"...จากข้อมูลข้างต้น ที่ตรวจสอบพบ จะเห็นได้ว่า มีข้อมูลสำคัญหลายส่วนยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดล หนังสือที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ส่ง รายงานการตรวจสอบของ กมธ.ไอซีที วุฒิสภา เอกสารจาก ก.ล.ต. หรือข้อมูลภาษีจากกรมสรรพากร ดังนั้น คำถามสำคัญก่อนการประชุมวันที่ 5 มิถุนายน อาจไม่ใช่เพียงว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ แต่คือ คณะกรรมการสรรหาจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้เพียงพอหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์ที่เอกสารและข้อมูลสำคัญจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ..."
จากกรณีในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีนัดประชุมครั้งที่ 2 ที่อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นั้น
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานข่าวว่า กรรมการสรรหาส่วนใหญ่มีความเห็นว่าคณะกรรมการสรรหามีอำนาจในการพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช.
อย่างไรก็ดี ก่อนถึงวันประชุมได้เกิดความเคลื่อนไหวหลายด้าน ทั้งการหยิบยกข้อกฎหมายขึ้นมาตั้งคำถามต่ออำนาจของคณะกรรมการสรรหา การโต้แย้งสถานะของกรรมการสรรหาบางราย อาทิ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาโดยตำแหน่ง

ภาพประกอบรายงาน
แต่ประเด็นที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการประชุมครั้งนี้ คือ คณะกรรมการสรรหามีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวินิจฉัยหรือไม่ เนื่องจากการติดตามเอกสารสำคัญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะ ของ นพ.สรณ ทั้งการปฏิบัติงาน การรับค่าตอบแทน รายได้ เอกสารราชการ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของประธาน กสทช.
หน่วยงานส่วนใหญ่ แจ้งว่า ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ร้องขอได้
ไล่เรียงข้อมูลแต่ละหน่วยงาน และเหตุผลมาให้เห็นภาพชัดเจน ดังนี้
@ มหาวิทยาลัยมหิดล : แหล่งข้อมูลหลักที่ยังรอคำตอบ
มหาวิทยาลัยมหิดล คือ หนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่คณะกรรมการสรรหา ได้ร้องขอข้อมูลไปจำนวนมาก ทั้งรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.สรณ ในคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รายละเอียดค่าตอบแทน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สัญญาจ้างงาน หลักฐานการตรวจรักษาผู้ป่วย หลักฐานการขึ้นทะเบียนนายจ้างผู้ประกันตน ตลอดจนกฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ยังขอสำเนาหนังสือมหาวิทยาลัยมหิดลที่ส่งถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกอ้างถึงในเอกสารราชการอีกด้วย
แต่ตามผลการติดตามของคณะกรรมการสรรหา ระบุชัดว่า “ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับจากมหาวิทยาลัยมหิดล”
จึงอาจกล่าวได้ว่า ข้อมูลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อร้องเรียน ยังไม่เข้าสู่สำนวนการพิจารณา
@ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน : หนังสือสำคัญยังไม่ถูกส่งมา
อีกหนึ่งเอกสารที่ถูกจับตา คือ หนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกอ้างถึงในบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งว่าไม่ได้ครอบครองเอกสารต้นฉบับ คณะกรรมการสรรหาจึงหันไปขอข้อมูลจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถูกระบุว่าเคยนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา
อย่างไรก็ตาม ผลการติดตามล่าสุดระบุว่า “ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน”
ทำให้เอกสารที่ถูกอ้างอิงในกระบวนการตรวจสอบยังไม่ปรากฏต่อหน้าคณะกรรมการสรรหาเช่นกัน
@สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา : รายงาน กมธ.ไอซีที ยังไม่ถึงมือ
คณะกรรมการสรรหายังได้ขอสำเนารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม (กมธ.ไอซีที) วุฒิสภาชุดก่อน
รายงานฉบับดังกล่าวถือเป็นเอกสารที่หลายฝ่ายมองว่ามีความสำคัญ เนื่องจากเคยมีการตรวจสอบประเด็นคุณสมบัติของ นพ.สรณ มาก่อน
แต่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งว่า ไม่สามารถส่งรายงานดังกล่าวได้ เนื่องจากยังเป็นเพียงรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการภายใน และวุฒิสภายังไม่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ผลคือ เอกสารสำคัญชิ้นนี้ยังไม่สามารถเข้าสู่โต๊ะประชุมคณะกรรมการสรรหาได้
