ป.ป.ส. แถลงขยายผลคดี แอร์การบินไทย ขนเฮโรอีน โดนจับที่ออสเตรเลีย เผยตอนนี้ทราบชื่อผู้รับปลายทาง "เดียร์" แล้ว ชี้หาก "มีนา" พิสูจน์ได้ว่าถูกหลอก อาจไม่ถูกฟ้องร้องที่ออสเตรเลีย-เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้อง ยึดเฮโรอีนกว่า 17 กก. -เตือนคนไทยระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งยาเสพติด เผยขบวนการนี้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตาร "Rose Rose" จ้าง "ขายน้ำหนักกระเป๋า" ซุกซ่อนในสินค้า OTOP -เร่งตามหา "ไรเดอร์ปริศนา" ที่นำพัสดุส่งถึงคอนโดฯ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้แถลงข่าวกรณีที่ทางการออสเตรเลียได้จับกุม น.ส.มีนา (สงวนนามสกุล) พนักงานต้อนรับหญิง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569
โดยก่อนหน้าการแถลง ป.ป.ส. ได้ชี้แจงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า ปัจจุบัน น.ส.มีนา ถูกควบคุมตัวโดยทางการออสเตรเลีย และเตรียมขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นในวันที่ 14 ก.ย. 69 ขณะที่ทางการไทย นำโดย สำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปราบยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ได้เร่งสืบสวนขยายผลหาต้นตอยาเสพติดเฮโรอีนล็อตดังกล่าว รวมถึงขบวนการทั้งหมด ตั้งแต่บัญชี Facebook อวตาร์ ที่ใช้ชื่อว่า “Rose Rose" ซึ่งได้มีการทักแชทข้อความหา น.ส.มีนา เพื่อฝากหิ้วสินค้า OTOP ของไทย อย่างกระเป๋าผ้าลายปักรูปช้างไทย จำนวน 12 ใบ ไปส่งยังเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้มีการซีนทับเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ชั้นในของกระเป๋าผ้ามาเรียบร้อยแล้ว ไล่เรียงมาถึงผู้เป็นเจ้าของพัสดุกล่องบรรจุภัณฑ์ตัวจริง ก่อนจ่าหน้ากล่องผู้รับปลายทางเป็นชื่อของ น.ส.มีนา เพื่อจ้างให้ไรเดอร์ไปส่งพัสดุยังคอนโดมิเนียมของ น.ส.มีนา ในวันที่ 22 มิ.ย. 69 และยังมีเรื่องของเส้นทางการโอนเงินของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง กระทั่งล่าสุดเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เปิดเผยว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเริ่มพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับยาเสพติดเฮโรอีน ในล็อตที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.มีนา
ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการใหญ่ บุก 3 จุด ยึดเฮโรอีนกว่า 17 กก. ชี้เชื่อมโยงคดี 'มีนา'
ด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้แถลงผลการปฏิบัติการขยายผลการจับกุมยาเสพติด โดยระบุว่า ภายหลังกรณีจับกุม น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสไทยในออสเตรเลีย สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 2 ได้รวบรวมข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดที่ส่งไปยังออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา เครือข่ายดังกล่าวได้ส่งพัสดุมายังพื้นที่กรุงเทพมหานคร บริเวณบางเขน หลักสี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจยึดของกลางเฮโรอีนจำนวนกว่า 8 กิโลกรัม ซุกซ่อนในผ้าลักษณะกระเป๋าผ้าแขวนผนัง ถือเป็นจุดแรกของการปฏิบัติการ
จากนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลและปฏิบัติการตรวจค้นอีก 2 จุด ได้แก่ ซอยรางน้ำ และรามคำแหง ที่ซอยรางน้ำ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดเฮโรอีนกว่า 9 กิโลกรัม ซุกซ่อนในเสื้อกันหนาวและห่อกาแฟ โดยมีปลายทางที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีของ น.ส.มีนา สำหรับจุดที่รามคำแหง พบเฮโรอีนในเสื้อผ้าไทยสีชมพู โดยมีปลายทางที่ประเทศไต้หวัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับปลายทางออสเตรเลีย ในภาพรวมของการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดเฮโรอีนรวมกว่า 17 กิโลกรัม
