"...ดิฉันเป็นผู้ค้ากับภาครัฐมานานกว่า 25 ปี จึงมีความรู้เกี่ยวกับสถิติการออกข้อสอบ และเคยให้คำแนะนำ ซึ่งคล้ายติวเตอร์ไม่เป็นทางการ แก่ผู้สมัครสอบบางกลุ่มที่ต้องการสอบได้ แต่ไม่มีการล็อกที่เรียกเก็บเพื่อให้ได้ตำแหน่งอย่างแน่นอน ทั้งนี้ยืนยันว่าการเก็บเงิน 150,000 บาท เป็นการ "ล่อซื้อ" เพื่อเปิดโปงกระบวนการทุจริตที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่การกระทำผิด..."
"ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ชื่อ "กิจ" โดยได้โทรหาในช่วงกลางคืน ขณะที่กำลังทานยาและมีอาการเบลอ ทำให้ไม่สะดวกที่จะสนทนา อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันรุ่งขึ้น "กิจ" ได้โทรมาหาอีกครั้ง และเมื่อรู้สึกว่า มันไม่ใช่นะ" จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาอัดคลิปเสียงการสนทนาไว้"
"ในระหว่างการสนทนา "กิจ" ได้พูดถึงเรื่องโควต้านักเรียน 1,500 คน ตามที่ปรากฏในคลิปเสียง จึงได้ใช้กลวิธี หลอกล่อถามข้อมูล จาก "กิจ จากการหลอกล่อดังกล่าว "กิจ" ได้เปิดเผยว่าเขาจะต้องนำเงินจำนวน 350,000 บาท ไปส่งให้กับอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งขอย้ำตรงนี้ว่าคลิปเสียงที่ออกมานั้น ไม่มีการเตี๊ยมกันอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เป็นคลิปเสียงไม่มีการตัดต่อ"
คือ คำชี้แจงเบื้องต้น ของ น.ส. กานดาภร มณีปุณยกุล หรือ "ส้ม" ที่ให้กับสำนักข่าว Next News เป็นทางการ หลังปรากฏข่าว มีการร้องเรียนปัญหาการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยผู้ร้องระบุว่าพบพิรุธในขั้นตอนการประกวดราคาจ้างจัดสอบว่า อาจมีการกระทำการฝ่าฝืนระเบียบเงื่อนไขการประกวดราคา ขณะที่การดำเนินงานในระดับพื้นที่มีบุคคลไปเรียกรับเงินตอบแทนหลักแสนเพื่อช่วยวิ่งเต้นให้สามารถผ่านการสอบคัดเลือกได้
ทั้งนี้ หนึ่งในหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผู้ร้องนำมาใช้เป็นข้อมูลการร้องเรียนเรื่องนี้ คือ คลิปเสียงสนทนาระหว่างบุคคล 2 ราย รายแรกเป็นผู้หญิง เรียกชื่อแทนตัวเองว่า ส้ม รายสอง เป็นผู้ชาย เรียกชื่อแทนตัวเองว่า กิจ เนื้อหาในบทสนทนาในคลิป ซึ่งความยาว 6.17 นาที เป็นการหารือส่วนแบ่ง จำนวนเด็กที่เข้าไปสมัครสอบ โดยมีการเอ่ยชื่อผู้บริหารสถาบันการศึกษา รัฐมนตรีและพรรคการเมืองแห่งหนึ่งร่วมอยู่ด้วย ตามที่สำนักข่าว Next News นำเสนอไปแล้ว

ภาพประกอบเนื้อหารายงาน
ร้องป.ป.ช.จัดสอบขรก.ท้องถิ่นปี68 เรียกเงิน 3 แสนต่อหัว อ้าง รมต.เอี่ยว (1)
สถ.เผยเรียกเงินสอบ ขรก.ท้องถิ่นมีบางพื้นที่ทำส่วนตัว-จนท.ไม่เกี่ยวข้อง (2)
คลิปเสียงลับ! เรียกเงินสอบ ขรก. ท้องถิ่นหัวละ 3.5 แสน- ลพบุรี 8 แสน (3)
เปิดตัว 'ส้ม' แฉสอบขรก.ท้องถิ่นปี 68 ฟันหัวคิวหลักแสน จ่อยื่นตรวจสอบ (4)
นับจากบรรทัดนี้ไป เป็นคำชี้แจงฉบับเต็มเรื่องนี้ ของ น.ส. กานดาภร มณีปุณยกุล หรือ "ส้ม" ที่ให้กับสำนักข่าว Next News ในช่วงค่ำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
จุดเริ่มต้น: คลิปเสียง “ล่อซื้อ” นายกิจ หวังเป็นหลักฐานมัดขบวนการนี้
