News Logo
หน้าแรก
บทเรียนขรก.ไทย (4) ถูกชี้มูลทุจริต ต้องโดนไล่ออกสถานเดียวจริงหรือ?

บทเรียนขรก.ไทย (4) ถูกชี้มูลทุจริต ต้องโดนไล่ออกสถานเดียวจริงหรือ?

12 พ.ค. 2569 05:59
ผู้ชม 743 คน

"...ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. ชี้มูลว่าทุจริต ไม่ได้แปลว่าจะต้องถูกไล่ออกเสมอไป ผู้มีอำนาจยังสามารถใช้ดุลพินิจลดโทษเป็น ปลดออกจากราชการ ได้ หากมีเหตุอันควร เช่น ไม่มีเจตนาทุจริต หรือทำไปตามแนวปฏิบัติเดิมของราชการ นี่คือหลักสำคัญของความเป็นธรรมในระบบราชการเพื่อคุ้มครองผู้ที่อาจ “ทำพลาด” แต่ไม่ได้ “ทุจริตโดยเจตนา”..."

หลายคนอาจเข้าใจว่า หากข้าราชการถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชี้มูลความผิดทางวินัยฐาน “ทุจริตต่อหน้าที่” ผู้บังคับบัญชาจะต้องลงโทษ “ไล่ออกจากราชการ” เท่านั้น

ไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือ?

ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะต้องถูกไล่ออกเสมอไป

เพราะแม้ความผิดทางวินัยร้ายแรงจะมีโทษสูงสุดถึงขั้น ไล่ออกจากราชการ แต่กฎหมายยังเปิดช่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาใช้ดุลพินิจ ลดโทษเป็น “ปลดออกจากราชการ” ได้

หากมีเหตุอันควรลดหย่อน

@ ความแตกต่างระหว่าง “ไล่ออก” กับ “ปลดออก”

แม้ทั้งสองกรณีจะทำให้ข้าราชการต้องพ้นจากราชการเหมือนกัน แต่ผลที่ตามมาต่างกันมาก

1. ไล่ออกจากราชการ

สิ้นสุดสถานภาพข้าราชการโดยสมบูรณ์

ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญ

ถือเป็นบทลงโทษร้ายแรงที่สุด เปรียบเหมือน “ตัดอนาคตชีวิตราชการ”

2. ปลดออกจากราชการ

พ้นจากราชการเช่นกัน

แต่ยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญตามสิทธิ

ถือเป็นการลงโทษที่ยังคงให้หลักประกันชีวิตหลังเกษียณ

จึงไม่น่าแปลกที่ข้าราชการจำนวนมากกังวลว่า หากถูกชี้มูลจาก ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. จะต้องถูกไล่ออกทุกกรณีหรือไม่

@ เมื่อ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. ชี้มูลแล้ว ผู้บังคับบัญชาต้องทำอย่างไร?

ตามกฎหมาย เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลว่าข้าราชการกระทำผิดทางวินัย ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนต้องนำสำนวนดังกล่าวมาพิจารณาโทษทางวินัยต่อได้ทันที โดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนใหม่

กล่าวง่าย ๆ คือ

หน่วยงานต้นสังกัดต้องดำเนินการลงโทษตามฐานความผิดที่ถูกชี้มูล แต่ยังต้องพิจารณาระดับโทษให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริง

แล้วจำเป็นต้อง “ไล่ออก” ทุกกรณีหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไป

ตาม คำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 1446/2568 ระบุชัดว่า แม้คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2536 ให้กรณีทุจริต “ควรลงโทษไล่ออก” แต่คำว่า “ควร” ไม่ได้หมายความว่าต้องทำแบบนั้นทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น

ผู้มีอำนาจ เช่น อ.ก.พ.กระทรวง ยังสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาโทษได้ โดยกฎหมายข้าราชการพลเรือนเปิดช่องให้ ลดโทษจากไล่ออกเป็นปลดออกได้ หากมีเหตุอันควรลดหย่อน

แต่จะลดต่ำกว่าการ “ปลดออก” ไม่ได้

กรณีใดที่อาจได้รับการลดโทษ?

