News Logo
หน้าแรก
หลักฐาน 'ศักดิ์สยาม’สั่งคุมโครงการคมนาคม ก่อน ป.ป.ช.ตีตกแทรกแซงงานรัฐ

หลักฐาน 'ศักดิ์สยาม’สั่งคุมโครงการคมนาคม ก่อน ป.ป.ช.ตีตกแทรกแซงงานรัฐ

24 เม.ย. 2569 07:38
ผู้ชม 93 คน

"....ในหนังสือระบุว่า หากไม่ทำตาม ถือว่าไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรี และไม่ครบถ้วนตามธรรมาภิบาล เท่ากับเป็นแรงกดดันต่อข้าราชการและรัฐวิสาหกิจให้ต้องส่งเรื่องเข้ารัฐมนตรีก่อนเสมอ นี่ไม่ใช่แค่หนังสือเวียนธรรมดา แต่มีลักษณะ “บังคับบัญชาทางนโยบาย” เพราะแม้หนังสือฉบับนี้ จะยังไม่ใช่หลักฐานทุจริตโดยตรง แต่เป็นหลักฐานเชิงโครงสร้าง ที่สะท้อนว่า รัฐมนตรีพยายามดึงการรับรู้และควบคุมโครงการลงทุนทุกระดับไว้ที่ตนเอง ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยเรื่องรวมศูนย์อำนาจ/แทรกแซงระบบจัดซื้อจัดจ้าง/เปิดช่องใช้อิทธิพลทางการเมือง หรือไม่? ..."

กรณีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่คำชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีตีตกคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า ไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เนื่องจาก

1.ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน และข้อเท็จจริงดังกล่าวที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยและมีมติเป็นข้อเท็จจริงคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยภายหลังจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว

2.ยังตรวจสอบไม่พบว่า นายศักดิ์สยาม ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

Portrait Cover Image

Portrait Cover Image

โฟกัสข้อมูล เรื่องการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

ป.ป.ช.ระบุในคำชี้แจงแยกเป็นประเด็นดังนี้

1.ไม่พบหลักฐานใช้อำนาจแทรกแซง

กรณีมีหนังสือร้องเรียนนายศักดิ์สยาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีเข้าไปมีส่วนได้เสียในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน และใช้อำนาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ห้างดังกล่าว และนิติบุคคลที่เป็นพวกพ้องของตนได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท อันเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับดูแล

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานโดยการสอบปากคำพยานบุคคลจำนวน 25 ปาก และขอทราบข้อเท็จจริงจากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) รวมถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 แล้ว

เห็นว่า การที่ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองและดูแลห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แทนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มาโดยตลอดเท่านั้น โดยยังมีปัญหาเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนในการถือหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่อาจเข้าลักษณะของการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่

ดังนั้น การที่นาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นและดูแลบริหารจัดการห้างดังกล่าว และทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยตรงหรือสามารถใช้อำนาจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้างในการดำเนินกิจการที่เป็นคู่สัญญา รวมถึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเข้าแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใด

2. อำนาจอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่อำนาจรัฐมนตรี

วงเงินอนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหรือมีการสมยอมกันเสนอราคาของกลุ่มเอกชนในการเข้าเสนอราคากับกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทแต่อย่างใด

3.จำนวนสัญญาไม่ได้เพิ่มผิดปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ก่อนที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือ วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และในระหว่างที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จนถึงวันที่ 3 มีนาคม 2566 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ได้เข้าเป็นคู่สัญญา เฉลี่ยปีละ 27 สัญญา ซึ่งเห็นว่าไม่ได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งแต่ประการใด

4.การประมูลเป็นระบบปกติผ่าน E-bidding

จากการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ความว่า ในการเข้าประกวดราคากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปี 2562 ถึง 2566 นั้น เป็นเรื่องของการเสนอราคาและแข่งขันราคาในการเสนองานของทางราชการตามปกติ และเสนอราคาผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-bidding โดยไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในตำแหน่งของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งในทางตรงหรือทางอ้อมรวมถึงการกระทำที่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐแต่อย่างใด

5.กำไรบริษัทเพิ่มก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีหลายปี

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีงบดุล กำไร ขาดทุน ที่มีการเปลี่ยนแปลงของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เห็นว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เริ่มมีผลกำไรที่มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปีในปี 2559 ซึ่งจากข้อมูลการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น นั้น ปรากฏว่า ในปี 2558 มีการจดทะเบียนเพิ่มเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ ทำให้สินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาทเศษ ในปี 2557 เป็น 147 ล้านบาทเศษ ในปี 2558 ซึ่งเป็นเวลา ก่อนที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงประมาณ 5 รอบปีบัญชี จึงไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

6.สตง. ไม่พบข้อร้องเรียนเรื่องแทรกแซง

อีกทั้ง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเอกสารจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ไม่ปรากฏข้อร้องเรียนว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนิติบุคคลอื่น ที่ชนะการเสนอราคา และได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปีงบประมาณ 2562 ถึง 2566 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด

พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ทั้งนี้ ภายใต้คำชี้แจงข้างต้นนี้

สำนักข่าว Next News สืบค้นพบข้อมูลว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ระหว่างที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามในหนังสือ เลขที่ คค.0100/3300 เรื่อง การบริหารงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2566 มีเนื้อหาสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้ปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่งถือปฏิบัติ ในเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม

ระบุว่า เพื่อให้การบริหารงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี และกรณีโครงการที่ไม่ได้ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี สำหรับปีงบประมาณ 2566 เป็นไปตามกฎหมาย และแผนงาน อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส สามารถสนับสนุนการนำนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงอาศัยอำนาจตามความใน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 มาตรา 20 ประกอบมาตรา 11 และพ.ร.ก.การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 2558 มาตรา 42 รวมทั้ง พ.ร.บ. และพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม, ข้อบังคับว่าด้วยการจัดตั้งบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดที่รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ถือหุ้น จึงให้ปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่งถือปฏิบัติ ดังนี้

  • 1. จัดส่งบัญชีรายการงบลงทุนทุกประเภท ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี และกรณีโครงการที่ไม่ได้ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี สำหรับปีงบประมาณ 2566 ที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยแยกแหล่งที่มางบประมาณตามบัญชีรายการงบลงทุนทุกประเภท ที่ส่งมาพร้อมนี้ ถึงสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ภายในวันที่ 1 ต.ค. 2565

  • 2. ก่อนดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ให้กระทรวง กรม หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจทุกแห่งรายงานสถานะของโครงการ พร้อมจัดส่งร่างขอบเขตของงาน หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูปรายการงานก่อสร้าง (TOR) และขั้นตอนแผนการดำเนินการ (Timeline) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทราบ ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทราบแล้ว จึงดำเนินการต่อไปได้

  • 3. เมื่อได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และแนวทางปฏิบัติว่าด้วยงบประมาณของหน่วยงานของรัฐนั้นๆ ตลอดจนระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จนได้ทราบผลการประกวดราคา หรือการคัดเลือกผู้ขายหรือผู้รับจ้างแล้ว ให้รายงานสถานะของโครงการ พร้อมผลการประกวดราคาหรือการคัดเลือก ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทราบ ภายใน 7 วันทำการ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทราบแล้ว จึงพิจารณาลงนามในสัญญาและดำเนินการต่อไปได้

  • 4. ให้กระทรวง กรม หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากมิได้ดำเนินการตามข้อสั่งการข้างต้น ให้ถือว่ากระทรวง กรม หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ นั้น มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรี รวมทั้งยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และหลักธรรมาภิบาลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

  • 5.นอกเหนือจากความใน 4 ข้อข้างต้น ให้กระทรวง กรม หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ทุกแห่ง ยังคงถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค. 2562, หนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/645 ลงวันที่ 3 มี.ค. 2563 และหนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/ว2680 ลงวันที่ 6 ต.ค. 2563 เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับหนังสือฉบับนี้

  • สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตาม พ.ร.บ. และบริษัทมหาชนจำกัด เห็นควรให้แจ้งบริษัท ฯ ถือปฏิบัติด้วย

(ดูหนังสือประกอบท้ายเรื่อง)

จากข้อมูลในหนังสือข้างต้นนี้ สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหลายประการ ดังนี้

ประการแรก

หนังสือฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ออกหนังสือกำชับหน่วยงานในสังกัด ให้รายงานโครงการลงทุน-จัดซื้อจัดจ้างต่อรัฐมนตรีก่อนดำเนินการหลายขั้นตอน

โดยเฉพาะข้อกำหนดที่กำหนดว่า ก่อนจัดซื้อจัดจ้าง หน่วยงานต้องส่ง ข้อมูลสถานะโครงการ, TOR / คุณลักษณะเฉพาะ / แบบก่อสร้าง / Timeline ให้รัฐมนตรี “ทราบ” ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการ และหลังรู้ผลประกวดราคาแล้ว ต้องรายงานผลให้รัฐมนตรีทราบอีกครั้ง ก่อนลงนามสัญญา

แม้จะใช้คำว่า “ทราบ” แต่ข้อความตอนท้ายระบุว่า “เมื่อรัฐมนตรีทราบแล้ว จึงดำเนินการต่อไปได้”

จึงทำให้ถูกมองว่า คำว่า “ทราบ” อาจจะไม่ใช่เพียงรับรู้ แต่กลายเป็น เงื่อนไขก่อนเดินหน้าโครงการ?

