สำนักงาน ป.ป.ช. โคราช เผยแพร่มติ คกก.ชุดใหญ่ชี้มูลความผิดอดีตนายก อบต.หินดาด - พวก เข้ามีส่วนได้เสียขุดเจาะบ่อบาดาลโดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ปี 63 จำนวน 5 โครงการ ส่งสำนวนฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกม. แจ้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน พ่วงชดใช้ค่าเสียหายแล้ว- ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาล ล่าสุดเจ้าตัวทำหนังสือยื่นขอความเป็นธรรมต่อ อสส. แล้ว มั่นใจในความบริสุทธิ์ตนเอง
จากกรณีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหานายพิบูลย์ แสงสุระ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) หินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการขุดเจาะบ่อบาดาลโดยใช้แผงโซลาร์เซลล์(พลังงานแสงอาทิตย์)ขององค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด เมื่อปีงบประมาณ 2563จำนวน 5 โครงการ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส) เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี พร้อมแจ้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ตามหน้าที่และอำนาจ และให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ทีมทนายความของ นายพิบูลย์ แสงสุระ ติดต่อมายังสำนักข่าว Next News แจ้งว่า ปัจจุบันคดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด นายพิบูลย์ แสงสุระ มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง และได้ทำหนังสือยื่นขอความเป็นธรรมต่อ อัยการสูงสุด (อสส.) แล้ว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายพิบูลย์ แสงสุระ ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กับพวก ได้ร่วมกันเข้าไปกระทำด้วยประการใด ๆ อันมีผลให้ตนเองหรือบุคคลอื่นเข้ามามีส่วนโดยตรงในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขุดเจาะบ่อบาดาลโดยใช้แผงโซล่าเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ขององค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด เมื่อปีงบประมาณ 2562 จำนวน 5 โครงการ รวมงบประมาณ 1,250,000 บาท ที่ตนเองมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลในลักษณะครอบงำสั่งการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำตามแต่ละบทบาท และหน้าที่เพื่อให้ร้านอันดาพานิช ซึ่งมีนางสาวกฤติญา ดินไธสง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 เป็นเจ้าของเข้ามาเป็นคู่สัญญาโดยมิชอบ อีกทั้งเป็นการมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาดหรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
กล่าวคือ ในการจัดจ้างโครงการดังกล่าว นายพิบูลย์ แสงสุระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้สั่งการให้แยกดำเนินโครงการแต่ละโครงการเพื่อที่จะสามารถดำเนินจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เป็นผู้จัดหาและนำร้านอันดาพานิช ซึ่งมีนางสาวกฤติญา ดินไธสง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 เป็นเจ้าของและเป็นแฟนสาวของนายวิรันด์ ปัดตาละคะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับสวาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ซึ่งเป็นพรรคพวกและเป็นเพื่อนกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เข้ามาทำสัญญาในโครงการดังกล่าว จากตรวจสอบเอกสารของผู้เสนอราคาแล้วพบว่า ในเอกสารใบเสนอราคาของร้านอันดาพานิช จะไม่มีการลงรับหรือประทับวันที่ลงรับแต่อย่างใด เพราะเป็นกรณีที่นายพิบูลย์ แสงสุระ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้นำเอกสารมาให้โดยไม่ได้เสนอราคาตามขั้นตอนปกติแต่อย่างใด และไม่ปรากฏข้อมูลรายละเอียดปริมาณงาน การคำนวนราคาหรือจำนวนเงินที่ผู้รับจ้างเสนอราคาแต่อย่างใด จากการตรวจสอบลายมือชื่อของนางสาวกฤติญา ดินไธสง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ในเอกสารใบเสนอราคา เอกสารปริมาณงาน เอกสารสัญญาจ้าง หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพบว่ามีการลงลายมือชื่อไม่ถูกต้อง และลายมือชื่อมีลักษณะแตกต่างกันชัดเจน
ในการเข้าทำงานในโครงการดังกล่าวปรากฏว่า นายพิบูลย์ แสงสุระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้นำผู้รับจ้างจากจังหวัดอุบลราชธานีเข้ามาขุดเจาะบ่อบาดาล ปรากฏว่าการขุดเจาะไม่ได้ตามสัญญาจ้าง คือ ความลึกไม่ได้ 60 เมตร ขุดเจาะได้เพียง 50 เมตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงได้ติดต่อกับนายวิรันด์ ปัดตาละคะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับสวาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ได้ติดต่อให้บุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้มีอาชีพรับเจาะน้ำบาลดาลและติดตั้งโซลาเซลล์ เข้าไปขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 เมตร เป็น 60 เมตร พร้อมให้ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์รวมถึงระบบเดินระบบต่าง ๆ เช่น ปั๊มน้ำซัมเมิสฯ เป็นต้น
ในการจัดซื้อระบบท่อน้ำ, การดำเนินงานก่อสร้างซีเมนต์คาดบ่อ, งานพื้น คสล. ลานบ่อ, และงานรั้วรอบแผงโซล่าเซลล์ ปรากฏว่านายพิบูลย์ แสงสุระ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ร่วมกับนายวิรันด์ ปัดตาละคะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 และนายบรรจง นามวงษา นายช่างโยธา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด โดยได้ติดต่อให้ ลูกน้องและลูกจ้างของ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นคนดำเนินการในการรับเงินค่าจ้างโครงการดังกล่าวนางสาวกฤติญา ดินไธสง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 เป็นผู้รับเงินและนำเช็คขึ้นเงินด้วยตนเอง และนายวิรันด์ ปัดตาละคะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 จะเป็นผู้จ่ายเงินค่าจ้างให้กับบุคคลที่เข้าดำเนินการแทน การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนายพิบูลย์ แสงสุระ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ และฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 มาตรา 162 (4) และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 91 ฐานใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือให้มีการเสนอราคาโดยหลงผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 7 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) และมาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลเป็นการกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92
2. การกระทำของนายบรรจง นามวงษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ และฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 มาตรา 162 (4) และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน และการลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 ข้อ 7 วรรคสาม และข้อ 10 วรรคสอง
3. การกระทำของนางสาวศุภลักษณ์ แก้วเบ้า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นางสาวศศินันทน์ สิมรัมย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายกิตติศักดิ์ ตุ้มสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำการอันมีมูลความผิดอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ และฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาล โดยไม่เสียหายแก่ราชการ ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน และการลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 ข้อ 9 วรรคแรก และข้อ 10 วรรคแรก
4. การกระทำของนางสาวกฤติญา ดินไธสง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายวิรันด์ ปัดตาละคะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 และมาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 ฐานใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือให้มีการเสนอราคาโดยหลงผิด ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 7 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) และมาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
ป.ป.ช. ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายพิบูลย์ แสงสุระ นายบรรจง นามวงษา นางสาวกฤติญา ดินไธสง และนายวิรันด์ ปัดตาละคะ ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายบรรจง นามวงษา นางสาวศุภลักษณ์ แก้วเบ้า นางสาวศศินันทน์ สิมรัมย์ และนายกิตติศักดิ์ ตุ้มสูงเนิน และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับ นายพิบูลย์ แสงสุระ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบด้วย
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของนางสาวกฤติญา ดินไธสง ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไปด้วย
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




