หลัง Next News ตีข่าว สตง.ฟัน นาวิกโยธิน 60 ราย เบิกค่าเดินทางเท็จ! กองทัพเรือแจงหลังได้รับแจ้งความผิดปกติ ตั้งคกก.สอบสวนทันทีช่วงต้นปี 2567 สั่งลงโทษวินัยไปแล้ว ส่วนความรับผิดทางละเมิดยอดเสียหายรวม 48 ล้าน เตรียมเรียกคืนเกือบครบ เหลือ 7.5 ล้าน ยันดำเนินการผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด มุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ยึดหลักธรรมาภิบาลความรับผิดชอบสูงสุดต่อประเทศ
จากกรณี สำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวว่าในช่วงปีงบประมาณ 2567 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐ หลังได้รับการร้องเรียนเข้ามา ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องจำนวน 52 รายงาน รวม 39 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายและมีข้อเสนอแนะให้เรียกคืนเงินรวมทั้งสิ้น 124.22 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นเรื่อง : ได้มาแล้ว! ชื่อ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
โดยปรากฏชื่อหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ 1 ใน 39 หน่วยงานรัฐ ที่ถูก สตง.ตรวจสอบพบปัญหาการเบิกจ่ายค่าเดินทางไปราชการเท็จ ของ เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จำนวน 60 ราย ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ เป็นเงินจำนวน 48,275,851 บาท โดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้มีการนำส่งเงินคืนแล้ว เป็นเงินจำนวน 2,778,180 บาท จึงคงเหลือความเสียหายที่จะต้องชดใช้แก่ทางราชการ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 45,497,671 บาท

ภาพประกอบข่าว
ล่าสุด สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ ได้เผยแพร่ข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนี้ อ้างคำให้สัมภาษณ์ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกกองทัพเรือ
ระบุว่า ตามที่สำนักข่าว Next News ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีการตราจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของหน่วยงานภายใต้สังกัดของกองทัพเรือนั้น
ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างถูกต้อง ดังนี้
ภายหลังจาก สตง. ตรวจพบข้อผิดปกติและแจ้งมายังกองทัพเรือ กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จริงทันที ตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบ โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมทั้งได้ดำเนินการทางวินัยกับกำลังพลที่เกี่ยวข้องแล้ว
นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิด โดยพบความเสียหายรวมประมาณ 48,275,851 บาท
ปัจจุบันได้มีการทยอยชดใช้คืนแล้วเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือจำนวน 7,501,500 บาท ซึ่งได้รายงานให้หน่วยเหนือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบตามลำดับ และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นไปตามหลัก ความโปร่งใส ตรวจสอบได้และไม่ละเว้นการกระทำผิด โดยจะติดตามการเรียกคืนเงินให้ครบถ้วน และดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด
พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข้อมูล และยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ด้วยการยึดหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบสูงสุดต่อประเทศและประชาชน

เอกสารชี้แจงข่าวสำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
สำหรับกรณีหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ นั้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า สตง.ตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จำนวน 60 ราย ในฐานะผู้มีหน้าที่จัดทำใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ตามแบบ 8708 และผู้ลงลายมือชื่อผู้ขอรับเงินตามแบบดังกล่าว ได้อาศัยโอกาสที่มีหน้าที่ในการจัดทำใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ตามแบบ 8708 เจตนาจัดทำเอกสารและรับรองข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ เพื่อเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ทั้งที่ ทราบดีว่าไม่ได้เดินทางไปราชการตามคำสั่งดังกล่าว รวมจำนวน 260 คำสั่ง จากฎีกาเบิกจ่ายเงิน จำนวน 128 ฎีกา ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ เป็นเงินจำนวน 48,275,851 บาท โดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้มีการนำส่งเงินคืนแล้ว เป็นเงินจำนวน 2,778,180 บาท จึงคงเหลือความเสียหายที่จะต้องชดใช้แก่ทางราชการ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 45,497,671 บาท
สตง. ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการปฏิบัติไม่ชอบตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2563 ข้อ 8 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 และข้อ 44 แห่งข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2554 จึงเป็นกรณีการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ พบข้อบกพร่องที่มีลักษณะเป็นการทุจริต และก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ ตามมาตรา 95 วรรคสองและวรรคสาม และเป็นกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือจงใจปฏิบัติหรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 และเจ้าหน้าที่ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จำนวน 2 ราย ในฐานะผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่กองการเงินและผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่กองพันซ่อมบำรุง กรณีได้ละเลยในการควบคุมดูแลการเดินทางไปปฏิบัติราชการ รวมทั้งการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยไม่ได้ติดตามตรวจสอบผลการเดินทางไปปฏิบัติราชการอย่างรอบคอบ
ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอาศัยช่องว่างดังกล่าวกระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ถือว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ กรณีผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินเป็นการทุจริตต่อหน้าที่และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามมาตรา 95 วรรคสอง ประกอบมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561
พร้อมแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อทราบและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป และแจ้งผู้บัญชาการทหารเรือพิจารณาดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 45,497,671 บาท และดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
อ่านข่าวต้นเรื่องทั้งหมด




