงการ

  1. ค่าตอบแทนพนักงานช่วยรับลงทะเบียนถ่ายภาพแจกเอกสาร

  2. ค่าตอบแทนพนักงานช่วยรับลงทะเบียน ถ่ายภาพแจกเอกสาร

  3. ค่าถ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ / ค่าวัสดอุปกรณ์จ้างเหมาโครงการบริการวิชาการ

  4. ค่าจ้างเหมาสรุปผลการศึกษาดูงานและเอกสาร ซึ่งบุคคลตามใบสำคัญรับเงินต่าง ๆ ไม่ได้รับเงินตามใบสำคัญรับเงิน

โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นผู้รับเงินตามเช็ค เลขที่ XXXX จำนวนเงิน 2,827,528 บาท สั่งจ่ายเช็คให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในฐานะหัวหน้าโครงการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และมีหน้าที่บริหารโครงการฯ

จึงมีมติชี้มูลความผิด น.ส. ส ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 และมาตรา 11 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ) และชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยบูรพาว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย พ.ศ.2556 ข้อ 35,36 และ 39

3. กรณีผู้ถูกกล่าวหาที่ 3- 10

เนื่องจากการเข้าร่วมโครงการของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3- 10 เป็นไปโดยชอบตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าไช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2549 ข้อ 3 วรรคท้าย ซึ่งกำหนดว่า "การฝึกอบรมที่จัดโดยส่วนราชการ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่น ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สามารถเข้ารับการฝึกอบรมและเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตามระเบียบนี้ได้" และการเบิกจ่ายเงินเป็นค่าลงทะเบียนก็เป็นไปโดยชอบ

ส่วนกรณีจะมีการอบรมเป็นไปตามกำหนดของโครงการหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการของโครงการหรือไม่ อยู่ในอำนาจของหน่วยงานผู้จัด คือ มหาวิทยาลัยบูรพา หาใช่อยู่ในอำนาจของเทศบาลตำบลบางละมุง ซึ่งเป็นหน่วยงานซึ่งลงทะเบียนสมัครเข้ารับการฝึกอบรม

ดังนั้น การกระทำของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3- 10 จึงไม่มีมูลความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาจึงไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 การกระทำของนาง ว ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 เป็นเพียงผู้ประกอบธุรกิจในการรับจ้างเหมาเป็นบริษัททัวร์ในการดำเนินโครงการดังกล่าว

ส่วนการบริหารงานของโครงการหรือการใช้จ่ายเงินเป็นอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบรพา ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้จัดโครงการ จึงไม่ปรากฎพยานหลักฐานที่แน่ชัดหรือชัดเจนเพียงพอได้ว่ามีการจ่ายเงินค่าดำเนินการจ้างเหมาบริษัททัวร์ฯ กันไม่ครบตามที่กำหนดในโครงการหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 11

จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันอันตกไป

5. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 ในฐานะผู้ลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงิน เพื่อรับเงินค่าจ้างเหมาประกอบอาหารอาหารว่างและเครื่องดื่ม

จากการไต่สวนรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 เป็นเพียงผู้ประกอบธุรกิจในการรับจ้างเหมาประกอบอาหารในการดำเนินโครงการดังกล่าวเท่านั้น โดยมีลักษณะเป็นการจ้างเหมาประกอบอาหารมีลักษณะจัดทำอาหารเป็นหม้อ ไม่ได้มีการจัดทำในลักษณะเป็นอาหารกล่องรายหัว เพียงได้รับการประสานจากเจ้าหน้าทีมมหาวิทยาลัยบูรพาว่าจะให้ประกอบอาหารประเภทใดและจัดหาอาหารว่างแบบใดบ้าง

โดยในการคิดค่าจ้างในแต่ละครั้งจะเป็นการคิดแบบจ้างเหมา จึงเป็นการลงลายมือชื่อในฐานะผู้รับจ้างเหมาประกอบอาหารซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจการค้าโดยชอบ ไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด

จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Author Avatar

ผู้เขียน

มนตรี จุ้ยม่วงศรี
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ชี้มูล
จัดดูงานทิพย์
เที่ยวญี่ปุ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.
โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.