ป.ป.ช. ส่งหนังสือจี้ กสทช. แจ้งปม ปธ.ฯ ขาดคุณสมบัติ พร้อมเอกสารหลักฐานเกี่ยวข้องภายใน 15 วัน หลังได้รับร้องเรียนบิ๊กการเมือง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่/ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ละเว้นไม่นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งฯ มุ่งสอบ 3 ปมหลัก มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐาน กรณีประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม โดยขอให้แจ้งข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วันนับจากได้รับหนังสือฉบับนี้
สำนักงาน ป.ป.ช.ระบุในหนังสือว่า ด้วย สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุจริตต่อหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีละเว้นไม่นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระราชโองการให้ ประธาน กสทช. พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม รวมถึงกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
ฉะนั้น เพื่อประโยชน์ในการดำเป็นการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 สำนักงาน ป.ป.ช. มีกรณีจำเป็นต้องขอทราบข้อเท็จจริงและขอเอกสารหลักฐาน ดังนี้
1. การตรวจสอบคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ กสทช. อยู่ในอำนาจหน้าที่หน่วยงานหรือบุคคลใด ตามระเบียบกฎหมายใด
2. เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ กสทช. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม สำนักงาน กสทช. มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไร ตามระเบียบกฎหมายใด
3. หากปรากฎข้อเท็จจริงว่าผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม คณะกรรมการ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการ อย่างไรตามระเบียบกฎหมายใด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดแจ้งข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องทุกแผ่น ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.
สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้

หนังสือ ป.ป.ช.
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เกี่ยวกับกรณี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม พร้อมขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่นเอกสารต่างๆ ประกอบ อาทิ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) เอกสารสรรพากรแสดงรายได้วิชาชีพอิสระวิชาชีพเวชกรรม
หนังสือระบุว่า ตามที่ ครป.เคยยื่นเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568) ขอให้ดำเนินการกรณีการขาดคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ เนื่องจากยังไม่ดำเนินการในกรณีดังกล่าว ทั้งที่มีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) กรณี ประธาน กสทช. ว่าเป็นผู้สละสิทธิจากตำแหน่งกรรมการ กสทช.ตามข้อกฎหมาย ให้ดำเนินการสรรหาใหม่ โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) มีความเห็นว่า มาตรา 18 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 บัญญัติให้ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการซึ่งยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(1) (2) หรือ (3) อยู่ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วนั้นต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ในกรณีที่ไม่ได้แสดงหลักฐานภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ และให้ดำเนินการสรรหาใหม่โดยผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาในครั้งนี้จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่ไม่ได้ ดังนั้น แม้ ศ.คลินิก นพ.สรณ จะได้ลาออกจากตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายสวัสดิการและกิจการพิเศษ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 แต่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งให้ทราบว่า ศ.คลินิก ยังทำหน้าที่ตรวจและรักษาคนไข้ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงเรื่อยมาจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ทั้งนี้ โดยอ้างถึงหนังสือมหาวิทยาลัยมหิดลถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลับ ด่วนที่สุด ที่ อว 78/ล ไม่ปรากฏวันที่ เดือนพฤษภาคม 2567 แม้จะเป็นวันก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. ก็อาจเข้าลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 8(2) และอาจเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นว่ายังมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด จึงอาจเข้าข่ายข้อสันนิษฐานได้ว่าสละสิทธิในการรับแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช. ด้วย
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง:
ฉบับเต็ม! กฤษฎีกาตีความ ส่งคกก.สรรหาชุดเดิมวินิจฉัยคุณสมบัติ ปธ.กสทช.
กฤษฎีกา ตีความ! ให้ส่ง คกก.สรรหาชุดเดิม ชี้ขาดปมคุณสมบัติ 'ปธ.กสทช.'
ครป.ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินร้องศาลรธน.สั่งปธ.กสทช.พ้นเก้าอี้ ปมคุณสมบัติ




