News Logo
หน้าแรก
อ้างหลงลืมฟังไม่ขึ้น! เปิดผลสอบคดีทุจริตกองทัพไทยงาบน้ำมัน4.5 แสนลิตร

อ้างหลงลืมฟังไม่ขึ้น! เปิดผลสอบคดีทุจริตกองทัพไทยงาบน้ำมัน4.5 แสนลิตร

16 มิ.ย. 2569 09:44
ผู้ชม 135 คน

"...หน่วยงานเห็นชอบในการเสนอโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ส่วนการเสนอความเห็นให้มีการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เป็นไปตามแผนงานและโครงการของหน่วยงานและเป็นไปตามความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจริง กรณีการเบิกจ่ายน้ำมันจะเบิกจ่ายตามคำสั่งด้วยวาจาของผู้บังคับบัญชา เป็นการเบิกจ่ายน้ำมันไปใช้งานจริงในโครงการ แต่การลงทะเบียนจ่ายน้ำมันเป็นการลงทะเบียนในภายหลังจึงอาจทำให้การลงทะเบียนจ่ายน้ำมันเกิดความผิดพลาด ล่าช้าหรือหลงลืมไป..."

จากกรณี รายการ The X Files เปิดแฟ้มคดีทุจริตดัง ของ สำนักข่าว Next News นำเสนอข้อมูลรายงานผลการตรวจสอบคดีทุจริตการจัดซื้อและเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโครงการขุดลอกลำน้ำ ปีงบประมาณ 2565 ของหน่วยงานแห่งหนึ่ง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย พบพฤติการณ์น่าเชื่อว่ามีการทุจริตหลายรูปแบบ ทั้งการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเกินความจำเป็น การปลอมเอกสารเบิกจ่าย การเช่าเครื่องจักรและจัดซื้ออะไหล่เป็นเท็จ จนสร้างความเสียหายแก่รัฐรวมกว่า 18.25 ล้านบาท

ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดในรายงานผลการตรวจสอบคดีนี้ ของ สตง. อย่างเป็นทางการ

@ กรณีการจัดซื้อและเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโครงการขุดลอกลำน้ำ ปีงบประมาณ 2565 ของหน่วยงานแห่งหนึ่ง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย

จากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เรื่อง การจัดซื้อและเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโครงการขุดลอกลำน้ำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของหน่วยงานแห่งหนึ่ง สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย พบว่า การดำเนินการขุดลอกลำน้ำทั้ง 6 โครงการ เป็นการขุดลอกคลองส่งน้ำเดิมที่หน่วยงานอื่นขุดลอกไว้ก่อนแล้ว และไม่มีการขุดขยายความกว้างและความลึกของลำน้ำทั้ง 6 โครงการตามประมาณการของโครงการ

-น้ำมันเชื้อเพลิงสูญหาย 454,567 ลิตร

ทั้งนี้ จากการคำนวณระยะเวลาการปฏิบัติงานในพื้นที่และอัตราสิ้นเปลืองต่อวันของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถที่ใช้ในการปฏิบัติงาน คิดเป็นจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการปฏิบัติงานทั้งสิ้นจำนวน 102,680 ลิตร

ในขณะที่มีการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและเบิกจากคลังเป็นจำนวนทั้งสิ้น 557,247 ลิตร

จึงน่าเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีเจตนาจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าความจำเป็นที่ต้องใช้จริง จำนวนถึง 454,567 ลิตร และมีเจตนาที่จะนำน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไปใช้ในประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น

ทั้งนี้ การเบิกน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่นไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ จากการตรวจสอบการเบิกน้ำมันเชื้อเพลิงของโครงการขุดลอกลำน้ำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นั้น

ปรากฏหลักฐานการขอเบิกน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปใช้ในโครงการดังกล่าว ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ถึง วันที่ 24 มกราคม 2565 จำนวน 12 ครั้ง รวมจำนวน 200,000 ลิตร
โดยมีการปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ที่ ขอเบิกน้ำมันเชื้อเพลิง และมีการลงนามอนุมัติและสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

ในขณะที่ผู้ที่ถูกปลอมลายมือชื่อได้ให้ ถ้อยคำปฏิเสธว่าไม่ได้เบิกน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว พร้อมให้ข้อมูลว่าตนได้เริ่มเบิกน้ำมันเชื้อเพลิงและให้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานน้ำขนย้ายเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการขุดลอกลำน้ำเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 เป็นต้นมา โดยใช้เครื่องจักรของทางราชการ ไม่มีการเช่าเครื่องจักรมาใช้แต่อย่างใดและใช้น้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ปรากฏใน บัญชีควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2565 รวมทั้งสิ้น 19,054 ลิตร จึงเห็นได้ว่า จำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เบิกจ่ายไปกับจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริงไม่สอดคล้องกัน

