News Logo
หน้าแรก
ลากไส้โครงการวิจัยมรภ.สารคาม (จบ) หลักฐานเบิกจ่ายมีการปลอมแปลงเอกสาร?

ลากไส้โครงการวิจัยมรภ.สารคาม (จบ) หลักฐานเบิกจ่ายมีการปลอมแปลงเอกสาร?

19 ก.พ. 2569 13:53
ผู้ชม 669 คน

"...การจัดซื้อวัสดุฝึกอบรมจากผู้ประกอบการในครั้งนี้ มีการจัดซื้อจากแต่ละร้านค้าด้วยยอดเงินสูงถึงหลัก 10 ล้านบาท และบางรายการสูงกว่า 200 ล้านบาท อีกทั้งในการจัดซื้อแต่ละรายการมีจำนวนมาก แต่พบว่ามีการจัดซื้อผ่านคนกลาง โดยไม่มีการจัดซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตโดยตรง หรือจากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560..."

ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!!

กรณีโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดโรคโควิด -19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 จำนวน 407,934,400 บาท ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สอบพบข้อบกพร่องในการดำเนินงานเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง และได้ทำหนังสือแจ้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคามที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 ราย และให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่มหาวิทยาลัยฯ เป็นจำนวนเงิน 280,706,723 บาท

เกี่ยวกับการเปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการในส่วนของหน่วยตรวจสอบภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ที่ได้เข้าตรวจสอบการดำเนินงานโครงการฯ และมีการสรุปผลการตรวจสอบเสนอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ ด้วย นั้น

ในตอนที่แล้ว สำนักข่าว Next News นำข้อมูลผลการตรวจสอบส่วนแรกที่พบปัญหาขั้นตอนการปฏิบัติงานและการเบิกจ่ายเงินหลายประการ มานำเสนอไปแล้ว

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ต่อไปนี้ เป็นผลการตรวจสอบในส่วนที่เหลือ ซึ่งมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าในโครงการฯ พบว่ามีการจัดซื้อผ่านคนกลาง โดยไม่มีการจัดซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตโดยตรง หรือจากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมถึงหลักฐานการเบิกจ่ายเงินของโครงการฯ ที่อาจมีการปลอมแปลงเอกสารใบส่งของเกิดขึ้น

ปรากฏรายละเอียดดังต่อไปนี้

@ จัดซื้อผ่านคนกลาง โดยไม่มีการจัดซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตโดยตรง

1. การจัดซื้อวัสดุฝึกอบรมจากผู้ประกอบการในครั้งนี้ มีการจัดซื้อจากแต่ละร้านค้าด้วยยอดเงินสูงถึงหลัก 10 ล้านบาท และบางรายการสูงกว่า 200 ล้านบาท อีกทั้งในการจัดซื้อแต่ละรายการมีจำนวนมาก แต่พบว่ามีการจัดซื้อผ่านคนกลาง โดยไม่มีการจัดซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตโดยตรง หรือจากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

มาตรา 6 กำหนดให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินงบประมาณของรัฐ ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าต่อภารกิจของภาครัฐ และป้องกันปัญหาการทุจริต

มาตรา 8 กำหนดหลักการจัดซื้อพัสดุว่าต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐ โดยต้องสอดคล้องกับหลักการ ได้แก่ ความคุ้มค่า ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสามารถตรวจสอบได้

การดำเนินการดังกล่าวจึงอาจส่งผลให้การใช้เงินงบประมาณไม่คุ้มค่า และอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานผู้เบิกจ่ายได้

@ หลักฐานการเบิกจ่ายโครงการฯ อาจมีการปลอมแปลงเอกสาร

2. หลักฐานการเบิกจ่ายของโครงการฯ อาจมีการปลอมแปลงเอกสารใบส่งของของ สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด

โดยมีข้อสังเกตดังนี้

  • 2.1 ใบส่งของบางฉบับ ด้านหลังเป็นกระดาษทำการที่ใช้แล้วของกลุ่มงานการเงิน กองคลัง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปรากฏตามฎีกาเลขที่ 1226 ตั้งเบิกให้กับสหกรณ์ฯ ตามใบส่งของเล่มที่ 2 เลขที่ 62-1 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 จำนวนเงิน 62,000 บาท