น.ส.กานดาภร ยืนยันกับผู้สื่อข่าว Next News ว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ประสานงานและที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลชื่อ กิจ เป็นตัวแทน สส.พรรคการเมืองพรรคหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ซึ่งได้เสนอโควต้านักเรียน 1,500 คน ระบุว่าต้องจ่ายเงิน 350,000 บาท ให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล จึงได้หยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาบันทึกเสียงการสนทนาไว้
"ยืนยันว่าคลิปเสียงนี้ไม่มีการตัดต่อ เป็นของจริง และมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการ "ล่อซื้อ" ขบวนการนี้ ซึ่งนาย กิจ ยังได้เสนอให้ "แบ่งตัวเลข" ผลประโยชน์จากการเรียกรับเงินดังกล่าวด้วย" น.ส.กานดาภรระบุ
@ ปม "ล่อซื้อ" เงิน 150,000 บาท ข้อกล่าวหา "มิจฉาชีพ" จาก "เพจธรรมศาสตร์"
แม้ น.ส.กานดาภร จะกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ล่อซื้อเพื่อเปิดโปงขบวนการทุจริตนี้
แต่ก็มีข้อมูลเชิงลบของ น.ส.กานดาภร ปรากฏใน "เพจธรรมศาสตร์" ว่า เป็นผู้เรียกรับเงินช่วยสอบบรรจุข้าราชการด้วย แต่ไม่สำเร็จ
น.ส.กานดาภรได้ชี้แจงอย่างละเอียดถึงข้อกล่าวหา ดังนี้
เรื่องการเรียกเก็บเงิน 150,000 บาท และข้อกล่าวหา "มิจฉาชีพ"
น.ส.กานดาภร ยอมรับว่า มีการเรียกเก็บเงินจำนวนนี้จริง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ "ล่อซื้อ" ผู้สมัครรายหนึ่งในจังหวัดลพบุรีที่ต้องการจ่ายเงินเพื่อต้องการที่จะได้รับการบรรจุ ซึ่งตนมองว่าไม่ถูกต้อง
น.ส.กานดาภร ระบุว่า ได้เสนอราคาที่ต่ำกว่าที่มีการเรียกเก็บกันในระบบ โดยเสนอราคาล่อซื้ออยู่ที่ 150,000 บาท แทนที่จะเป็น 350,000 บาท ตามที่นายกิจเรียกเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
"เมื่อผู้สมัครรายนั้นไม่เห็นชื่อของตัวเองในการประกาศผล ไม่มีรายชื่อติดผู้ผ่านการสอบ ก็เกิดความไม่พอใจ ผู้สมัครคนนั้นจึงได้แคปภาพแชทไลน์ที่โอนเงินให้จำนวน 150,000 บาท ส่งให้ "เพจธรรมศาสตร์" ทำให้เพจเข้าใจผิดและกล่าวหาเธอว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงของการล่อซื้อ"
เรื่องการแอบอ้าง "หลานองคมนตรี"
น.ส.กานดาภร ยังชี้แจงว่า กรณีที่มีการใช้คำว่า "หลานองคมนตรี" ในการสนทนาทางไลน์กับผู้สมัครรายนั้น เพื่อเป็นกลวิธีในการ "ล่อซื้อ" เช่นเดียวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้ชื่อ "สรยุทธ" ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพื่อเบี่ยงประเด็นหลานองคมนตรีตัวจริง (นาย จ. สงวนชื่อ-นามสกุล) ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้เลย และได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้วว่า เป็นการยืมเงินส่วนตัวจำนวน 350,000 บาท ไม่ใช่ 150,000 บาท โดยยืมตั้งแต่ปี 2567 เป็นการรู้จักกันเป็นการส่วนตัวและเป็นการหยิบยืมเงินกันโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบ
เรื่องใบแต่งตั้งมหาวิทยาลัยปลอม
น.ส.กานดาภร ยังยืนยันหนักแน่นว่า ใบแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ที่แต่งตั้งให้เป็นผู้ประสานงานและที่ปรึกษานั้น เป็นของจริง และถูกต้องตามกฎหมาย
