เผยมติ ป.ป.ช.เสียงเอกฉันท์ ชี้มูล จ่าเอกสนิท ชมเทศ อดีตปลัด อบต.ทุ่งกระพังโหม-พวก ร่วมกันทุจริตนำรถบรรทุกน้ำของ อบต.ไปขนน้ำให้เอกชน หาค่าบริการขนส่งโดยมิชอบ -พบผู้เกี่ยวข้องให้การอันเป็นเท็จรับสมอ้างช่วยผู้กระทำความผิดให้ไม่ต้องรับโทษ แจ้งพนักงานสอบสวนสภ.ดอนตูม ดำเนินคดีต่อไป
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล จ่าเอกสนิท ชมเทศ อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมกับนางสาวศินีนารท รักษาคร พนักงานจัดซื้อ ซึ่งมีความผิด กรณีนำรถบรรทุกน้ำของราชการไปขนส่งน้ำให้เอกชน เพื่อแสวงหาประโยชน์จากค่าบริการขนส่งน้ำ โดยมิชอบ เหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2558
โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง ดังนี้
1.การกระทำของ จ่าเอก สนิท ชมเทศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
2.การกระทำของนางสาวศินีนารท รักษาคร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 มาตรา 161 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแร
3.ให้กันนายสมบูรณ์ ภาคภูมิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับจ่าเอกสนิท ชมเทศ และนางสาวศินีนารท รักษาคร ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
รายงานข่าวแจ้งว่า เกี่ยวกับคดีนี้ จากการไต่สวนเบื้องต้นปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายเฉลิมชัย เกรียงบูรณนันท์ ได้ให้การอันเป็นเท็จต่อพนักงานไต่สวน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 สถานที่เกิดเหตุ ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยรับสมอ้างว่าเป็นผู้ประกอบการขนส่งน้ำ และรับเงินค่าขนส่งน้ำจากห้าง ทั้งที่ นายเฉลิมชัย เกรียงบูรณนันท์ ไม่ได้เป็นผู้ขนส่งน้ำดังกล่าวแต่อย่างใด เพื่อช่วยผู้กระทำความผิดในคดีนี้ให้ไม่ต้องรับโทษ
โดยพฤติการณ์ของนายเฉลิมชัย เกรียงบูรณนันท์ ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว นายเฉลิมชัย เกรียงบูรณนันท์ จึงไม่ใช่ผู้สนับสนุนการกระทำความผิดในคดีนี้ ให้ดำเนินการกล่าวโทษ นายเฉลิมชัย เกรียงบูรณนันท์ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดอนตูม จังหวัดนครปฐม ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ต่อไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




