3 ป. สนธิ DSI -กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร" ขยายผลกวาดล้างขบวนการทุจริต ออกใบสูติบัตรปลอมให้บุคคลไม่มีสัญชาติไทย พบมีเจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนเขตธนบุรีเป็นผู้ดำเนินการ-รวบ 6 ผู้ต้องหา แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สำนักทะเบียนเขตธนบุรี 1 ราย-ผู้สนับสนุนอีก 5 ราย พร้อมตรวจค้น 4 จุด ยึดเอกสารหลักฐานได้หลายรายการ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), กรมการปกครอง, และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร" เข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมตรวจค้น 4 จุด เพื่อขยายผลปราบปรามขบวนการทุจริตออกใบสูติบัตรให้กับบุคคลไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ
ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่กรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการออกใบสูติบัตรให้กับบุคคลไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จากการตรวจสอบพบข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีรายการผิดปกติ และเป็นการดำเนินการโดยสำนักงานทะเบียนเขตธนบุรี เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันสืบสวนและพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานทะเบียนเขตธนบุรี จัดทำเอกสารใบสูติบัตรอันเป็นเท็จ โดยมีบุคคลภายนอกเข้าไปเกี่ยวข้องร่วมกันกระทำความผิด จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับและหมายค้น
ในการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยแบ่งผู้ต้องหาออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานทะเบียนเขตธนบุรี จำนวน 1 ราย ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, มาตรา 162 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ส่วนกลุ่มที่สองเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 5 ราย ซึ่งถูกตั้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในความผิดฐานเดียวกันกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบด้วย
การจับกุมเกิดขึ้นที่สำนักงานทะเบียนเขตธนบุรีและบ้านพักของผู้ต้องหา โดยมีการเข้าตรวจค้น 4 จุด เพื่อรวบรวมสิ่งของและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจค้นพบสิ่งของและเอกสารหลายรายการ ซึ่งได้ยึดไว้เพื่อนำไปตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งได้มอบหมายให้ นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายจรงค์ เกระเหมะ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนและกิจการพิเศษ, และ นายไพโรจน์ นิยมเดช ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจับกุม อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด




