News Logo
หน้าแรก
เปิดคำสั่ง ปปง.อายัดทรัพย์กลุ่ม 'ยิม เลียก-เบน สมิธ' ลอตใหม่ 8.2 พันล.

เปิดคำสั่ง ปปง.อายัดทรัพย์กลุ่ม 'ยิม เลียก-เบน สมิธ' ลอตใหม่ 8.2 พันล.

9 เม.ย. 2569 20:09
ผู้ชม 233 คน

"....จากการตรวจสอบรายงานการทําธุรกรรมหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทําธุรกรรมของบุคคลรวมทั้ง ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทําความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินในคดีดังกล่าว พบข้อมูลเพิ่มเติมว่า นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก จํานวน 34 รายการ พร้อมดอกผล และเนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดในคดีนี้ประกอบด้วย สังหาริมทรัพย์ประเภทรถยนต์ ..."

หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : จากกรณี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวกรณีการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม นายยิม เลียก และ นายเบน สมิธ เพิ่มเติมอีก 34 รายการ มูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดจากเครือข่ายนี้พุ่งสูงถึง 102 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท

ขณะที่ นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น "วาระแห่งชาติ" ซึ่งเป็นการสานต่อนโยบายจากรัฐบาลชุดก่อน และยังคงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้แถลงต่อรัฐสภาไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 เมษายน)

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

นายกฯ แถลงยึดสแกมเมอร์เพิ่ม 8 พัน ล.โยง 'เบน สมิธ'ชี้เป็นวาระแห่งชาติ

ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดคำสั่ง ปปง. ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม นายยิม เลียก และ นายเบน สมิธ เพิ่มเติมอีก 34 รายการ มูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ข้างต้น

**********************

เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม)

ตามที่สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สํานักงาน ปปง.) ได้รับรายงานจากกองคดี 5 ตามหนังสือ ลับ ที่ ปง 0009.7/1050 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เรื่อง ขอส่งข้อมูลเกี่ยวกับ รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย และกองข่าวกรองทางการเงิน ตามหนังสือ ลับ ที่ ปง 0004.4/161 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง รายงานผลการตรวจสอบความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้กระทําความผิด รายนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปราม ผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมที่มีกฎหมายกําหนดเป็นความผิด ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

กล่าวคือ ศาลจังหวัดชลบุรีในคดีหมายเลขดําที่ อทย 56/2568 หมายเลขแดงที่ อทย 71/2568 ได้พิพากษาว่า นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ จําเลยที่ 1 นายเอกลักษณ์ นาเจริญ จําเลยที่ 2 กับนางสาวอรุณี ชุ่มชื่นจิตร และพวกของจําเลยทั้งสองอีก 4 คน ซึ่งหลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันหลอกลวงโดยแสดงข้อความ อันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนทั่วไปซึ่งรวมถึงผู้เสียหาย โดยได้สุ่มหมายเลข โทรศัพท์ของประชาชนและโทรแจ้งว่าเป็นพนักงานขนส่งสินค้าเอกชนตรวจพบพัสดุของผู้เสียหายมีสิ่งของผิดกฎหมายให้ทําการเพิ่มช่องทางการติดต่อโดยการเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ (LINE)

จากนั้นกลุ่มคนร้าย ได้ร่วมกันส่งข้อความและโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) โดยแสดงภาพสัญลักษณ์เครื่องหมายสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานตํารวจและส่งรูปภาพการจับกุมคนร้ายพร้อมแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินต้องถูกตรวจสอบ

ผู้เสียหายจึงแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารของตนให้กลุ่มคนร้ายและได้โอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของตนไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารที่ได้รับแจ้งเพื่อให้กลุ่มคนร้ายตรวจสอบยอดบัญชี อันเป็นความเท็จ ซึ่งความจริงแล้วผู้เสียหายไม่ได้ส่งพัสดุที่มีสิ่งของผิดกฎหมาย อีกทั้งนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก ไม่ใช่พนักงานขนส่งสินค้าเอกชนและไม่ใช่เจ้าพนักงานตํารวจและไม่มีการตรวจสอบรายการเดินบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินแต่อย่างใด

