News Logo
หน้าแรก
เบื้องหลัง! ผลสอบสารพัดกลโกงใช้งบ 19 มหาวิทยาลัย รัฐเสียหายยับ 290 ล.

เบื้องหลัง! ผลสอบสารพัดกลโกงใช้งบ 19 มหาวิทยาลัย รัฐเสียหายยับ 290 ล.

1 ก.ค. 2569 11:18
ผู้ชม 244 คน

"...มีการตรวจพบการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง เพื่อเปลี่ยนวิธีจัดซื้อจากวิธีคัดเลือกไปเป็นวิธีเฉพาะเจาะจง อันอาจเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขัน รวมถึงการจัดซื้อจากผู้ขายที่ไม่ได้ประกอบอาชีพจำหน่ายสินค้านั้นโดยตรง และการส่งมอบพัสดุที่มีลักษณะหรือราคาไม่ตรงกับที่จัดซื้อ ประเด็นที่ถือว่าร้ายแรงที่สุด คือ การตรวจพบการทำสัญญาซื้อขายกับคู่สัญญา โดยไม่มีเจตนาซื้อขายกันจริง แต่ใช้ชื่อบริษัทหรือบุคคลเป็นเพียงตัวกลางรับเงิน ก่อนโอนต่อไปยังบุคคลอื่น เพื่ออำพรางผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นลักษณะที่ สตง. ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการปกปิดเส้นทางการใช้เงินงบประมาณ..."

การบริหารงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ กำลังเผชิญคำถามครั้งสำคัญ หลังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สรุปรายงานผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินโครงการและการเบิกจ่ายงบประมาณของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พบความผิดปกติในการใช้จ่ายงบประมาณจำนวน 23 รายงาน ครอบคลุมสถานศึกษารวม 19 แห่ง โดยมีมูลค่าความเสียหายที่เสนอให้เรียกเงินคืนรวมทั้งสิ้น 290.43 ล้านบาท และดำเนินการทางวินัยผู้เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงปัญหาการควบคุมภายในและการกำกับดูแลการเงินของหลายสถาบัน

pdsdsweweewewweewewew96633

pdsdsweweewewweewewew96633

พบ 19 มหาวิทยาลัย-วิทยาลัย ใช้งบผิดปกติ-จัดซื้ออำพราง เสียหาย 290 ล.

เบื้องหลังที่มาผลการตรวจสอบกรณีนี้ สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันจากข้อมูลจากแหล่งข่าว สตง. ว่า เป็นผลมาจากข้อร้องเรียนที่ส่งเข้ามาให้ตรวจสอบ และมีการดำเนินการสอบสวนในเวลาต่อมา พบว่า มีรายงานข้อบกพร่องรวม 23 รายงาน ครอบคลุม 19 หน่วยงาน โดยพบมูลค่าความเสียหายที่ สตง. เสนอให้เรียกเงินคืนรวม 290.43 ล้านบาท นับเป็นตัวเลขที่สะท้อนความเสี่ยงต่อการสูญเสียงบประมาณของรัฐในระดับสูง และชี้ให้เห็นรูปแบบการใช้จ่ายงบประมาณที่อาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายกรณี

@ แกะรอย 3 กลุ่มความผิดหลัก

แหล่งข่าว สตง. เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบของ สตง. พบข้อบกพร่องสำคัญแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ การเบิกจ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

-กลุ่มเบิกจ่ายงบผิดกฎหมาย ใช้เอกสารเท็จ สร้างโครงการลวง

ข้อบกพร่องด้านการเบิกจ่ายเงินพบมากที่สุด จำนวน 11 รายงาน โดยมีพฤติการณ์หลากหลาย ตั้งแต่การเบิกจ่ายเงินที่ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบรองรับ การเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไปจนถึงการนำเงินรายได้ของสถานศึกษา ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือประโยชน์ของบุคคลอื่น

ที่น่ากังวล คือ การตรวจพบการจัดทำเอกสารเท็จเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ โดยบางกรณี ไม่มีการดำเนินโครงการจริง แต่สร้างเอกสารขึ้นมาเพื่อรองรับการเบิกเงิน รวมถึงการจัดทำหลักฐานการส่งมอบงานที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนการใช้เอกสารอันเป็นเท็จเพื่อหักล้างเงินยืมราชการ

พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงช่องโหว่ของระบบควบคุมภายใน และอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อเงินงบประมาณของรัฐ หากมีการพิสูจน์ว่ามีเจตนากระทำความผิด

-กลุ่มจัดซื้อจัดจ้างผิดขั้นตอน แบ่งซื้อ เลี่ยงแข่งขัน ฮั้วสัญญา

ข้อบกพร่องด้านการจัดซื้อจัดจ้างพบ 8 รายงาน โดยมีหลายรูปแบบที่กระทบต่อหลักการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

ในรายงาน สตง. ระบุว่า มีกรณีคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาใช้ดุลยพินิจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของการประกวดราคา ขณะที่คณะกรรมการกำหนดราคากลางไม่ได้สืบราคาตลาดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ราคากลางอาจไม่สะท้อนราคาที่แท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง เพื่อเปลี่ยนวิธีจัดซื้อจากวิธีคัดเลือกไปเป็นวิธีเฉพาะเจาะจง อันอาจเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขัน รวมถึงการจัดซื้อจากผู้ขายที่ไม่ได้ประกอบอาชีพจำหน่ายสินค้านั้นโดยตรง และการส่งมอบพัสดุที่มีลักษณะหรือราคาไม่ตรงกับที่จัดซื้อ

ประเด็นที่ถือว่าร้ายแรงที่สุด คือ การตรวจพบการทำสัญญาซื้อขายกับคู่สัญญา โดยไม่มีเจตนาซื้อขายกันจริง แต่ใช้ชื่อบริษัทหรือบุคคลเป็นเพียงตัวกลางรับเงิน ก่อนโอนต่อไปยังบุคคลอื่น เพื่ออำพรางผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นลักษณะที่ สตง. ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการปกปิดเส้นทางการใช้เงินงบประมาณ

-กลุ่มใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ฝากเงินไว้ในบัญชีส่วนตัว

นอกจากปัญหาการเบิกจ่ายและจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังพบข้อบกพร่องด้านการบริหารงบประมาณในหลายกรณี เช่น เจ้าหน้าที่ดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับพัสดุไม่ถูกต้องตามขั้นตอน

บางหน่วยงานนำเงินอุดหนุนเพื่อการศึกษาซึ่งรัฐจัดสรรสำหรับพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของเงินอุดหนุน และไม่มีระเบียบรองรับการเบิกจ่าย

อีกกรณีที่ สตง. ให้ความสำคัญ คือ การนำเงินคงเหลือจากโครงการพัฒนานิสิตนักศึกษาไปฝากไว้ใน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ชื่อบุคคล แทนบัญชีของหน่วยงานราชการ ทำให้หลีกเลี่ยงระบบควบคุมการเงินของภาครัฐ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการนำเงินไปใช้โดยมิชอบ

@ สตง. สั่งเรียกเงินคืน พร้อมเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าว สตง. ยังระบุด้วยว่า จากผลการตรวจสอบทั้งหมด สตง.ได้มีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย

  • ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่อง

  • เร่งดำเนินการเรียกชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่รัฐ

  • ปรับปรุงระบบการกำกับดูแล พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ส่วนรายชื่อ 19 วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยแห่ง ที่ถูก สตง. ตรวจสอบพบปัญหาเรื่องนี้ ว่า เป็นหน่วยงานไหนบ้าง และมีเจ้าหน้าที่ระดับใดเกี่ยวข้อง และคดีใดจะถูกส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนคดีทางอาญา

ปัจจุบัน รายงานผลการตรวจสอบเรื่องนี้ ยังไม่ได้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นทางการ

เบื้องต้น สำนักข่าว Next News อยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันข้อมูลอยู่

อดใจรออีกไม่นาน สาธารณชน น่าจะได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
มหาวิทยาลัยใช้งบผิดปกติ
เบิกเท็จ
อำพรางจัดซื้อ
สตง.
สารพัดกลโกงงบมหาวิทยาลัย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 331 ล้าน 'มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์' ผอ.องค์การเภสัชกรรม
ทรัพย์สิน 331 ล้าน 'มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์' ผอ.องค์การเภสัชกรรม