อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 5 ยื่นฟ้องแล้วเช้าวันนี้ คดีปฏิบัติการ 'รุมกินโต๊ะ' ต้นชนวนปมเสนอสินบนอธิบดีอัยการ 4 แสน แลกช่วยผู้ต้องหา โดนหมด 3 ราย หลังให้การปฏิเสธชั้นสอบสวน
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณี นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ที่เสนอสินบนเป็นเงิน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันวางแผนจับกุม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ในข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากนายพัฒน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหาร ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ฯลฯ ภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ”
ขณะที่มีรายงานข่าวว่า ภายหลังจากที่นายเนธิภัททิก์ ปฏิเสธรับสินบนจำนวน 400,000 บาท จากอธิบดีอัยการรายดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อัยการคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้จัดทำสำนวนคดีเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” เสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมเสนอให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้ รวมถึงผู้ต้องหา 2 ราย ที่อธิบดีอัยการรายดังกล่าวพยายามเสนอสินบนจำนวน 400,000 บาท เพื่อช่วยเหลือ เป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569

ภาพประกอบรายงาน
ล่าสุด ในช่วงเช้าวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหาในคดีเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” อย่างเป็นทางการแล้ว
โดยมี นายบุญนิธิ กรุงวงศ์ เป็นจำเลยที่ 1 นายทัญเทพ จันต๊ะมูล เป็นจำเลยที่ 2 และนายเอกชัย ท้าวคำมา เป็นจำเลยที่ 3
การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันเรียก รับ หรือยอมที่จะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้กล่าวหา ต้องเสียเงินในการดำเนินการมากกว่าค่าธรรมเนียมปกติของทางราชการ
ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐเรียก รับ หรือยอมที่จะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่
โดยในชั้นสอบสวน จำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ ขณะที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 3
สำหรับปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ ผู้อำนวยการกองช่าง ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ สังกัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และ เจ้าหน้าที่เทศบาล ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมาตรา 173
กรณีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร ได้แจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ป.ป.ท. ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยร่วมกันเรียกรับเงินจากผู้เสียหายหลายครั้ง รวมจำนวนกว่า 226,000 บาท จึงได้มีการประสานการปฏิบัติงานกับสำนักงาน ป.ป.ช. และ บก.ปปป. เพื่อร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับและหมายค้น ก่อนร่วมปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องอีก 3 จุด เพื่อค้นหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี ภายใต้แผนปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ”
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง




