ปมร้อนใช้บัญชีบุคคลอื่นรับเบี้ยยังชีพแทนผู้สูงอายุที่ราชบุรี อำเภอดำเนินสะดวก รายงานด่วนผู้ว่าฯ เบ็ดเสร็จ ส.อบต.ใช้บัญชีธนาคารรับเงินแทน 74 คน ทุกรายยินยอมหมด ยันเป็นทางช่วยเหลือ ได้เงินมาแล้วให้ ลูกชาย-สะใภ้ นำไปให้ ไม่คิดค่าดำเนินการ ทำมาหลายปี ไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนปัญหา เผยมีประสานถาม สถ. ยันไม่ขัดระเบียบดำเนินการได้ - จังหวัดอื่นมีมากกว่านี้ด้วยซ้ำ -เรื่องถึง สตง.แล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าล่าสุด กรณีการตรวจสอบพบผู้ชายรายหนึ่ง ปรากฏชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ใช้รับโอนเงินเบี้ยยังชีพแทนผู้สูงอายุจำนวนมากถึงจำนวน 64 ราย ในส่วนของ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดอนกรวย จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยยังชีพความพิการ หลังตรวจพบว่ามีผู้มีสิทธิหลายรายใช้บัญชีเงินฝากธนาคารบุคคลเดียวกันในการรับเงิน

ภาพประกอบรายงาน
สั่งตรวจทั่วปท! พิรุธผู้สูงอายุ/พิการ ใช้บัญชีบุคคลอื่นรับเบี้ยยังชีพ
ประเดิมราชบุรี! พบชายใช้บัญชีธ.ก.ส.รับเบี้ยยังชีพแทนผู้สูงอายุ60 คน
พบผู้ชายใช้บัญชีรับเบี้ยยังชีพแทนผู้สูงอายุ67คน ชื่อ-สกุลเหมือน ส.อบต.
ล่าสุด แหล่งข่าวจากจังหวัดราชบุรี เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า กรณีนี้ อำเภอดำเนินสะดวก ได้รับงานข้อมูลเบื้องต้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ทราบว่า เจ้าของบัญชีดังกล่าวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน และปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา อบต.ดอนกรวย
ขณะที่ ส.อบต. รายนี้ให้ข้อมูลว่า มีผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยผู้สูงอายุในพื้นที่จำนวน 74 ราย ยินยอมให้โอนเงินเข้าบัญชีของตนจริง หลังจากได้รับเงินดังกล่าวจะให้บุตรชาย บุตรสะใภ้ ถอนเงินไปแจกจ่ายให้กับผู้สูงอายุทุกราย โดยไม่คิดค่าดำเนินการแต่อย่างใด
ส.อบต. ยังยืนยันด้วยว่า ได้ดำเนินการลักษณะนี้ต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน หรือปัญหาใด ๆ
แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ดี ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่สิ้นกระแสความ จะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ในการนี้ อบต.ดอนกรวย จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสอบถามผู้สูงอายุทั้ง 74 ราย เพื่อให้ได้ข้อมูลว่า จะจ่ายเข้าบัญชี ส.อบต. ตามเดิมหรือจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างไร ต่อไป
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ระเบียบการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีแบบระบุการมอบให้ผู้ใดรับแทนโดยการโอนเข้าบัญชี หากเป็นการแสดงเจตนาทางกฎหมายการรับมอบตามแบบก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งจากการประสานทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้รับแจ้งว่า ไม่ขัดแย้งกับระเบียบสามารถดำเนินการได้ ขณะที่บางจังหวัด รายชื่อผู้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีจำนวนมากกว่าจังหวัดราชบุรีด้วย
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับที่มาการตรวจสอบเรื่องนี้ เป็นผลมาจากการตรวจสอบของ กรมบัญชีกลาง เนื่องจากผู้สูงอายุนิยมให้ผู้นำชุมชนนำเงินไปให้เนื่องจากไม่สะดวกเดิน ทำให้รายชื่อการโอนเงินเข้าบัญชีเดียวกันสูงผิดปกติ
สำหรับที่มาของการตรวจสอบในครั้งนี้ เกิดจากการที่กรมบัญชีกลางตรวจพบข้อมูลการโอนเงินเข้าบัญชีเดียวกันจำนวนมากผิดปกติในระบบ e-Social Welfare จึงมีการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้มั่นใจว่าการจ่ายเงินสวัสดิการภาครัฐเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และถึงมือผู้มีสิทธิทุกคนตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ผู้บริหาร สตง. ได้รับทราบข้อมูลเรื่องนี้ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอแล้ว ประเด็นสำคัญที่คงจะต้องติดตามตรวจสอบต่อไป คือ กระบวนการมอบอำนาจให้รับเงินแทน ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างว่า ผู้สูงอายุนิยมให้ผู้นำชุมชนนำเงินไปให้เป็นจริงหรือไม่ ทำไมถึงไม่ให้คนในครอบครัวดำเนินการแทน ที่สำคัญจำนวนเงินที่ผู้แทนได้รับกับเงินที่ผู้สูงอายุได้ไป ถูกต้องครบถ้วน มีการตกหล่นหรือไม่
ขณะที่อัตราเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่ได้รับในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นขั้นบันได อายุ 60 - 69 ปี จะได้รับ 600 บาท/เดือน, อายุ 70 - 79 ปี จะได้รับ 700 บาท/เดือน, อายุ 80 - 89 ปี จะได้รับ 800 บาท/เดือน อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท/เดือน
หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป




