News Logo
หน้าแรก
อธิบดีอัยการปปท.ภาค5 แจ้งความอธิบดีอัยการ เสนอ 4 แสน สั่งไม่ฟ้องจำเลย

อธิบดีอัยการปปท.ภาค5 แจ้งความอธิบดีอัยการ เสนอ 4 แสน สั่งไม่ฟ้องจำเลย

22 พ.ค. 2569 21:13
ผู้ชม 1,624 คน

สะเทือนภาค 5! อธิบดีอัยการ ปปท. ไม่ทน หอบหลักฐานรุดแจ้งความอธิบดีอัยการ ปมเสนอ 4 แสน ขอช่วยสั่งไม่ฟ้องจำเลยคดีสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหาร จ.เชียงใหม่ ภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” อ้างเคลียร์ “บิ๊กตำรวจ”แล้ว ทั้งที่ไม่จริงทำให้เกิดความเสียหาย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สารวัตร(สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กก.4 บก.ปปป.) พร้อมนำหลักฐานแจ้งความ อธิบดีอัยการรายหนึ่ง ที่เสนอให้สินบนเป็นเงิน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ร่วมกันซ้อนแผนและจับกุมตัว เมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 ในข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากนายพัฒน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหาร ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ฯลฯ

ทั้งนี้ การเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว นายเนธิภัททิก์ ระบุว่า อธิบดีอัยการรายนี้เสนอเงินให้เป็นจำนวน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 3 แต่ตนไม่ยอมรับและไม่ยอมทำตามข้อเสนอดังกล่าว และได้มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 149, 157, 83 และ 86 และมีคำสั่งไม่ฟ้องบางข้อหาในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151, 83 และ 86 แล้วเสนอสำนวนคดีมายัง ผบช.ก.สอบสวนกลาง ตามหนังสือลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

ต่อมา ภายหลังจากที่อธิบดีอัยการรายนี้ทราบว่าได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และเสนอสำนวนไปยังผู้บัญชาการสอบสวนกลาง(ผบช.ก. )แล้ว ได้โทรศัพท์มาบอกว่า ได้เคลียร์กับ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 (อดีตผู้การแป๊ะ) ว่าจะใช้อำนาจดึงสำนวนที่ให้สั่งไม่ฟ้องกลับมา โดยอ้างว่าได้เคลียร์กับ ผบช.ก. และบิ๊กเต่าเรียบร้อยแล้วว่า หากสั่งไม่ฟ้องเสนอไป ผบช.ก. จะไม่แย้งคำสั่งของอธิบดีอัยการปราบปรามการทุจริตภาค 5

นอกจากนี้ อธิบดีอัยการรายนี้ ยังได้พูดย้ำอีกว่า มีค่าใช้จ่ายในการสั่งคดีไม่ฟ้องจำนวน 400,000 บาท ซึ่งตนไม่ได้ทำตาม เพราะไม่สามารถสั่งไม่ฟ้องได้ และทราบเบื้องต้นว่าไม่มีการตกลงกันจริงกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ และพล.ต.ต.ธวัชชัย ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงถือเป็นการแอบอ้าง และการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ และพล.ต.ต.ธวัชชัย ซึ่งเป็นผู้ทำการจับกุมคดีนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว จึงมาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคดีนี้เป็นข่าวดังเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ซึ่งมาจากปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” นำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ได้เปิดปฏิบัติการเพื่อซ้อนแผนจับกุมหรือล่อซื้อก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร ได้แจ้งความว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหายหลายครั้ง รวมจำนวนกว่า 226,000 บาท จากนั้นจึงสนธิกำลังร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้น และได้ร่วมปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

ขณะที่ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. กล่าวว่า มีการแจ้งความดังกล่าวจริง แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
อธิบดีอัยการปปท.ภาค5
แจ้งความอธิบดีอัยการ
เสนอ 4 แสน สั่งไม่ฟ้องจำเลย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดอีก 5 บริษัทซื้อขายอสังหาฯ ‘สาววัย 24 ปี’ กก./ถือหุ้น ร่วมคนจีน
เปิดอีก 5 บริษัทซื้อขายอสังหาฯ ‘สาววัย 24 ปี’ กก./ถือหุ้น ร่วมคนจีน