"...คดี นายณัฏฐ์ชนน ปัจจุบันยังไม่ได้ส่งสำนวนยื่นฟ้องคดีต่อศาลฯ เนื่องจากภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดคดีนี้เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2567 ด้วยมติเสียง 4 ต่อ 3 นายณัฏฐ์ชนน ได้ทำหนังสือขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทบทวนมติ การชี้มูลความผิดในคดีนี้เข้ามา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2567 ให้มีการสอบปากคำพยาน เพิ่มอีก 2 ปาก ตามที่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอ้าง ปัจจุบันระยะเวลาผ่านมา 7 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีการสรุปผลการสอบปากคำพยานเพิ่ม 2 ปาก ตามที่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอ้าง เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่แต่อย่างใด..."
ทำไม?
นายณัฏฐชนน์ ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด เนื่องจากยอมให้บุคคลภายนอกชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง เป็นจำนวนเงิน 1,335,778 บาท ถึงยังสามารถลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569 ได้
น่าจะเป็นคำถามค้างคาใจของใครหลายคน
'ณัฏฐ์ชนน' ภูมิใจไทย โดนชี้มูลรับค่ารักษา1.3 ล. เข้าวินสส.เขต 7 สงขลา
ศิริโชค เตรียมฟ้อง ป.ป.ช. ยื้อคดีณัฏฐชนน์ เทียบ 44 ก้าวไกล 2 ด.จบ
เพราะถ้าหากสาธารณชนยังจำกันได้ ในช่วงเดือนมกราคม 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. โดยนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงมติชี้มูลความผิดคดีนี้ เป็นทางการ
ระบุว่า กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากบุคคลใด เนื่องจากยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายณัฏฐ์ชนน ขณะดำรงตำแหน่ง ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2562 และวันที่ 23 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2562 มีค่ารักษาพยาบาล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,449,223 บาท นายณัฏฐ์ชนน ได้ยอมให้บุคคลอื่นชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลแทนตนเอง รวมเป็นเงินจำนวน 1,335,778 บาท และได้นำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาไปเบิกค่ารักษาพยาบาล จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเบิกจ่ายได้เป็นเงิน จำนวน 495,409.50 บาท มีส่วนที่เกินสิทธิไม่สามารถเบิกจ่ายได้เป็นเงินจำนวน 953,813.50 บาท ต่อมานายณัฏฐ์ชนน ได้เสนอให้มีการแต่งตั้งบุคคลหนึ่งในสามราย ที่ชำระค่ารักษาพยาบาลแทนตน เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ 2455/2563 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2563
ดังนั้น การกระทำของนายณัฏฐ์ชนน จึงเป็นการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ การกระทำของ นายณัฏฐ์ชนน มีมูลความผิดทางอาญา ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 และมีมูลความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 9 ข้อ 10 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น พร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้เสนอเรื่องกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตราฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 76 และมาตรา 87 ประกอบระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 แล้วแต่กรณีต่อไป
หากนับระยะเวลาตั้งแต่ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่มติชี้มูลความผิดคดีนี้ ในช่วงเดือนมกราคม 2568 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 16 เดือนแล้ว
ทำไมคดีนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการยื่นฟ้องต่อศาล

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลว่า คดี นายณัฏฐ์ชนน ปัจจุบันยังไม่ได้ส่งสำนวนยื่นฟ้องคดีต่อศาลฯ เนื่องจากภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดคดีนี้เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2567 ด้วยมติเสียง 4 ต่อ 3
นายณัฏฐ์ชนน ได้ทำหนังสือขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทบทวนมติ การชี้มูลความผิดในคดีนี้เข้ามา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2567 ให้มีการสอบปากคำพยาน เพิ่มอีก 2 ปาก ตามที่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอ้าง
ปัจจุบันระยะเวลาผ่านมา 17 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีการสรุปผลการสอบปากคำพยานเพิ่ม 2 ปาก ตามที่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอ้าง เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่แต่อย่างใด
นั้นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม คดี นายณัฏฐชนน์ ถึงยังไม่มีความคืบหน้าในการยื่นฟ้องต่อศาล นายณัฏฐชนน์ ลงสามารถลงสมัคร สส. และเมื่อชนะการเลือกตั้ง ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ สส.ได้
แบบที่เห็นและเป็นไปอยู่ในขณะนี้
ส่วนเหตุผลว่า ทำไมกระบวนการสอบปากคำพยานเพิ่มแค่ 2 ปาก ถึงมีความล่าช้า ติดขัดปัญหาอะไร ใครสั่งดองคดีหรือไม่
คงต้องรอฟังคำชี้แจง ป.ป.ช. เป็นทางการอีกครั้ง




