คณะอนุฯ กลั่นกรอง ลงมติชง ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ตั้งไต่สวนอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด กรณีถูกร้องเรียนเรียกรับเงินจาก พล.ต.อ. อดีตรอง ผบ.ตร. พิจารณาเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ เผยเป็นรายเดียวกันกับแอบอัดคลิปคดี 'บิ๊กโจ๊ก'
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตคดีการเมือง การปกครอง2 มีมติให้ตั้งไต่สวนอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่ถูกร้องเรียนว่าเรียกรับเงินจาก พล.ต.อ. อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีการพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีคำสั่งให้พลตำรวจเอกรายนี้ออกจากราชการไว้ก่อน
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในกรณีเดียวกัน คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ที่มีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่มีการกล่าวหาว่า อดีตตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุดนำความลับและแอบอัดคลิปเสียงในการประชุมองค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดในการพิจารณาคดีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฟ้อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยนำความลับและคลิปเสียงที่แอบอัดไปให้กับอดีตนายตำรวจใหญ่รายหนึ่ง
“ตามข้อกล่าวหา อดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุดรายดังกล่าว ได้แอบอัดคลิปในการพิจารณาคดีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในช่วงที่ยังเป็นหนึ่งในองค์คณะที่พิจารณาคดีดังกล่าว แต่องค์คณะมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นตุลาการเสียงข้างมากที่เห็นว่า การที่ ผบ.ตร. ให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งระหว่างการประชุมหารือว่าจะนำคดีดังกล่าวเข้าที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองหรือไม่ ก็มีการแอบอัดคลิปในการประชุมหารือ และนำไปให้คู่ความ” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า คาดว่าจะมีการนำมติอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ที่เสนอให้ไต่สวนอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุดรายนี้เข้าที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อมีมติให้ตั้งไต่สวน อย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากเป็นคดีสำคัญเพราะผู้ถูกกล่าวหาเป็นอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด อาจจะใช้มาตรา 51 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า ในการไต่สวนเรื่องใดที่เป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง หรือเป็นกรณีมีการไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนเอง หรือจะแต่งตั้งกรรมการไม่น้อยกว่าสองคนและบุคคลอื่นเป็นคณะกรรมการไต่สวนก็ได้ คณะกรรมการไต่สวนตามวรรคหนึ่งมีอำนาจแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานไต่สวนหรือพนักงานไต่สวน และพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนในการดำเนินการตามหน้าที่ได้ตามที่เห็นสมควร
อย่างไรก็ดี การตั้งองค์คณะไต่สวนคดีนี้ของ ป.ป.ช. เป็นการไต่สวนคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยังต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน ถ้าพบว่ามีมูล จึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง จากนั้นจึงจะสรุปสำนวน ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลอีกครั้ง
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 51 ระบุว่า ในการไต่สวนเรื่องใดที่เป็นเรื่องสําคัญมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง หรือเป็นกรณี มีการไต่สวนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการไต่สวนเอง หรือจะแต่งตั้งกรรมการไม่น้อยกว่าสองคนและบุคคลอื่น เป็นคณะกรรมการไต่สวนก็ได้ การแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการในคณะกรรมการไต่สวนตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจแต่งตั้งจากหัวหน้าพนักงานไต่สวนหรือผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสี่ตามความเหมาะสมกับเรื่องที่ไต่สวนได้
อ่านข่าวประกอบ:
ก.ศป.ตั้งสอบ ‘ตุลาการศาล ปค.สูงสุด’ แอบอัดคลิปเสียงให้ ‘บิ๊กสีกากี’