  • 2.2 ประธานสหกรณ์ฯ ยืนยันว่า ลายมือชื่อ “นายวีระยุทธ ไชโยราช” ในช่องผู้ส่งของ และลายมือชื่อผู้รับเงินในใบเสร็จรับเงิน ไม่ใช่ลายมือชื่อของนาง ต. เจ้าหน้าที่บัญชีและการเงินของสหกรณ์ฯ ตามหนังสือที่ สกก 10/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เรื่อง ขอยืนยันเอกสารหลักฐาน

  • 2.3 พบเลขที่ใบส่งของซ้ำซ้อน จำนวน 191 หมายเลข และรายละเอียดในใบเสร็จรับเงินไม่ตรงกับใบส่งของ จำนวน 14 ฉบับ

  • 2.4 มีการแก้ไขใบส่งของโดยผู้ออกใบส่งของไม่ลงลายมือชื่อกำกับ ทั้งที่หลักการแก้ไขเอกสารสำคัญต้องขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ พร้อมลงลายมือชื่อผู้แก้ไขกำกับ

  • 2.5 ใบส่งของเล่มเดียวกัน เลขที่เดียวกัน แต่ลงวันที่ต่างกัน และมีการแก้ไขโดยการเขียนทับ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการแก้ไขเอกสารสำคัญ

  • 2.6 ใบส่งของบางฉบับมี 2 หน้า แต่ใช้เล่มและเลขที่ต่างกัน เช่น หน้า 1 ใช้เล่มที่ 2 เลขที่ 118 ส่วนหน้า 2 ใช้เล่มที่ 1 เลขที่ 119

  • 2.7 ใบเสร็จรับเงินบางฉบับระบุรายละเอียดการรับเงินไม่ครบถ้วน และไม่สอดคล้องกับใบส่งของ เช่น มหาวิทยาลัยจ่ายเงินตามใบส่งของเลขที่ 2/118 และ 1/119 แต่ใบเสร็จรับเงินระบุว่า “ได้รับเงินตามใบส่งของเล่มที่ 1/118” เป็นต้น

  • 2.8 ใบส่งของฉบับเดียวกันลงวันที่ต่างกัน เช่น หน้า 1 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 หน้า 2 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2565 (ฎีกา ฏ908)

  • 2.9 ใบส่งของเป็นของสหกรณ์ฯ แต่พบว่าในฉบับที่พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ระบุชื่อผู้ส่งสินค้าเป็นของ หจก.บุญทวีการเกษตร ต่อมามีการขีดทับและแก้ไขด้วยปากกา โดยไม่ลงลายมือชื่อกำกับ เปลี่ยนจากชื่อเดิมเป็น “นายวีรยุทธ ไชโยราช” ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าที่ถูกต้องของสหกรณ์ฯ จำนวน 19 ฉบับ

  • 2.10 ใบส่งของเป็นของสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด แต่พบว่า ในใบส่งของฉบับพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์นั้น ชื่อผู้ส่งของเป็นชื่อของผู้ส่งของ บริษัท ร่ำซำ จำกัด หลังจากนั้นพบว่า มีการแก้ไขชื่อผู้ส่งสินค้าโดยการขีดทับแล้วเขียนด้วยปากกา และไม่ลงลายมือชื่อกำกับ จากนาย ส. เป็น นายวีรยุทธ ไชโยราช ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าที่ถูกต้องของสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด จำนวน 1 ฉบับ ได้แก่ ฏ928

3. การเบิกค่าเดินทางวิทยากรไม่สอดคล้องกับหนังสือเชิญ ซึ่งหนังสือเชิญวิทยากรให้ดำเนินกิจกรรมที่ 1.4.2 นำเสนอกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการวิพากษ์หลักสูตร จำนวน 4 หลักสูตร ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เบิกค่าเดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่มีหนังสือเชิญไปเป็นวิทยากรที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ ฏ2468

