News Logo
หน้าแรก
แฉสารพัดเล่ห์ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.

แฉสารพัดเล่ห์ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.

4 เม.ย. 2569 16:07
ผู้ชม 2,001 คน

จากกรณี สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่า ในช่วงปีงบประมาณ 2567 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐ หลังได้รับการร้องเรียนเข้ามา

ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องจำนวน 52 รายงาน รวม 39 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายและมีข้อเสนอแนะให้เรียกคืนเงินรวมทั้งสิ้น 124.22 ล้านบาท

ปัญหาสำคัญที่ตรวจพบ ได้แก่ การเบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ เอกสารประกอบการเบิกจ่ายไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง การอนุมัติงบโดยผู้ไม่มีอำนาจ การเบิกค่าใช้จ่ายโดยไม่มีการแจกแจงรายละเอียด รวมถึงการเบิกค่าใช้จ่ายให้บุคคลที่ไม่มีสิทธิ เช่น พนักงานจ้างเหมาบริการ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การเบิกค่าเดินทางและค่าที่พักเป็นเท็จ การปลอมแปลงเอกสาร การเบิกจ่ายเกินจริง หรือมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ การเบิกค่าตอบแทนวิทยากรโดยมิใช่ผู้ปฏิบัติหน้าที่จริง รวมถึงการเบิกซ้ำซ้อนและการนำเงินยืมไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ บางกรณียังพบการนำรายชื่อเจ้าหน้าที่มาใช้เป็นตัวแทนในการเบิกค่าตอบแทนและนำไปเฉลี่ยจ่ายโดยไม่มีหลักฐาน รวมถึงการจัดทำเอกสารเพื่อรองรับการเบิกจ่ายโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริงด้วย

เบื้องต้น สตง.ได้แจ้งผลการตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่รัฐ และกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีกในอนาคตแล้ว

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.

ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดสำคัญในรายงาน สตง. ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐข้างต้น

@ การตรวจสอบโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ การเดินทางไปราชการ และค่าตอบแทน

จากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ในปีงบประมาณ 2567 พบประเด็นการตรวจสอบโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ การเดินทางไปราชการ และค่าตอบแทน ที่พบข้อบกพร่อง จำนวน 52 รายงาน รวม 39 หน่วยงาน

พบมูลค่าความเสียหายที่มีข้อเสนอแนะให้เรียกเงินคืน รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 124.22 ล้านบาท

มีผลการตรวจสอบโดยสรุป ดังนี้

ข้อบกพร่องที่สำคัญ

1.การเบิกจ่ายเงินโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หนังสือสั่งการ จำนวน 25 รายงาน เช่น การแนบหลักฐานประกอบการจ่ายเงินที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน รวมถึงการเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยไม่มีการจำแนกรายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ การเสนอและอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณโดยไม่มีอำนาจและหน้าที่ในการอนุมัติ

อีกทั้ง การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการให้กับพนักงานจ้างเหมา ที่ไม่มีสิทธิในการเบิกจ่าย การอนุมัติเงินยืมไม่เป็นไปตามระเบียบ การส่งใช้เงินยืมล่าช้า และการเบิกจ่ายเงินให้กับผู้ขายล่าช้า/การจ่ายค่าจ้างล่วงหน้า

นอกจากนี้ ยังมีการนำรายชื่อเจ้าหน้าที่บางส่วนเป็นตัวแทนเพื่อเบิกจ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยและเฉลี่ยจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่อื่นโดยไม่มีหลักฐานการจ่าย

การเบิกจ่ายโดยเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินไม่ครบถ้วน การอนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเวลาราชการให้กับบุคลากรไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ การจัดทำเอกสารสรุปผลการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการที่ไม่สามารถเบิกเงินค่าตอบแทนได้

การทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษแต่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของสัญญา และการเบิกค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในอัตราที่สูงกว่าอัตราตามหลักเกณฑ์

2.การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการฝึกอบรม/ดูงาน ที่เป็นเท็จหรือไม่ถูกต้อง

ตรวจสอบพบการเบิกจ่ายเงินโดยหลักฐานการเบิกจ่ายเป็นเท็จไม่ตรงกับความจริง และการปลอมแปลงเอกสาร การรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ จำนวน 23 รายงาน เช่น

2.1 การเบิกจ่ายที่เป็นเท็จ ดังนี้

การเบิกค่าใช้จ่ายค่าที่พักเป็นเท็จ ได้แก่ การเบิกค่าเช่าที่พักโดยไม่มีการจ่ายจริง เบิกจ่ายเกินกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ หรือเบิกจ่ายมากกว่าที่จ่ายจริง การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเดินทางเป็นเท็จ ได้แก่ การเดินทางที่ไม่ได้เป็นการเดินทางไปราชการ แต่ยื่นขออนุมัติเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การจัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินไม่ตรงกับค่าพาหนะที่จ่ายจริงในการเดินทางไปราชการ