คำสั่งในหนังสือฉบับนี้ จึงนับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะตามหลักกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หน่วยงานเจ้าของโครงการ เช่น กรม ท่าอากาศยาน การรถไฟ ฯลฯ มีอำนาจดำเนินการตามขั้นตอนของตนเอง ผ่านคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง รัฐมนตรีมีหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับภาพรวม ไม่ควรลงลึกถึง ในเรื่อง TOR รายโครงการ /ผลคัดเลือกเอกชน / การอนุมัติก่อนเซ็นสัญญาแต่ละงาน สุ่มเสี่ยงต่อการถูกตีความว่า แทรกแซงดุลพินิจฝ่ายปฏิบัติ

ประการสอง

ทั้งนี้ การที่ ป.ป.ช. ระบุชี้แจงข้อเท็จจริง จากการพิจารณาพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้ว ยังไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

แต่นายศักดิ์สยาม กลับออกหนังสือฉบับนี้ กำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องเสนอ TOR และผลประมูลให้รัฐมนตรีทราบก่อนเดินหน้า

ย่อมทำให้ถูกตั้งคำถามว่า การ “รับทราบก่อนทุกขั้นตอน” ถือเป็นการแทรกแซงหรือไม่?

แม้ไม่มีหลักฐานสั่งล็อกสเปก หรือเลือกผู้ชนะโดยตรง แต่โครงสร้างคำสั่งเช่นนี้อาจถูกมองว่าเป็น ระบบควบคุมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจากฝ่ายการเมือง

แต่ในหนังสือระบุว่า หากไม่ทำตาม ถือว่าไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรี และไม่ครบถ้วนตามธรรมาภิบาล เท่ากับเป็นแรงกดดันต่อข้าราชการและรัฐวิสาหกิจให้ต้องส่งเรื่องเข้ารัฐมนตรีก่อนเสมอ นี่ไม่ใช่แค่หนังสือเวียนธรรมดา แต่มีลักษณะ “บังคับบัญชาทางนโยบาย”

เพราะแม้หนังสือฉบับนี้ จะยังไม่ใช่หลักฐานทุจริตโดยตรง แต่เป็นหลักฐานเชิงโครงสร้าง ที่สะท้อนว่า รัฐมนตรีพยายามดึงการรับรู้และควบคุมโครงการลงทุนทุกระดับไว้ที่ตนเอง ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยเรื่องรวมศูนย์อำนาจ/แทรกแซงระบบจัดซื้อจัดจ้าง/เปิดช่องใช้อิทธิพลทางการเมือง หรือไม่?

ประการสาม

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลปรากฏด้วยว่า นอกจากการออกหนังสือฉบับนี้แล้ว ก่อนหน้านั้น นายศักดิ์สยาม ยังเคยออกหนังสือที่มีลักษณะขอตรวจสอบรายการลงทุนของหน่วยงานต่างๆมาแล้วครั้งหนึ่ง คือ เมื่อปี 2562 ซึ่งได้มีหนังสือกระทรวงคมนาคม ที่ คค. 0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค. 2562 ถึงปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบริษัทในสังกัดกระทรวงคมนาคม กำชับถึงการเสนอเรื่องต่างๆ ของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนโยบายเร่งด่วน การแต่งตั้งโยกย้าย รวมถึงการใช้งบประมาณในรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป และวาระการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือบริษัท ให้นายศักดิ์สยามทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน ด้วย

ประการสุดท้าย

คำถามที่น่าสนใจหลังการตรวจสอบพบหนังสือเอกสารหลักฐาน ชิ้นนี้ คือ ในการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ยืนยันอย่างหนักแน่น ว่า จากการพิจารณาพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้ว ยังไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

ป.ป.ช. นำหนังสือฉบับนี้เข้าสำนวนสอบด้วยหรือไม่ ? มีการตรวจสอบขยายผลว่าหน่วยงานใดชะลอโครงการเพราะรอรัฐมนตรี “ทราบแล้ว” หรือไม่? และมีโครงการใดถูกแก้ TOR หลังส่งให้รัฐมนตรีหรือไม่?

เพราะการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ ถือเป็นภารกิจหน้าที่สำคัญโดยตรงของ ป.ป.ช. มิใช่หรือ?

ข้ออ้างเพียงแค่ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเอกสารจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ไม่ปรากฏข้อร้องเรียนว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนิติบุคคลอื่น ที่ชนะการเสนอราคา และได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปีงบประมาณ 2562 ถึง 2566 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด

เหมาะสมถูกต้อง กับ บทบาทหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการเป็นหน่วยงานหลักด้านการปราบปรามปัญหาทุจริตของประเทศแล้ว ใช่หรือไม่?

หนังสือศักดิ์สยาม ชิดชอบ

หนังสือศักดิ์สยาม ชิดชอบ

หนังสือศักดิ์สยาม ชิดชอบ

หนังสือศักดิ์สยาม ชิดชอบ

หนังสือศักดิ์สยาม ชิดชอบ

หนังสือศักดิ์สยาม ชิดชอบ

อ่าน/ดูเรื่องประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริจ
ป.ป.ช.
ตีตกคดีศักดิ์สยาม
ศาลรัฐธรรมนูญ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แก้โทษ! คุก 30 ด. เป็น 150 ปี อดีตลูกจ้าง อบต.ทรายขาว ยักยอกเงินภาษี
แก้โทษ! คุก 30 ด. เป็น 150 ปี อดีตลูกจ้าง อบต.ทรายขาว ยักยอกเงินภาษี