การกระทําของจําเลยทั้งสองกับพวก เป็นเพียงกลอุบายในการหลอกลวงประชาชนรวมทั้งผู้เสียหาย และทําให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริง ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินอีกหลายครั้ง ทําให้นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก ได้ไปซึ่งเงินจากผู้เสียหาย ผู้ถูกหลอกลวงโดยทุจริต โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ผู้อื่น และประชาชน อันเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคสอง ประกอบมาตรา 342 (1) และพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1)

จากการตรวจสอบพบว่า นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ ได้รับมอบหมายหรือรับมอบอํานาจจากบุคคลซึ่งมีประวัติว่าเคยถูกจับกุมดําเนินคดี ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลายราย คือ นายอนุสรณ์ มุภาษา นายพฤหัส การชาตรี นางสาวอรดา แกะปะพาน MISS YANNA LI MISS PHALLA IENG MR. KHAM OUD VISAYSOUK MR. KANG TANGHENG และ MR. LEAK YIM เป็นต้น

ต่อมาสํานักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกองกํากับการ 3 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ตามหนังสือที่ ตช 0026.23/3665 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง รายงานความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีสืบสวนนายยิม เลียก (MR. LEAK YIM)

จากการสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายยิม เลียก (MR. LEAK YIM) ได้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของตนรับโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ของบุคคลที่เคยถูกจับกุมดําเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงหรือการฉ้อโกง ประชาชน และความผิดการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหลายราย คือ นายสิทธิพงษ์ ปันดี นางสาวจตุรพร หล้าปา นายนิพนธ์ คันใจ นายวรพล เกตุนิวัฒน์ นางสาวชนัญภัค พรรษา นางสาววชิราภรณ์ วิถีเทพ นายชาคริต บุญมี นายณัฐพงษ์ ดวงมะณี นางสาวสุจินดา ต๊ะสุข นายประพันธ์ ศิลาโรจน์ นางสาวธัญญาภรณ์ หาธรรมวงศ์ นายสุพิษ อินทพันธ์ นางสาวณัฐริดา แซ่จาง นายเหล่าชิง แซ่หลี่ และบริษัท นาส แอ็ป จํากัด เป็นต้น

ซึ่งมีพฤติการณ์ในการหลอกลวงหรือการกระทําความผิดในหลายรูปแบบแตกต่างกัน มีการใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลต่างๆ (บัญชีม้า) รับโอนเงินจากบุคคลอื่นรวมถึงผู้เสียหายและโอนต่อไปยังบัญชีเงินฝาก ธนาคารของนายยิม เลียก (MR. LEAK YIM)

จากนั้นมีการใช้บัญชีเงินฝากธนาคารชําระค่าสินค้าหรือบริการอันเข้าลักษณะหรือลงทุนในสินทรัพย์รวมถึงการโอนเงินต่อไปยังบุคคลอื่นและถอนเงินสดออกจากบัญชีในลักษณะที่เป็นการ ใช้บัญชีด้วยตนเองเพื่อผ่องถ่ายเงินที่ได้จากการกระทําความผิดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว เป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) (2) (3) (10) และ (18) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมาตรา 22 บัญญัติให้เป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดดังกล่าว ต่อมาคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคําสั่ง ที่ ย.300/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว รายนางสาว แตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก จํานวน 66 รายการ พร้อมดอกผล มีกําหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ

และต่อมาเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้มีคําสั่ง ที่ ย.301/2568 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ ชั่วคราว (เพิ่มเติม) จํานวน 3 รายการ พร้อมดอกผล มีกําหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) คําสั่งเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ ย.302/2568 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) จํานวน 1 รายการ พร้อมดอกผล มีกําหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) และคําสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ ย.305/2568 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) (แก้ไข)

ทั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 พิจารณาเห็นชอบ ให้แก้ไขชื่อรายคดีจากเดิม “รายนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก” เป็น “รายนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก” และเห็นชอบ ให้เพิ่มความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) (2) และ (10) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ประกอบมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งบัญญัติให้เป็นความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

