News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช. ชี้มูล ‘อดีตนายกเทศมนตรีธาตุพนม’ ปมทุจริตงบแข่งเรือยาวปี 65

ป.ป.ช. ชี้มูล ‘อดีตนายกเทศมนตรีธาตุพนม’ ปมทุจริตงบแข่งเรือยาวปี 65

9 ก.ค. 2569 11:06
ผู้ชม 141 คน

ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีตนายกเทศมนตรีตำบลธาตุพนม ปมสั่งบีบ ผอ.กองการศึกษาฯ โอนงบชักลาก-บำรุงเรือพร้อมสั่งปลอมเอกสารสวมสิทธิเบิกจ่าย ด้าน ผอ. รอด คดีไม่มีมูลให้ตกไป

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสรรชัย ธ.น.ตื้อ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และพวก ซึ่งคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทุจริตเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ค่าบำรุงเรือและค่าชักลากเรือ ในโครงการจัดงานประเพณีเทศกาลออกพรรษาไหลเรือไฟและแข่งเรือยาวประจำปี 2565 ของเทศบาลตำบลธาตุพนม 

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่า เมื่อปี 2565 เทศบาลตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ได้จัดโครงการจัดงานประเพณีเทศกาลออกพรรษาแข่งเรือยาว โดยกำหนดให้มีการแข่งขันเรือยาวระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม 2565 แบ่งเป็นประเภทเรือชายใหญ่ จำนวน 8 ลำ และเรือชายเล็ก จำนวน 12 ลำ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีงบประมาณเป็นเงินรางวัลจำนวน 130,000 บาท ค่าบำรุงเรือจำนวน 96,000 บาท และค่าชักลากเรือจำนวน 201,000 บาท 

ต่อมา นางสาววิลาวัณย์ หาไชยอินทร์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เทศบาลตำบลธาตุพนม ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ทำเรื่องยืมเงินและรับเงินยืมใน 3 รายการดังกล่าว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 427,000 บาท หลังจากนั้น นายสรรชัย ได้สั่งการให้นางสาววิลาวัณย์ โอนเงินค่าบำรุงเรือและค่าชักลากเรือ รวมเป็นเงิน 297,000 บาท ให้แก่ตน ซึ่งนางสาววิลาวัณย์ได้ทักท้วงแล้วว่า ผู้ยืมเงินจะต้องเป็นผู้จ่ายเงินเองและต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายมาส่งใช้เงินยืม แต่นายสรรชัยไม่ยินยอม นางสาววิลาวัณย์จึงโอนเงินค่าบำรุงเรือและค่าชักลากเรือรวม 297,000 บาท ให้แก่นายสรรชัยไป

ต่อมาเมื่อถึงกำหนดการแข่งขันเรือยาวระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม 2565 ปรากฏว่ามีเรือมาร่วมแข่งขันไม่ครบตามจำนวน โดยประเภทเรือชายใหญ่ไม่มา 3 ลำ และประเภทเรือชายเล็กไม่มา 5 ลำ ซึ่งตามระเบียบจะต้องนำงบประมาณในส่วนที่ไม่ได้ใช้จ่ายส่งคืนให้แก่เทศบาลตำบลธาตุพนม นางสาววิลาวัณย์จึงได้แจ้งให้นายสรรชัยคืนเงินในส่วนดังกล่าว แต่นายสรรชัยแจ้งกลับว่าจะนำเอกสารหลักฐานการลงชื่อเรือมาแสดงให้ครบถ้วน เพื่อจะได้ไม่ต้องคืนเงินส่วนที่เหลือ

ทั้งนี้ นางสาววิลาวัณย์ทราบว่าเอกสารใบสำคัญรับเงินไม่ถูกต้องตามจริง จึงได้รายงานข้อเท็จจริงเป็นหลักฐานตามบันทึก ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2565 เรื่อง เงินค่าชักลากและเงินค่าบำรุงทีมเรือโครงการประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระบุว่า นายสรรชัย ป็นผู้นำเงินค่าชักลากและเงินค่าบำรุงทีมเรือไปบริหารจัดการเอง และเอกสารของทีมเรือที่เข้าร่วมแข่งขันไม่ครบตามจำนวนที่ขอยืม และได้แจ้งให้นายสรรชัยส่งคืนเงินยืมที่ไม่ได้ใช้ แต่นายสรรชัยไม่ยอมส่งเงินคืน โดยกลับแจ้งว่าจะหาเอกสารมาให้ครบ และสั่งการให้นางสาววิลาวัณย์ ลงชื่อในเอกสารเพื่อส่งใช้เงินยืม 

อย่างไรก็ตาม ด้วยคำสั่งและความจำเป็น นางสาววิลาวัณย์จึงได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้จ่ายเงินเป็นหลักฐานการส่งใช้เงินยืม ตามบันทึกลงวันที่ 21 ตุลาคม 2565 จำนวน 427,000 บาท และนายสรรชัยได้ลงนามอนุมัติให้เบิกจ่าย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ซึ่งตามเอกสารดังกล่าว ผู้จัดการเรือที่มีรายชื่อรับเงินค่าบำรุงเรือและค่าชักลากเรือ จำนวน 6 ราย ไม่ได้นำเรือเข้าร่วมแข่งขัน ไม่ได้รับค่าบำรุงเรือและค่าชักลากเรือ และไม่ได้ลงชื่อรับเงินตามใบสำคัญรับเงิน รวม 14 ฉบับเป็นจำนวนเงิน 121,000 บาท แต่อย่างใด

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและมีมติว่า การกระทำของนายสรรชัย ธ.น.ตื้อ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 264 ประกอบมาตรา 84 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

ขณะที่การกระทำของนางสาววิลาวัณย์ หาไชยอินทร์ จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ดังนั้น จึงให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบต่อไป 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฯจำคุก 'ทรงชัย นกขมิ้น' 10 ปี คดีเสาไฟกินรี อนุญาตประกันตัว ติด EM
ศาลฯจำคุก 'ทรงชัย นกขมิ้น' 10 ปี คดีเสาไฟกินรี อนุญาตประกันตัว ติด EM