แฉคำสั่งป.ป.ช.! ดันคนนอกนั่งกรรมการบริหารบุคคล เป็นเบอร์2 ลำดับเหนือบิ๊กข้าราชการ สะพัดเงาอำนาจ นาย 'ต.1' คุมแต่งตั้งทั้งองค์กร
จากกรณีเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งของบุคลากรภายในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ที่มีการระบุถึงการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.ลำดับท้ายๆ ขึ้นมาเป็นรองเลขาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งถูกมองว่า มีความเชื่อมโยงกับกรณีมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อิสระ ออกมาแถลงข่าวแสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อเสนอต่อประธานศาลฎีกาให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระเข้าตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ (ป.ป.ช.) ชุดปัจจุบันนั้น

ภาพประกอบข่าว
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช.ได้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 406/2568 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานบุคคลและจัดสรรอัตรากำลังตามโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 17 ราย
พบข้อสังเกตสำคัญ คือ มีการแต่งตั้งบุคคลภายนอก ซึ่งมีสถานะเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้าง เป็นทีมงานหน้าห้องของประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เข้ามาเป็นร่วมเป็น “กรรมการ” ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย และถูกจัดวางตำแหน่งเหนือกว่าเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.และข้าราชการระดับสูงของ ป.ป.ช. ด้วย
ขณะที่คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ โดยตรงกับการพิจารณานโยบายบริหารงานบุคคล จัดสรรอัตรากำลังตามโครงสร้างใหม่ กลั่นกรองความเหมาะสมของตำแหน่งข้าราชการและลูกจ้าง และเสนอแนะแนวทางต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
แหล่งข่าวกล่าวว่า คำสั่งดังกล่าว เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ข้าราชการว่า เพราะเหตุใดถึงแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการ เพราะสำนักงาน ป.ป.ช. มีคำสั่งจ้าง เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการทั้งสำนักงาน และทำไมตำแหน่งของบุคคลคนนี้ในคำสั่ง ถึงอยู่ลำดับ 2 ก่อนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใน ป.ป.ช. ที่เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ
แหล่งข่าวกล่าวว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนใน ป.ป.ช. บุคคลคนนี้น่าจะเป็นนาย ‘ต.1‘ที่ถูกระบุว่า ทำหน้าที่ประหนึ่งเป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.โดยจัดคนลงแต่ละตำแหน่งตั้งแต่ รองเลขาธิการไปจนถึงพนักงานไต่สวนแต่ละสำนัก พร้อมจัดโผแต่งตั้งโยกย้ายระดับ ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกลุ่ม ดูทุกตำแหน่งและเป็นคนประสานงาน ไต่สวนคดีการเมือง คดีสำคัญด้วย อ้างว่าสนิทกับบ้านใหญ่บางพรรคบางสีหรือบิ๊กบางคน จนข้าราชการ ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งกรรมการ ป.ป.ช.บางคนแทบไม่กล้ากระดิกตัว จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเครือข่าย “สวนกุหลาบคอนเน็กชั่น” ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้
นอกจากนั้นยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีกรรมการ ป.ป.ช. คนอื่นเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดนี้เลย นอกจากประธาน ป.ป.ช.