จากการตรวจสอบรายงานการทําธุรกรรมหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทําธุรกรรมของบุคคลรวมทั้ง ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทําความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินในคดีดังกล่าว พบข้อมูลเพิ่มเติมว่า นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก จํานวน 34 รายการ พร้อมดอกผล และเนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดในคดีนี้ประกอบด้วย สังหาริมทรัพย์ประเภทรถยนต์ อันเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานในทางทะเบียนในการควบคุมการเสียภาษี หรือการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินดังกล่าว โดยผู้มีชื่อเป็นผู้ครอบครองอาจดําเนินการโอนเปลี่ยนแปลง ชื่อผู้มีสิทธิครอบครองในทางทะเบียนได้โดยง่าย สังหาริมทรัพย์ประเภทหลักทรัพย์ (หุ้น) อันเป็นทรัพย์สิน ที่ปรากฏหลักฐานในทางทะเบียนในการควบคุมการเสียภาษี ในการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง

โดยผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองอาจดําเนินการทางนิติกรรมโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองในทางทะเบียนได้ และสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินในบัญชีเงินฝาก ธนาคาร เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้ยืมเงิน อันเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย หากมิได้มีการออกคําสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว เมื่อเจ้าของหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สินดําเนินการโอน จําหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้น ทรัพย์สินดังกล่าวไปเสีย และหากต่อมาศาลได้มีคําสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน สํานักงาน ปปง. อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนมาได้ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กรณี MR. LEAK YIM นางวิรินยา ยิมจ์ MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด และอาจมีการโอน จําหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 34 (3) และมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 และระเบียบคณะกรรมการธุรกรรม ว่าด้วยการรับเรื่อง การตรวจสอบ การพิจารณาดําเนินการ และการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2568 ข้อ 26 คณะกรรมการธุรกรรม จึงมีคําสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว (เพิ่มเติม) จํานวน 34 รายการ พร้อมดอกผล มีกําหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 โดยมีรายการทรัพย์สินที่ยึดและอายัดปรากฏ ตามบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการจําหน่าย จ่าย โอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวหรือสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์หรือดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวด้วย

ในกรณีผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์สินตามคําสั่งนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าวประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคําสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวนั้น ให้ยื่นคําขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์สิน ที่ถูกยึดและอายัดดังกล่าวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ ได้รับแจ้งคําสั่งเป็นหนังสือ

อนึ่ง การยักย้าย ทําให้เสียหาย ทําลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทําให้สูญหายหรือทําให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดไว้หรือที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าจะตกเป็นของแผ่นดิน อาจมีความผิดทางอาญา และต้องระวางโทษตามนัยมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

สำหรับรายละเอียดทรัพย์สินที่อายัดทั้งสิ้น จํานวน 34 รายการ รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 8,260,287,056.08 บา ดูข้อมูลตามตารางด้านล่างนี้

คำสั่งปปง.(1)

คำสั่งปปง.(1)

คำสั่งปปง.(2)

คำสั่งปปง.(2)

คำสั่งปปง.(3)

คำสั่งปปง.(3)

คำสั่งปปง.(4)

คำสั่งปปง.(4)

คำสั่งปปง.(5)

คำสั่งปปง.(5)

คำสั่งปปง.(6)

คำสั่งปปง.(6)

คำสั่งปปง.(7)

คำสั่งปปง.(7)

คำสั่งปปง.(8)

คำสั่งปปง.(8)

คำสั่งปปง.(9)

คำสั่งปปง.(9)

คำสั่งปปง.(10)

คำสั่งปปง.(10)

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บ.โฮลดิ้งกลุ่ม‘เสี่ยตือ คอสโม’ อดีตปลัด ก.คลัง หุ้นใหญ่ 392 ล. ก่อนโอน
บ.โฮลดิ้งกลุ่ม‘เสี่ยตือ คอสโม’ อดีตปลัด ก.คลัง หุ้นใหญ่ 392 ล. ก่อนโอน