จากการตรวจสอบยังได้ปรากฏพยานหลักฐานว่า หน่วยงานดังกล่าวได้เริ่มขนย้ายเครื่องจักรเข้ามา ปฏิบัติงานในพื้นที่เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 ปฏิบัติงานแล้วเสร็จและเคลื่อนย้ายเครื่องจักรออกจากพื้นที่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ซึ่งเมื่อคำนวณระยะเวลาการปฏิบัติงานในพื้นที่ และอัตราสิ้นเปลืองต่อวันของน้ำมัน เชื้อเพลิงสำหรับรถขุดตัก รวมถึงรถประเภทอื่นที่ใช้ในการปฏิบัติงาน คิดเป็นจำนวนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการ ปฏิบัติงานทั้งสิ้น 102,680 ลิตร

ในขณะที่มีการการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและเบิกจากคลังเป็นจำนวนทั้งสิ้น 557,247 ลิตร จึงเห็นได้ว่ามีน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้นำมาใช้กับรถราชการหรือเครื่องจักร หรือสูญหายเป็น จำนวนประมาณ 454,567 ลิตร การเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ แบบแผนของทางราชการ

-ขุดลอกคลองส่งน้ำเดิมที่หน่วยงานอื่นขุดลอกไว้ก่อนแล้ว

นอกจากนี้ สตง. ยังตรวจพบความผิดปกติอื่น ๆ เช่น การดำเนินการขุดลอกลำน้ำทั้ง 6 โครงการดังกล่าว เป็นการขุดลอกคลองส่งน้ำเดิมที่หน่วยงานอื่นได้ขุดลอกไว้ก่อนแล้ว อีกทั้งยังไม่มีการขุดขยาย ความกว้างและความลึกของลำน้ำทั้ง 6 โครงการดังกล่าวตามประมาณการของโครงการ เช่น มีการประมาณ การความลึกก่อนขุดไว้ที่ 1-1.5 เมตรและความลึกภายหลังขุดลอกแล้วเสร็จอยู่ที่ระดับ 3 เมตร ในขณะที่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าลำน้ำเดิมก่อนการขุดมีระดับความลึกอยู่ที่ 2.5 เมตร ฯลฯ ทำให้ปริมาณดินที่ขุดจริงต่ำกว่า ที่ประมาณการไว้รวมถึงกรณีการขนย้ายน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนด คุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุ อันตราย พ.ศ. 2555 กำหนดให้รถบรรทุกน้ำมันต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS) ไว้แต่ หน่วยงานดังกล่าวได้ยกเลิกการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ จึงน่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดำเนินการหรือมีส่วนรู้เห็นในการขนย้ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปจากคลังน้ำมันโดยมิชอบ

พฤติการณ์เข้าข่าย เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวล กฎหมายอาญา

-เช่าเครื่องจักรขุดตัก/จัดซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักรเป็นเท็จ

ขณะที่ ประเด็นการเช่าเครื่องจักรขุดตักและการจัดซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักรเป็นเท็จนั้น

จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มีการอนุมัติให้เช่าเครื่องจักรรถขุดตีนตะขาบ โดยมีการลงนามในใบสั่งเช่าเครื่องจักร จำนวน 6 โครงการ โครงการละ 5 คัน อัตราเช่าคันละ 5,000 บาท/วัน พร้อมอนุมัติการเบิกจ่ายเงินและได้มีการจัดทำรายงานตรวจรับการเช่า แต่มิได้มีการส่งมอบเครื่องจักรที่เช่า กันจริง ก่อให้เกิดความเสียหายรวมเป็นเงินประมาณ 2.48 ล้านบาท

อีกทั้งยังมีการจัดซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักร จำนวน 6 โครงการ โดยแยกจัดซื้อเป็นรายโครงการรวมจำนวนใบสั่งซื้อ 13 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 737,691.- บาท

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้จัดทำเอกสารรายงานผลการตรวจรับว่ามีการส่งมอบอะไหล่ แต่มิได้มีการส่งมอบอะไหล่กันจริง พร้อมปรากฏหลักฐานว่าร้านจำหน่ายอะไหล่ได้คืนเงินค่าจัดซื้อตามใบสั่งซื้อ ทั้ง 13 ฉบับดังกล่าว ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นเงินทั้งสิ้น 677,336.- บาท พฤติการณ์จึงเข้าข่ายเป็น ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความเป็นจริงอันเป็น ความเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

จากพฤติการณ์ข้างต้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 18.25 ล้านบาท จำแนกเป็นค่าจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการเบิกออกจากคลังโดยมิชอบ จำนวน 15.01 ล้านบาท ค่าเช่าเครื่องจักร จำนวน 2.47 ล้านบาท และค่าจัดซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักร จำนวน 0.77 ล้านบาท (ดูสรุปข้อมูลตามอินโฟฯ ด้านล่าง)

การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง

การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง

การปลอมเอกสาร

การปลอมเอกสาร

การเช่าเครื่องจักร

การเช่าเครื่องจักร

@ คำชี้แจงหน่วยงาน

ด้านหน่วยงานที่รับผิดชอบ ชี้แจงว่า การสำรวจโครงการขุดลอกลำน้ำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นการดำเนินการตามการร้องขอขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกและน้ำป่าไหลหลากจนเกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี จนทำให้ระดับความลึกของลำคลองโดยเฉลี่ยลดลง

หน่วยงานเห็นชอบในการเสนอโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ส่วนการเสนอความเห็นให้มีการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เป็นไปตามแผนงานและโครงการของหน่วยงานและเป็นไปตามความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจริง

กรณีการเบิกจ่ายน้ำมันจะเบิกจ่ายตามคำสั่งด้วยวาจาของผู้บังคับบัญชา เป็นการเบิกจ่ายน้ำมันไปใช้งานจริงในโครงการ แต่การลงทะเบียนจ่ายน้ำมันเป็นการลงทะเบียนในภายหลังจึงอาจทำให้การลงทะเบียนจ่ายน้ำมันเกิดความผิดพลาด ล่าช้าหรือหลงลืมไป

ในส่วนของการเช่าเครื่องจักรและการจัดซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักรเป็นการดำเนินการตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากเครื่องจักรในหน่วยงานไม่เพียงพอ และมีการส่งมอบจริงอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ไม่มีการเรียกรับเงินคืนจากคู่สัญญา อาจเป็นการแอบอ้างของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน และการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มิได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด

@ ความเห็น สตง.

ขณะที่ สตง. พิจารณาว่า การจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่นสูงกว่าความต้องการใช้จริง การเบิกน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่นไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ และการเช่าเครื่องจักรขุดตักและการจัดซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักรเป็นเท็จ

ผลการตรวจสอบ ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และมีข้อบกพร่องเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติของทางราชการ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ตามนัยมาตรา 95 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 และมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จึงเห็นควรให้ดำเนินการทางวินัย ทางแพ่งและทางอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

โดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้พิจารณาเอกสารหลักฐาน และพยานบุคคลแล้วมีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์
อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และมีข้อบกพร่องเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติของทางราชการ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ จึงได้มีหนังสือแจ้งหัวหน้าหน่วยงานเพื่อดำเนินการควบคุมหรือกำกับมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก พร้อมดำเนินการทางวินัยอย่าง ร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการเรียกให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ จำนวน 18.25 ล้านบาท

ประกอบด้วย ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการจัดซื้อและเบิกจากคลังโดยมิชอบ ค่าเช่าเครื่องจักรและค่าจัดซื้ออะไหล่ ซ่อมเครื่องจักรเป็นเท็จ และแจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

@ ผลการแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยงาน

หน่วยงานอยู่ระหว่างการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ โดยอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงทางละเมิดและดำเนินการทางวินัย ทั้งนี้ ในเบื้องต้นหน่วยงานได้มีการลงทัณฑ์ในสมุดประวัติราชการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันเรื่องอยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ หน่วยงานดังกล่าวได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัย และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐเรียบร้อยแล้ว และ สตง. จะได้ติดตาม ผลการดำเนินการกรณีดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการขอรับงบประมาณในลักษณะงานที่ดำเนินการเอง ซึ่งมี ข้อบกพร่องสำคัญในขั้นตอนการประมาณราคา สตง. จึงได้ตรวจสอบการประมาณราคาในภาพรวมเพื่อ ขอรับงบประมาณขุดลอกลำน้ำของหน่วยงานดังกล่าวปีงบประมาณ 2567 พบว่า มีการประมาณราคาขุดลอก ที่สูงกว่าความเป็นจริงจึงได้แจ้งให้มีการสำรวจและแก้ไขการประมาณราคา ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวได้ทบทวน และแก้ไขการประมาณราคาให้ใกล้เคียงความเป็นจริง ทำให้จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากประมาณ 300 โครงการเป็นประมาณ 800 โครงการ ภายใต้วงเงินงบประมาณเท่าเดิม

@ ผลสัมฤทธิ์จากการตรวจสอบ

จากผลการตรวจสอบและการแจ้งข้อเสนอแนะให้หน่วยงานดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง ส่งผลให้หน่วยงานมีการดำเนินการลงโทษกับผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมาย และมีการดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยงาน

************

นับเป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตใหญ่ในการดำเนินงานโครงการของหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ต้องบันทึกไว้อีกหนึ่งคดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ขุดลอกลำน้ำ
กองทัพไทย
งาบน้ำมัน
สตง.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อวสาน! คดีโกงภาษีVAT ยืนโทษ'สาธิต-พวก' จำคุกตลอดชีวิต-ชดใช้3.09 พันล.
อวสาน! คดีโกงภาษีVAT ยืนโทษ'สาธิต-พวก' จำคุกตลอดชีวิต-ชดใช้3.09 พันล.