การเบิกจ่ายค่าวิทยากรและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการฝึกอบรมเป็นเท็จ ได้แก่ เบิกค่าวิทยากรให้กับบุคคลที่ไม่ใช่วิทยากร การเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรเกินกว่าจำนวนชั่วโมงฝึกอบรม การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายของที่ระลึกเกินจำนวนผู้เข้ารับการอบรม การยืมเงินไปชำระค่าลงทะเบียนฝึกอบรมแต่ไม่นำเงินไปชำระจริง การเบิกค่าลงทะเบียนซ้ำซ้อน และการจัดทำหนังสือขอความอนุเคราะห์เข้าศึกษาดูงานที่มีรายละเอียดเนื้อหาเหมือนกันแต่ระยะเวลาแตกต่างกันเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่ายเท่านั้น

2.2 การเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง และการเบิกจ่ายเงินโดยหลักฐานการเบิกจ่ายเป็นเท็จ ได้แก่ การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าเบี้ยเลี้ยงเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ผู้ยืมเงินไม่มีการลงนามในสัญญายืมเงิน แต่ผู้จัดทำสัญญายืมไม่ได้ทักท้วงและเสนอสัญญายืมให้ผู้มีอำนาจลงนามเห็นชอบ

มีการจัดทำหลักฐานการส่งใช้เงินยืมไม่ครบถ้วน ผู้ลงลายมือชื่อในบันทึกส่งใช้เงินยืมไม่ใช่ผู้ยืมเงินตามเอกสารการยืมเงินของทางราชการ

การจัดทำฎีกาเบิกเงินเดือนและเอกสารประกอบฎีกาไม่ถูกต้องครบถ้วน แก้ไขข้อมูลอัตราเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างให้มีจำนวนเกินกว่าสิทธิที่ได้รับ ตลอดจนจัดทำเอกสารรายละเอียดการโอนเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อเข้าบัญชีส่วนตัว การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่ได้รับอนุมัติ และเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง และการนำหลักฐานใบเสร็จรับเงินเท็จมาเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินของทางราชการ

3.ข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาผู้รับจ้าง จำนวน 6 รายงาน ได้แก่ การจัดทำโครงการไม่มีหลักฐานการจัดทำรายละเอียดขอบเขตของงาน (TOR) และการจัดทำราคามาตรฐานหรือราคากลางของทางราชการ ไม่มีการเสนอขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง หรือไม่มีการเสนอขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง คณะกรรมการกำหนดราคากลางไม่ได้ดำเนินการสืบราคาจากท้องตลาดตามที่กำหนดไว้ในคู่มือวิธีปฏิบัติงาน

การจัดหาผู้รับจ้างโดยไม่มีหลักฐานการจัดหาผู้รับจ้างตามที่กฎหมายกำหนด หรือเจ้าหน้าที่พัสดุไม่ได้ติดต่อตกลงราคากับผู้รับจ้างด้วยตนเองโดยตรง การทำสัญญาโดยไม่มีการจัดทำสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีการจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้าง โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างล่วงหน้าไว้ก่อนทำสัญญา การประกาศผู้ชนะการเสนอราคาก่อนได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ

รวมถึงการจัดหาผู้รับจ้างที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวหน้าหน่วยงาน ทำให้การได้มาซึ่งผู้รับจ้างเกิดจากกระบวนการจัดหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เกิดการแข่งขันในการเสนอราคา

4.ข้อบกพร่องอื่น ๆ เช่น การใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำการทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต การเจตนาครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นแล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต การจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด

อีกทั้ง การละเลยไม่ควบคุมกำกับดูแล ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา การบริหารความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสมจนก่อให้เกิดข้อบกพร่องและเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ การปฏิบัติหน้าที่โดยขาดความรอบคอบ ระมัดระวัง การดำเนินการโครงการไม่เป็นไปตามกำหนดการ/วัตถุประสงค์/เป้าหมายของโครงการ และการใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ/เงินอุดหนุน/เงินงบประมาณรายได้ของสถานศึกษา

ข้อเสนอแนะที่สำคัญ

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้แจ้งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานดำเนินการ ดังนี้

  1. ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

  2. ให้ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่รัฐหรือหน่วยงาน

  3. ให้กำชับผู้รับผิดชอบให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี แบบแผนการปฏิบัติราชการ หลักวิชาการ/หลักบริหารจัดการที่ดี และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก

ผลการแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 จากผลการตรวจสอบที่พบข้อบกพร่อง จำนวน 52 รายงาน หน่วยงานได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว จำนวน 16 รายงาน อยู่ระหว่างการดำเนินการ จำนวน 28 รายงาน และยังไม่มีการรายงานผลการดำเนินงาน จำนวน 8 รายงาน

ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามมานำเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
จัดซื้อจัดจ้าง
รายงานลับสตง
เบิกจ่ายงบรัฐ
จัดอบรม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยศชนัน' สั่งเบรก Credit Portfolio 5.4 พันล.ภูมิใจไทย ขอชง ครม. อีกรอบ
'ยศชนัน' สั่งเบรก Credit Portfolio 5.4 พันล.ภูมิใจไทย ขอชง ครม. อีกรอบ