4. แบบฟอร์มใบส่งของ “สหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด” “ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญทวีการเกษตร” และ “บริษัท ร่ำซำ จำกัด” มีลักษณะเหมือนกัน

5. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีการมอบหมายให้ผู้ที่ไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจรับพัสดุ ปฏิบัติหน้าที่ตรวจรับพัสดุแทน

6. สถาบันวิจัยและพัฒนา โดยนาย ส. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ได้ทำสัญญาซื้อขายกับสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโกสุมพิสัย จำกัด จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่

6.1 ฉบับที่ 1 สัญญาเลขที่ 002/2565 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2565 จำนวนเงิน 47,057,033 บาท โดยจัดส่งสินค้าภายในวันที่ 29 มิถุนายน 2565

6.2 ฉบับที่ 2 สัญญาเลขที่ 4/2565 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 จำนวนเงิน 232,513,590 บาท โดยจัดส่งสินค้าภายในวันที่ 4 สิงหาคม 2565

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ได้จัดทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาซื้อขายย้อนหลัง ปรากฏตามหนังสือที่ อว.10619.07/5412 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 เรื่อง ขอยกเลิกสัญญาซื้อขาย

@ ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ

จากข้อตรวจพบการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้

มีประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.หนังสือขออนุมัติจัดซื้อของหน่วยรับตรวจที่เสนอมหาวิทยาลัย โดยขอใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อวัสดุ ควรระบุเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องดำเนินการจัดซื้อไว้ด้วย เนื่องจากเป็นการจัดซื้อที่มีวงเงินงบประมาณสูง

2.อธิการบดีได้มอบอำนาจในการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างให้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ในวงเงินไม่เกิน 100,000,000 บาท และให้สามารถดำเนินการจัดซื้อด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ที่ 2645/2565 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาฯ แต่หน่วยรับตรวจมีการดำเนินการจัดซื้อวัสดุฝึกอบรมตามกิจกรรมโครงการฯ เข้าลักษณะการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง โดยลดวงเงินในการจัดซื้อวัสดุฝึกอบรมต่อครั้งให้มีจำนวนเงินไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจากวิธีประกาศเชิญชวนเป็นวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 20

3.ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มาตรา 8 ได้บัญญัติไว้ว่า การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐ และต้องสอดคล้องกับหลักการ คือ คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ ซึ่งหน่วยรับตรวจได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินมาในคราวเดียวกัน แต่จัดซื้อแยกออกเป็นส่วน ๆ ด้วยวัสดุประเภทเดียวกัน โดยจัดซื้อจากสถานประกอบการ 3 แห่ง ที่มีจำนวนซื้อหลายครั้ง ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่เกิดการประหยัด คุ้มค่า และสมประโยชน์ของราชการและเงินงบประมาณของประเทศ

4.หน่วยรับตรวจไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น การดำเนินการขออนุมัติเบิกเงิน รายละเอียดหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน การเบิกค่าตอบแทนให้แก่วิทยากรและบุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ รวมทั้งหลักฐานการจ่ายค่าตอบแทน ค่าสมนาคุณวิทยากร การเบิกจ่ายค่าเดินทางไปราชการ และการรายงานผลการดำเนินโครงการฯ

หน่วยรับตรวจไม่ถือปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562 ข้อ 13 กำหนดว่า ให้หน่วยรับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรงบประมาณดังกล่าว จัดทำสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณภายในสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ พร้อมทั้งรายงานปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข เพื่อเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือผู้ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย และแจ้งสำนักงบประมาณทราบต่อไป เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการรายงานดังกล่าว

************

ทั้งหมดนี้ เป็นรายละเอียดในรายงานผลการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการในส่วนของหน่วยตรวจสอบภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ที่ได้เข้าตรวจสอบการดำเนินงานโครงการฯ และมีการสรุปผลการตรวจสอบเสนอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ ไปแล้ว

แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ มีคำสั่งอย่างไร เกี่ยวกับผลการตรวจสอบของ หน่วยตรวจสอบภายใน

ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามมานำเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สอบงบวิจัยหลังโควิด



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.
โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.