ทลายเครือข่ายข้ามชาติ ต้นทางชายแดนไทย-ปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า กลุ่มอาชญากรรมนี้ใช้วิธีการส่งยาเสพติดมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ส. ทราบตัวตนผู้เป็นเจ้าของจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และเมื่อเช้าวันที่ 2 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กอ.รมน. และตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ที่ส่งพัสดุยาเสพติดทั้งหมดจากเชียงคานลงมายังกรุงเทพฯ และกำลังขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง สำหรับปลายทางประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ได้ทราบตัวบุคคล 2-3 ราย ที่วางแผนและเตรียมการรับพัสดุเฮโรอีน และเมื่อเช้าวันนี้ได้ประสานงานกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เพื่อดำเนินการในส่วนของฝั่งออสเตรเลีย ส่วนปลายทางไต้หวัน ก็ได้ประสานงานกับหน่วยงานไต้หวันซึ่งมีความร่วมมือทางการข่าวที่ดีกับ ป.ป.ส. ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการติดตาม โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แสดงความห่วงใยและติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ป.ป.ส. เชิญ DSI รับคดีพิเศษ-เตือนคนไทย "รับหิ้วของ" ตรวจสอบให้ดี
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อว่า เมื่อเช้านี้ตนได้เชิญ DSI มาร่วมประชุมเพื่อหารือและรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีการทำงานเป็นกระบวนการ ทั้งการหลอกลวง การโอนเงิน การนำพา และการบรรจุเฮโรอีนลงในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ DSI มีความเชี่ยวชาญในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยในการดำเนินการในคดีประเภทนี้ได้ สำหรับคดีของ น.ส.มีนา ป.ป.ส. ยังไม่ได้รับการพูดคุยกับ น.ส.มีนา และทนายความ และต้องให้โอกาสทางการออสเตรเลีย หากพิสูจน์ได้ว่า น.ส.มีนา ไม่มีเจตนาและถูกหลอกลวง ก็อาจทำให้ไม่ถูกฟ้องร้องได้ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และยังไม่สามารถระบุได้ว่า น.ส.มีนามีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด การสืบสวนพบว่า มีกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ทั้งแอร์โฮสเตส บุคคลทั่วไป นักเรียนนักศึกษา และกลุ่มท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ถูกชักชวนให้ "ขายน้ำหนักกระเป๋า" เพื่อพาสิ่งผิดกฎหมายไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย เพราะอาจตกเป็นเหยื่อกระบวนการโดยไม่รู้ตัว แม้ผู้ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำในจุดที่ตรวจค้นจะปฏิเสธทุกคน แต่ก็ควรตรวจสอบความผิดปกติของสิ่งของที่รับหิ้ว เพราะเงินค่าตอบแทนไม่มาก แต่ทำเป็นอาชีพ
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเตือนผู้อื่นที่จะรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ ว่า น.ส.มีนา เป็นลูกเรือที่เดินทางไปออสเตรเลียหลายครั้ง กระบวนการจะดูช่วงเวลาที่มีการขนส่งยาเสพติดลงกรุงเทพฯ และหาคนที่จะขายน้ำหนักกระเป๋า ซึ่งมีทั้งกลุ่มหน้าใหม่ที่โพสต์เสนอขายน้ำหนักกระเป๋าและถูกมิจฉาชีพติดต่อ และกลุ่มหน้าเดิมที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดความเชื่อใจ โดยกลุ่มผู้ถูกควบคุมตัวล่าสุด 2 ราย ก็เป็นกลุ่มที่เคยส่งมาก่อนหน้านี้ จึงง่ายต่อการตกลงพูดคุย ป.ป.ส. จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนทุกคนที่กำลังมีพัสดุต้องสงสัย หรือรับหิ้วของไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่กล่าวมาข้างต้น ให้ไปแสดงตนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะหลังจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาเสพติด จะไม่สามารถอ้างความไม่รู้ได้
ยันไทยไม่ใช่ "ฐาน" ผลิตยาเสพติด แค่เส้นทางคมนาคมสะดวก
พ.ต.ต.สุริยา ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ โดยย้ำว่าประเทศไทยไม่ได้เป็น "ฮับ" หรือ "ฐาน" ในการผลิตยาเสพติด แหล่งผลิตคือสามเหลี่ยมทองคำ แต่เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้และมีการคมนาคมที่สะดวก จึงอาจถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดมากกว่าประเทศอื่นที่อยู่รอบสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งทุกประเทศล้วนถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงเช่นกัน จึงขอให้สื่อมวลชนระมัดระวังการพาดหัวข่าวที่อาจทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย เช่น "ไทยเป็นฮับ" หรือ "ประเทศไทยเสื่อมแล้ว"
"Rose Rose" บัญชีอวตาร-ไรเดอร์ปริศนาส่งพัสดุ
อนึ่งก่อนหน้าการแถลงข่าวนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการพูดคุยหารือกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) วานนี้ (1 ก.ค.) โดยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้เบาะแสเพื่อให้เราไปทำการสืบสวนต่อ ซึ่งเบาะแสที่เราได้มาจะเป็นรายชื่อของผู้รับพัสดุปลายทางของ น.ส.มีนา โดยเป็นคำให้การของ น.ส.มีนา ที่ให้ไว้กับตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่า เธอได้รับการติดต่อว่าจ้างจากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “Rose Rose" เพื่อให้ฝากสินค้าไปให้น้องที่ประเทศออสเตรเลีย และเมื่อ น.ส.มีนา หิ้วสินค้าไปถึงประเทศออสเตรเลียแล้ว ก็จะมีบุคคลของ “Rose Rose" มารอรับสินค้า โดยนัดหมายไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ยังไม่มีข้อมูลว่าโรงแรมดังกล่าวนี้อยู่ห่างจากตัวท่าอากาศยานกี่กิโลเมตร ส่วน น.ส.มีนา จะต้องไปส่งพัสดุถึงมือที่รับเลยหรือไม่นั้น ตรงนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันมาเช่นเดียวกันเพราะว่าเจ้าตัวได้ถูกจับกุมเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ชื่อเล่นของคนที่มารอรับสินค้าจากน้องมีนา คือ ”เดียร์“ เป็นผู้หญิง ส่วนจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาตินั้น ทางการออสเตรเลียยังไม่ได้แจ้งข้อมูลมาทางเรา ทั้งนี้ สำหรับช่องทางติดต่อกับคนที่ชื่อเดียร์ ที่จะมารอรับสินค้าจาก น.ส.มีนา เมื่อไปถึงที่หมาย ทางการออสเตรเลียก็ยังไม่ได้ส่งให้เราเช่นเดียวกัน เพราะอยู่ระหว่างกระบวนการนำโทรศัพท์ของ น.ส.มีนา ไปตรวจสอบขยายผล
นายคณิศร เปิดเผยอีกว่า กระบวนการทำงานของทางการออสเตรเลียจะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดยหน่วยงานแรกที่จะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ คือ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนของประเทศออสเตรเลีย (ABF) และเมื่อตรวจสอบพบสิ่งผิดกฎหมายยาเสพติดในปริมาณที่ผิดกฎหมาย ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและส่งต่อกระบวนการไปยังตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ส่วนเรื่องการตรวจสอบโทรศัพท์ก็จะเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งจะแตกต่างจากของไทยที่กระบวนการทุกอย่างจะทำในชั้นจับกุม ส่วนเรื่องการแกะรอยบัญชีเฟสบุ๊คอวตาร์ที่ใช้ชื่อว่า “Rose Rose" ทักแชตข้อความหา น.ส.มีนา เพื่อจ้างหิ้วของนั้น เราอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับทางเมต้า (Facebook) เพื่อช่วยตรวจสอบผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เนื่องจากได้มีการปิด Account ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานความร่วมมือกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ประจำประเทศไทยอีกด้วย
นายคณิศร เปิดเผยอีกว่า ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการแกะรอยบัญชีเฟซบุ๊กอวตารที่ใช้ชื่อว่า “Rose Rose” ที่ทักแชตข้อความหา น.ส.มีนา เพื่อจ้างหิ้วของ โดยประสานความร่วมมือกับทางเมต้า (Facebook) เพื่อช่วยตรวจสอบผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เนื่องจากได้มีการปิดบัญชีไปแล้ว นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานความร่วมมือกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ประจำประเทศไทยอีกด้วย สำหรับข้อมูลเส้นทางการติดต่อระหว่าง "Rose Rose" กับ น.ส.มีนา พบว่า "Rose Rose" เป็นคนติดต่อเข้ามาว่าของถึงแล้ว ให้ถ่ายภาพส่งกลับไปให้ดู และผู้รับจะได้รับเงินเมื่อของถึงปลายทางแล้ว ป.ป.ส. ยังไม่ปักใจเชื่อว่า "Rose Rose" เป็นคนเดียวกัน เนื่องจากบัญชีเฟซบุ๊กมักเป็นอวตารที่สามารถเปลี่ยนได้ แต่เชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกัน
สำหรับการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกมุมตลอดเส้นทางแถวคอนโดมิเนียม น.ส.มีนา เพื่อดูว่าบุคคลที่นำกล่องพัสดุยาเสพติดมาส่งให้ น.ส.มีนา ยังคอนโดมิเนียมนั้น คือใคร ขับรถใดและทะเบียนใด มีเส้นทางเดินรถเข้า-ออก จากต้นทาง-ปลายทางจากไหนบ้าง นายคณิศรกล่าวว่าผลการตรวจเบื้องต้นพบว่าคนที่ขับรถนำพัสดุเป็นผู้ชายที่ใส่เสื้อฮู้ดสีเข้ม โดยได้มีการยกกล่องลังออกจากท้ายกระโปรงรถ และนำส่งกล่องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จดใส่สมุดรายงานว่าพัสดุดังกล่าวถูกนำส่งโดยพนักงานแกร็บ (Grab) ป.ป.ส. จึงยังไม่แน่ใจชัดเจนว่าชายรายนี้เป็นพนักงานขนส่งพัสดุของบริษัทดังกล่าวจริง ๆ หรือเป็นเพียงการแอบอ้างเท่านั้น เพราะจากกล้องวงจรปิดทะเบียนรถไม่ได้ชัดเจน และยังไม่มีการติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ มีเพียงรถเก๋งสีดำคันเล็กที่เป็นไปได้ว่าเป็นยี่ห้อโตโยต้า
นายคณิศร กล่าวต่อว่า ในทางการข่าว ป.ป.ส. ยังสืบสวนพบว่า มีลักษณะการซุกซ่อนยาเสพติดคล้ายกับกรณีของ น.ส.มีนา โดยเฉพาะเฮโรอีนที่ถูกดัดแปลงเป็นแผ่นบาง ๆ ซุกซ่อนแนบไปกับเสื้อผ้าหรือพรมเช็ดเท้า มาจากทางภาคอีสานของประเทศไทย หรือฝั่งลาว ก่อนจะเข้ามายังกรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อเตรียมส่งไปยังประเทศปลายทางที่สาม อย่างประเทศออสเตรเลีย และพบว่ามี 2 เครือข่ายหลักที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยมีแหล่งพักยาในกรุงเทพฯ ชั้นในและปริมณฑล ขณะที่ยาเสพติดปริมาณมากจะพักในพื้นที่รอบนอกที่มียานพาหนะขนส่งสินค้าจำนวนมาก เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพพื้นที่
สำหรับเบาะแสที่พบในห้องพักของ น.ส.มีนา ที่เป็นกล่องพัสดุดังกล่าว มีการระบุเพียงชื่อ-นามสกุลของ น.ส.มีนา เท่านั้น แต่ไม่มีชื่อ-นามสกุลของผู้ส่ง จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพัสดุยาเสพติดนี้ถูกส่งมาจากทางภาคเหนือหรือภาคอีสาน แต่ ป.ป.ส. กำลังสืบสวนเครือข่ายจากทางภาคอีสาน 2 เครือข่าย ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากพื้นที่ภาคอีสานตอนบนอยู่แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
นายคณิศร เปิดเผยอีกว่า กรณีที่เคยพบการใช้พัสดุเป็นกระเป๋าลายปักรูปช้างไทย สินค้า OTOP ของไทยซุกซ่อนยาเสพติดและนำส่งผ่านลูกเรือไปยังประเทศออสเตรเลียนั้น ก่อนหน้านี้มักจะเป็นผ้าอีกแบบหนึ่ง เช่น ผ้าชนเผ่า หรือพรมเช็ดเท้า เพียงแต่กรณีของ น.ส.มีนา ผ้าถูกดัดแปลงเป็นลายปักรูปช้างไทย ซึ่งลักษณะเนื้อผ้าสามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นงานฝีมือจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือคนไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ชัดว่าต้นตอยาเสพติดเฮโรอีนในคดีของ น.ส.มีนา จะมาจากทางภาคเหนือหรือภาคอีสาน เพราะพบเพียงกล่องพัสดุต้องสงสัยที่ถูกนำพาโดยชายใส่เสื้อฮู้ดสีเข้ม
นายคณิศร ย้ำว่า ในคดีของ น.ส.มีนา ป.ป.ส. ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกพยานหรือหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคลใด เพราะยังอยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบหาผู้ใช้บัญชี Facebook ตัวจริงของ Rose Rose