น.ส.กานดาภรยังกล่าวถึงข้อกล่าวหาจาก "เพจธรรมศาสตร์" ที่ระบุว่า เป็น "อีผีปอบแอบอ้างเบื้องบน" ว่า ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ จริง เพื่อร้องเรียนกรณีที่อดีตผู้บริหารระดับสูงในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายหนึ่ง ได้ดูหมิ่นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกว่าเป็น "มหาลัยก๊องแก๊ง" ไม่มีศักยภาพในการจัดสอบ และโยนหนังสือใส่หน้าซึ่งตนเอง มองว่าเป็นการด้อยค่าสถาบันการศึกษาที่ได้รับพระราชทานนาม จึงได้ทำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ โดยมีเลขหนังสือรับรองพร้อม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามความจงรักภักดี ไม่ใช่การแอบอ้าง
@ ปมการลาออกและการยื่นเรื่องต่อ 7 หน่วยงานรัฐ
น.ส.กานดาภร กล่าวด้วยว่า เพื่อแสดงความโปร่งใสและให้สามารถดำเนินคดีเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ จึงได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้ประสานงานและที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกแล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะลาออกได้รวบรวมข้อมูลและยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานรัฐถึง 7 หน่วยงาน ได้แก่ 1.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งรับเป็นคดีพิเศษ, 2.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), 3.กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น, 4.กระทรวงมหาดไทย, 5.สำนักนายกรัฐมนตรี, 6.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), และ 7.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยื่นไปถึง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
"ดิฉันเป็นผู้ค้ากับภาครัฐมานานกว่า 25 ปี จึงมีความรู้เกี่ยวกับสถิติการออกข้อสอบ และเคยให้คำแนะนำ ซึ่งคล้ายติวเตอร์ไม่เป็นทางการ แก่ผู้สมัครสอบบางกลุ่มที่ต้องการสอบได้ แต่ไม่มีการล็อกที่เรียกเก็บเพื่อให้ได้ตำแหน่งอย่างแน่นอน ทั้งนี้ยืนยันว่าการเก็บเงิน 150,000 บาท เป็นการ "ล่อซื้อ" เพื่อเปิดโปงกระบวนการทุจริตที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่การกระทำผิด และส่วนพร้อมที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีที่ผลสอบที่ถูกประกาศออกมานั้น มีความไม่โปร่งใส" น.ส.กานดาภร ระบุ
น.ส.กานดาภร ยังเชื่อว่าการถูกโจมตีจาก "เพจธรรมศาสตร์" มีผู้อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากในการประกาศคุณสมบัติของผู้จัดสอบ พบว่า มีเพียง มศว. เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ
"เท่าที่ทราบ แรกเริ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยจะยื่นเป็นผู้จัดสอบเอง แต่ไม่ได้ยื่น ทำให้ มศว. ซึ่งมีคุณสมบัติตรงกับธรรมศาสตร์ เป็นผู้ได้จัดสอบแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นการคัดค้าน TOR (Terms of Reference) ที่ไม่เป็นธรรมมาตั้งแต่ต้นปี 2568 แล้ว โดยมีมหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์และราชภัฏสกลนครร่วมคัดค้าน TOR ด้วย"
น.ส.กานดาภร ยังย้ำด้วยว่า จะติดตามผลการประกาศสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหากพบความไม่ชอบมาพากลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและเปิดโปงขบวนการทุจริตที่ซับซ้อนในวงการสอบท้องถิ่นต่อไป




