เปิดเบื้องหลัง! 'อธิคม อินทุภูติ' ถอนตัวผู้ไต่สวนอิสระสอบคดีสินบนทองคำ 'เอกวิทย์ วัชชวัลคุ' กรรมการ ป.ป.ช. เหตุเคยเรียน บ.ย.ส. รุ่นเดียวกับ 'สมบัติ ธรธรรม' หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา เผยมีแจ้งหนังสือให้ประธานศาลฎีการับทราบแล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในประกาศแต่งตั้ง นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เป็นผู้ไต่สวนอิสระแทน นายอธิคม อินทุภูติ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ซึ่งได้ขอถอนตัวจากการเป็นผู้ไต่สวนอิสระในการไต่สวนหาข้อเท็จจริงและทำความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ประธานวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานรัฐสภา มีหนังสือเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่า นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

คำสั่งปธ.ศาลฎีกา
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลฎีกา เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า สาเหตุที่ นายอธิคม อินทุภูติ แจ้งถอนตัวจากการเป็นผู้ไต่สวนอิสระในคดีนี้เนื่องจากเคยเข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) ของสำนักงานศาลยุติธรรม รุ่นเดียวกับนายสมบัติ ธรธรรม อดีตอนุกรรมการในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีสินบนทองคำ ร่วมกับ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ด้วย
“นายอธิคม แจ้งในหนังสือที่ทำถึงประธานศาลฎีกาว่า เหตุผลที่ขอถอนตัวจากคณะผู้ไต่สวนอิสระ เนื่องจากเคยเข้าอบรมหลักสูตร บ.ย.ส. ของสำนักงานศาลยุติธรรม รุ่นเดียวกับนายสมบัติ ธรธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาว่าติดสินบน นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. สอบสวน แต่ ป.ป.ช. ได้คืนสำนวนให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการ เนื่องจากกรณีนายเอกวิทย์ นั้น พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานรัฐสภา ผ่านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวนแล้ว” แหล่งข่าวระบุ
สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีสินบนทองคำ มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 6 ราย ในความผิดฐานร่วมกันให้และรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงาน นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด พลเรือนคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นายสรพงษ์ พลเรือน ผู้จัดซื้อทองคำ และนายสุรสิทธิ์ พลเรือน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายเอกวิทย์
ส่วนหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) นั้น เป็นหลักสูตรที่ผู้พิพากษาศาลฎีกาและผู้พิพากษาอาวุโสบางส่วนออกมาคัดค้านและเรียกร้องให้ยกเลิก โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 โดยมีเหตุผลสำคัญว่า สร้างระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย ถูกมองว่าเป็นแหล่งสร้างคอนเนคชันระหว่างผู้พิพากษา นักการเมือง และผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ผู้พิพากษาจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวในทางที่มิชอบ กระทบต่อความยุติธรรมและภาพลักษณ์ของศาล ทั้งนี้ การที่ผู้พิพากษาไปร่วมทำกิจกรรมกับฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายที่อาจมีคดีความ ทำให้เสียความเป็นอิสระในการพิจารณาคดี และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อศาล อีกทั้งยังถูกมองว่าไม่คุ้มค่าและไม่เกิดประโยชน์
สำหรับคณะผู้ไต่สวนอิสระคดีสินบนทองคำ มีจำนวน 9 คน ประกอบไปด้วย
นายชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา
นายเผดิม เพ็ชรกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
นายอธิคม อินทุภูติ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ( นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา แทน)
นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด
นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา
ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศาสตราจารย์ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีนิติศาสตร์จุฬา
ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.
อย่างไรก็ดี กรณีนี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ได้มอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยตั้งข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา ซึ่งทางทนายความผู้รับมอบอำนาจยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
โดยคดีนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาชี้ขาด ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
ขณะที่ นายสมบัติ ธรธรรม และพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ปัจจุบันถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวนคดีช่วยเหลือตกแต่งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ อีกหนึ่งคดี ปัจจุบัน ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีมติชี้มูลความผิดอะไร บุคคลทั้งสองและผู้เกี่ยวข้อง ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เช่นกัน




