News Logo
หน้าแรก
บช.ก.รวบ 'สรพงศ์' คดีสินบนทองคำ-เร่งสรุปสำนวน 'บิ๊กโจ๊ก-พวก'

บช.ก.รวบ 'สรพงศ์' คดีสินบนทองคำ-เร่งสรุปสำนวน 'บิ๊กโจ๊ก-พวก'

19 มี.ค. 2569 12:59
ผู้ชม 116 คน

"บิ๊กเต่า" เผย บช.ก.รวบ "สรพงศ์" ผู้ต้องหาคดีสินบนทองคำ 246 บาท หลังมอบตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งที่ 2 แต่มีหมายจับคดีให้สินบน จนท.ก่อนหน้า ออกหมายจับติดตัว - ส่วนคดี "บิ๊กโจ๊ก" -พวก โยงสินบนทองคำ ตอนนี้กำลังเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการจ่อฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคดีสินบนทองคำหนัก 246 บาท ที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุม นายสรพงศ์ วงษ์สุวรรณ หนึ่งในผู้ต้องหาสำคัญในคดีนี้ได้แล้ว ภายหลังนายสรพงศ์เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งที่ 2 แต่ถูกจับกุมในทันที เนื่องจากมีหมายจับติดตัวอยู่ก่อนแล้ว

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า นายสรพงศ์มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดซื้อทองคำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในคดีสินบนดังกล่าว สำหรับรายละเอียดการสอบปากคำนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยนายสรพงศ์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรกได้ยื่นเอกสารขอเลื่อนการเข้าพบ ซึ่งในการเข้าพบครั้งที่สองนี้ นายสรพงศ์มีความประสงค์ที่จะขอเลื่อนการให้ปากคำอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้ว จึงได้ทำการจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา "ร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน" หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ทางพนักงานสอบสวนก็ได้ดำเนินการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน

รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เปิดเผยถึงโครงสร้างสำนวนคดีนี้ว่าถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ขณะนี้ได้มีการส่งเรื่องไปยังรัฐสภาและส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นทราบว่ามีการแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนนี้ นอกจากนี้ ยังทราบอีกด้วยว่า พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิศมัย ผู้ร้องเรียน ได้นำพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งมอบให้กับทางตำรวจ และมีการส่งต่อไปยังรัฐสภาก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน

สำหรับสำนวนอีกชุด ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารวม 5 ราย ได้แก่ พลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายสมบัติ อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., นายสามารถ, นายสรพงศ์ และนายสุรสิทธิ์ นั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจการดำเนินการของตำรวจ เนื่องจากก่อนหน้านี้สำนวนได้ถูกส่งไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งได้ส่งเรื่องกลับมาให้ทางตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ ตามมาตรา 61 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

"ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อส่งให้อัยการ ก่อนจะส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งเราจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากสำนวนมีความพร้อมเป็นส่วนใหญ่ เหลือเพียงการตรวจสอบรายละเอียดอีกเล็กน้อยเท่านั้น" พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าว

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ทนายความของผู้ต้องหาได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดำเนินการสอบสวนโดยไม่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ช. และทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าอาจถูกฟ้องร้อง ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบและเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่ว่าผลการดำเนินการจะถูกใจหรือไม่ถูกใจฝ่ายใดก็ตาม แต่ยืนยันว่าการทำงานต้องยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว