News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 'สุภา' ทันขาดอายุความ ใช้ช่องฎีกาคดีนาฬิกา 'บิ๊กป้อม'

ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 'สุภา' ทันขาดอายุความ ใช้ช่องฎีกาคดีนาฬิกา 'บิ๊กป้อม'

2 พ.ค. 2569 18:56
ผู้ชม 244 คน

"...ขั้นตอนการส่งสำนวนไต่สวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีนี้ ป.ป.ช. ได้มีการประสานไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ทำหนังสือแจ้งส่งตัวฟ้องคดีนางสาวสุภา และพวก โดยด่วน จนทำให้สามารถยื่นฟ้องคดีนี้ได้ทันเวลาก่อนที่จะคดีนี้จะขาดอายุความในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นี้ และ ป.ป.ช.ยังใช้ช่องทางคำพิพากษาของศาลฎีกากรณีจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่หลบหนีในคดีอื่น ถือว่าจำเลยอยู่ภายใต้อำนาจศาลคดีที่ปล่อยชั่วคราว จากการฟ้องร้องคดีนาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาใช้ประกอบการส่งตัวยื่นฟ้องจำเลยด้วย ..."

กรณีสำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติ 4 ต่อ 3 เสียง ชี้มูลความผิด กรณีกล่าวหา นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ขณะดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือหน้าที่โดยมิชอบ กรณีไม่ยื่นอุทธรณ์คดีการเก็บภาษีการซื้อขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส. พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 17,900 ล้านบาท หลังจากที่ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้กรมสรรพากรแพ้คดี เมื่อเดือนธันวาคม 2553 และมีการส่งสำนวนไต่สวนพยานหลักฐานคดีนี้ ให้อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว

ส่วนสาเหตุที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องรีบส่งสำนวนการไต่สวนคดีนี้ไปให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลฯ อย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่เพิ่งมีมติชี้มูลความผิดในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเพราะความผิดตามกฎหมายมาตรา 157 จะขาดอายุความ ในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 นี้

มีคำชี้แจงสั้น ๆ จากนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯ ป.ป.ช. ที่ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สำนักข่าว Next News ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดคดีนี้จริง และส่งสำนวนไต่สวนพยานเอกสารหลักฐานให้ อสส. ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายไปแล้ว

อย่างไรก็ดี นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการคดีนี้เอาไว้

ท่ามกลางกระแสข่าวว่า คดีนี้ ศาลฯ สั่งประทับรับฟ้องไว้แล้ว ปัจจุบันสถานะของ นางสาวสุภา คือ จำเลยรายหนึ่งในคดีนี้

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับแจ้งข้อมูลใหม่ เกี่ยวกับขั้นตอนการส่งสำนวนไต่สวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีนี้ ป.ป.ช. ได้มีการประสานไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ทำหนังสือแจ้งส่งตัวฟ้องคดีนางสาวสุภา และพวก โดยด่วน จนทำให้สามารถยื่นฟ้องคดีนี้ได้ทันเวลาก่อนที่จะคดีนี้จะขาดอายุความในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นี้ และ ป.ป.ช.ยังใช้ช่องทางคำพิพากษาของศาลฎีกากรณีจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่หลบหนีในคดีอื่น ถือว่าจำเลยอยู่ภายใต้อำนาจศาลคดีที่ปล่อยชั่วคราว จากการฟ้องร้องคดีนาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาใช้ประกอบการส่งตัวยื่นฟ้องจำเลยด้วย

กล่าวคือ คดีนี้ มีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย คือ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ขณะดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร และนายสิทธิชัย สังขมณี ขณะดำรงตำแหน่งสรรพากรภาค 1

ปัจจุบัน นายสาธิต รังคสิริ ตกเป็นนักโทษในคดีทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ หลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

โดยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิด นางสาวสุภา ปิยะจิตติ นายสาธิต รังคสิริ และนายสิทธิชัย สังขมณี อย่างเป็นทางการ ซึ่งตามขั้นตอนภายหลังจากที่กรรมการ ป.ป.ช. ลงนามรับรองรายงานการประชุม ก็จะมีการส่งสำนวนการไต่สวนคดีพร้อมเอกสารหลักฐานให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนนี้หลายคดีที่ผ่านมา ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการระยะหนึ่ง

แต่สำหรับคดีนี้ เนื่องจากคดีนี้จะขาดอายุความในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นี้ ป.ป.ช. จึงประสานงานแจ้งไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ทำหนังสือแจ้งส่งตัวฟ้องคดีนางสาวสุภาโดยด่วน ทางอัยการสูงสุดจึงออกหนังสือในวันที่ 30 เมษายน 2569 แจ้งให้นางสาวสุภา นายสาธิต รังคสิริ และนายสิทธิชัย สังขมณี ไปรายงานตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ส่วนกรณีที่ตามกฎหมายในการยื่นฟ้องคดีต่อศาล จะต้องมีการนำตัวจำเลยมารายงานตัวต่อศาลด้วยนั้น ในส่วนของนายสาธิต รังคสิริ ปัจจุบันถูกควบคุมตัวในเรือนจำอยู่แล้ว การนำตัวออกมาเพื่อรายงานตัวฟ้องคดีจึงไม่มีปัญหา

แต่ส่วนของนางสาวสุภา เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ได้มีการยื่นฟ้องนางสาวสุภา และกรรมการ ป.ป.ช. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในคดีไม่เปิดเผยสำนวนคดีนาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้แล้ว และมีการปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว

โดยก่อนหน้านี้ เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกากรณีจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่หลบหนีในคดีอื่น ถือว่าจำเลยอยู่ภายใต้อำนาจศาลคดีที่ปล่อยชั่วคราว คดีอื่นที่แม้โจทก์ไม่ได้นำตัวจำเลยมาศาลในวันยื่นฟ้อง แต่เนื่องจากจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาเรื่องอื่น ศาลฯ จึงชอบที่จะประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาได้แม้ไม่มีตัวจำเลยมาศาลฯ ด้วยก็ตาม (ฎีกาที่ 6462/2543)

ป.ป.ช. จึงใช้ช่องทางตามคำพิพากษาศาลฎีกานี้ในการยื่นฟ้องนางสาวสุภาต่อศาล เพื่อไม่ให้คดีนี้ขาดอายุความ

สถานะของนางสาวสุภาในปัจจุบันจึงมีสถานะเป็นจำเลยในคดีนี้ไปแล้ว

ส่วนนายสิทธิชัย สังขมณี ผู้ถูกกล่าวหาอีกราย ยังไม่มีข้อมูลว่า ป.ป.ช. สามารถนำตัวมาฟ้องร้องคดีต่อศาลฯ ได้หรือไม่

ถ้าไม่ได้ตัวมาภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นี้ เท่ากับว่า นายสิทธิชัย จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาเพียงรายเดียวในคดีนี้ ที่รอดพ้นจากการตกเป็นจำเลย เนื่องจากคดีขาดอายุความไปแล้ว

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ต้องรอให้สำนักงาน ป.ป.ช. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่สิ้นสุด จำเลย ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาล เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้อีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
ป.ป.ช.
ภาษีหุ้นชิน
สรรพากร
สุภา ปิยะจิตติ
นาฬิกาหรู



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีแล้วบ้านในอังกฤษ! ‘พิพัฒน์’ เคยแจ้ง เมีย ‘เจ้าของ’ 2 หลัง 46 ล.
ไม่มีแล้วบ้านในอังกฤษ! ‘พิพัฒน์’ เคยแจ้ง เมีย ‘เจ้าของ’ 2 หลัง 46 ล.