‘ณัฐพงษ์’ บี้นายกฯ สอบฝ่ายการเมือง ปมโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน ชี้ระงับบรรจุเหมาเข่งทำคนบริสุทธิ์เดือดร้อน
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการบุกทลายขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท โดยระบุว่า หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพจัดสอบคือราชการส่วนกลางคือ 'กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น' (สถ.) ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังจะกลายเป็นแพะรับบาป พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตรวจสอบข้าราชการการเมืองด้วยเช่นกัน
นายณัฐพงษ์ระบุว่า พรรคได้รับข้อร้องเรียนในกรณีดังกล่าวมาจากหลายช่องทาง โดยเฉพาะจากกลุ่มข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนว่า การสั่งระงับการบรรจุแต่งตั้งผู้ที่สอบผ่านไปแล้วนั้น ในส่วนของคนที่มีความผิดจริงพรรคไม่ได้มีความเห็นแย้ง แต่การสั่งระงับทั้งหมดนั้น ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริสุทธิ์ที่เข้าสอบอย่างถูกต้องและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
นายณัฐพงษ์ย้ำว่า หากพบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีควรแสดงท่าทีขึงขังและจริงจัง เช่นเดียวกับที่ดำเนินการกับฝั่งข้าราชการประจำ ซึ่งอำนาจบริหารสามารถสั่งการได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรม หรือผลการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และองค์กรอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายปี เนื่องจากสามารถใช้กลไกการกำกับดูแลภายในหรือมาตรการทางการเมืองจัดการได้ทันที
เมื่อถามว่า มาตรการยับยั้งของนายกรัฐมนตรีในปัจจุบันถือว่ามาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ว่าใครจะดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อได้รับข้อมูลเช่นนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการกันผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องออกจากระบบ ซึ่งการสั่งโยกย้ายข้าราชการที่ต้องสงสัยไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่หากเทียบเคียงกับ กรณีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงใน จ.ภูเก็ต สิ่งที่ประชาชนกำลังตั้งคำถามคือ ตกลงแล้วสาเหตุในการแต่งตั้งโยกย้ายมาจากความผิดจริง หรือมีวาระซ่อนเร้นเบื้องหลังที่ต้องการโยกย้ายคนของตัวเองเข้าไปแทนหรือไม่ ดังนั้น นายกฯ หรือรัฐบาลต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน พร้อมอยากให้สังคมช่วยกันตั้งคำถามว่า การสั่งย้ายในลักษณะนี้เป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ได้กล่าวถึงประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่า ตอนนี้เครือข่ายภาคประชาสังคม ConForAll กำลังเปิดลงชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอนนี้ต้องการอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ อยากให้ประชาชนเข้าไปช่วยกันลงชื่อในร่างฉบับนี้ ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาแล้ว ว่าสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง อย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามบิดคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสุดท้ายแล้ว ‘ความเห็น’ ไม่เท่ากับ ‘คำวินิจฉัย’ ซึ่งในเวลานี้หลายภาคส่วน รวมถึงพรรคประชาชน ก็พยายามปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา คือให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ต้องสอบถามกลับไปยังประธานรัฐสภาเช่นเดียวกันว่า เมื่อมีความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ ถ้าไม่ได้มีเหตุผลซ่อนเร้นว่าอยากจะเร่งกระบวนการให้ได้รัฐธรรมนูญที่ควบคุมผูกขาดได้ทั้งหมด การชะลอการพิจารณากระบวนการในการยกร่างทั้งฉบับ โดยการพิจารณาเป็นรายมาตรา ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย รอร่างจากภาคประชาสังคมและพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรคประชาชน ที่ปรับปรุงแก้ไขเสร็จ จึงค่อยพิจารณาพร้อมกันในคราวเดียว