@ กฤษฎีกา : ยืนยันไม่มีเอกสารต้นฉบับ
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับการร้องขอให้ส่งสำเนาหนังสือมหาวิทยาลัยมหิดลถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกอ้างถึงในบันทึกของกฤษฎีกา
ผลการตรวจสอบระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่มีหนังสือฉบับดังกล่าวอยู่ในครอบครอง เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ผู้แทนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนำมาแจ้งต่อที่ประชุม
จึงไม่สามารถส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้คณะกรรมการสรรหาได้เช่นกัน
@ กรมสรรพากร : ข้อมูลภาษีติดข้อจำกัดทางกฎหมาย
คณะกรรมการสรรหาขอข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย
แต่กรมสรรพากรแจ้งว่า ข้อมูลการเสียภาษีเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และไม่สามารถเปิดเผยต่อหน่วยงานอื่นได้ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกฎหมายให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง
ส่งผลให้คณะกรรมการสรรหาไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านภาษีได้ตามที่ร้องขอ
@ ก.ล.ต. : เอกสารถูกปฏิเสธการเปิดเผย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นอีกหน่วยงานที่คณะกรรมการสรรหาขอเอกสารเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. แจ้งว่า เอกสารที่ร้องขอเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นข้อมูลที่โดยปกติพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย และไม่ปรากฏเหตุยกเว้นทางกฎหมายที่สามารถเปิดเผยให้บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานอื่นรับทราบได้
จึงไม่สามารถส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้คณะกรรมการสรรหาได้
@ ประกันสังคม : หน่วยงานเดียวที่ตอบชัด
ต่างจากหลายหน่วยงานก่อนหน้านี้ สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานที่สามารถตอบข้อสอบถามได้โดยตรง
ผลการตรวจสอบระบุว่า ไม่พบประวัติการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนของ นพ.สรณ ในช่วงเวลาที่คณะกรรมการสรรหาขอให้ตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายประเด็นที่ถูกตรวจสอบ และไม่สามารถทดแทนข้อมูลจากหน่วยงานอื่นที่ยังขาดหายอยู่ได้
ทั้งนี้ นอกจากเอกสารการติดตามผลการตรวจสอบข้างต้นแล้วว่า สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันด้วยว่า คณะกรรมการสรรหาได้มีหนังสือเชิญ ศาสตราจารย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และศาสตราจารย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย
แต่ศาสตราจารย์บรรจง แจ้งผ่านเลขานุการว่า ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ และอยู่ระหว่างจัดทำหนังสือชี้แจงส่งให้คณะกรรมการสรรหาแทน
ส่วนศาสตราจารย์ปิยะมิตร แม้จะรับทราบเรื่องการเชิญเข้าชี้แจงแล้ว แต่มีรายงานว่าติดภารกิจประชุมอยู่ต่างประเทศ จึงไม่สามารถเดินทางมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสรรหาได้เช่นกัน
ส่งผลให้คณะกรรมการสรรหายังไม่ได้รับคำชี้แจงโดยตรงจากผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งถือเป็นหน่วยงานต้นสังกัดที่ถูกกล่าวอ้างถึงในข้อร้องเรียนหลายประเด็น
คำถามก่อนถึงวันประชุม
จากข้อมูลข้างต้น ที่ตรวจสอบพบ จะเห็นได้ว่า มีข้อมูลสำคัญหลายส่วนยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดล หนังสือที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่ส่ง รายงานการตรวจสอบของ กมธ.ไอซีที วุฒิสภา เอกสารจาก ก.ล.ต. หรือข้อมูลภาษีจากกรมสรรพากร
ดังนั้น คำถามสำคัญก่อนการประชุมวันที่ 5 มิถุนายน อาจไม่ใช่เพียงว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่
แต่คือ คณะกรรมการสรรหาจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้เพียงพอหรือไม่ ภายใต้สถานการณ์ที่เอกสารและข้อมูลสำคัญจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงได้
ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ถูกจับตามองจากสังคมมาตลอด
และหลายฝ่ายก็มีการฟันธงไปแล้วว่า ผลการประชุมวันที่ 5 มิถุนายน นี้ น่าจะยังไม่มีมติชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติของ นพ.สรณ อย่างแน่นอน!