แนววินิจฉัยล่าสุดระบุว่า หากพบข้อเท็จจริงชัดเจนในลักษณะต่อไปนี้ อาจเป็นเหตุให้ลดโทษได้

1. ไม่มีเจตนาทุจริตอย่างชัดแจ้ง

เช่น การกระทำผิดเกิดจากความเข้าใจผิด ความประมาท หรือขาดความรอบคอบ

แต่ไม่มีหลักฐานว่าตั้งใจแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

2. ทำไปตามแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่ทำกันมา

บางครั้งข้าราชการปฏิบัติตามวิธีการเดิมที่หน่วยงานใช้ต่อเนื่องมานาน

แม้ภายหลังจะถูกตีความว่าไม่ถูกต้อง ก็อาจถือเป็นเหตุลดหย่อนได้

3. หากลงโทษไล่ออกจะไม่เป็นธรรมอย่างร้ายแรง

เช่น ผู้กระทำมีประวัติรับราชการดีมาโดยตลอด ทำงานด้วยความสุจริต แต่เกิดความผิดพลาดเฉพาะกรณี

ศาลรัฐธรรมนูญยืนยัน ต้องใช้ดุลพินิจอย่างเป็นธรรม

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 8/2568 วางหลักไว้ว่า

แม้ผู้บังคับบัญชาจะต้องยึดตาม “ฐานความผิด” ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลไว้

แต่ยังต้องพิจารณา ข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และความร้ายแรงของการกระทำ เพื่อกำหนดโทษให้เหมาะสมและเป็นธรรมในแต่ละกรณี

จึงไม่ใช่การ “ชี้มูล = ไล่ออกอัตโนมัติ”

บทเรียนสำคัญสำหรับข้าราชการ

คำวินิจฉัยนี้ถือเป็นความหวังสำคัญของข้าราชการที่อาจทำผิดพลาดโดยไม่มีเจตนาทุจริต

หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า

ไม่มีเจตนาทุจริตอย่างชัดแจ้ง

ไม่ได้แสวงหาประโยชน์ส่วนตน

ปฏิบัติตามแนวทางราชการที่เคยทำกันมา

มีประวัติการทำงานสุจริตและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่

ก็ยังมีโอกาสได้รับการพิจารณา “ปลดออก” แทน “ไล่ออก”

ซึ่งอย่างน้อยยังคงมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญไว้ดูแลชีวิตหลังพ้นราชการ

สรุปง่าย ๆ

ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. ชี้มูลว่าทุจริต ไม่ได้แปลว่าจะต้องถูกไล่ออกเสมอไป

ผู้มีอำนาจยังสามารถใช้ดุลพินิจลดโทษเป็น ปลดออกจากราชการ ได้ หากมีเหตุอันควร เช่น ไม่มีเจตนาทุจริต หรือทำไปตามแนวปฏิบัติเดิมของราชการ

นี่คือหลักสำคัญของความเป็นธรรมในระบบราชการ

เพื่อคุ้มครองผู้ที่อาจ “ทำพลาด” แต่ไม่ได้ “ทุจริตโดยเจตนา”

สุจริต ย่อมต้องได้รับความคุ้มครอง

แต่ทางที่ดีที่สุด ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตเลย หากเจ้านายสั่งให้ทำสิ่งที่ผิดพลาด

ควรต้องแสดงความเห็นโต้แย้งไว้ก่อน เป็นการดีที่สุด

/////

เรื่องโดย“ข้าราชการพลัดถิ่น"

อ่านเรื่องก่อนหน้านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
บทเรียนข้าราชการไทย
โดนชี้มูลทุจริต
ถูกไล่ออก



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 12 ล้าน 'ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์' สส.ปชน.-เงินลงทุน 1.2 ล.
ทรัพย์สิน 12 ล้าน 'ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์' สส.ปชน.-เงินลงทุน 1.2 ล.