"...การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ปรากฏข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะมีการจัดสอบอย่างต่อเนื่องว่าเริ่มมีกระบวนการในการทุจริตการสอบ แม้เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารที่ขาดพยานหลักฐานสนับสนุนเพื่อพิสูจน์ความผิด แต่ถือเป็นข้อมูลในอันที่ต้องรับฟังและใช้ในการบริหารจัดการให้การสอบในครั้งนี้มีความสุจริต เที่ยงธรรม เสมอภาค โปร่งใส ยุติธรรม ..."
ประเด็นการสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 นั้น
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้ว ว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1744 / 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย
นายธีรตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นายพนมเทียน เส้งวั่น ผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นายปิยะ คังกัน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
โดยคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ มีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ เป็นประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ถ้าคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า กรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงผู้อื่น ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ภาพประกอบข่าว
ของจริง! เปิดคำสั่ง มท.สอบวินัยร้ายแรง อธิบดีสถ.-พวก คดีโกงสอบท้องถิ่น
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ข้าราชการทั้ง 5 ราย ข้างต้น พบว่ามีการระบุรายละเอียดพฤติการณ์แต่ละคนไว้ดังนี้

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล
@ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องที่นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาของบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ภายในกรม ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือบริหารราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ กำกับดูแลการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี คำสั่งของกระทรวงหรือทางราชการ หรือข้อสั่งการของรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี รวมทั้งมีหน้าที่ระงับยับยั้งการกระทำใด ๆ ของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่ขัดต่อกฎหมาย
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องบริหารจัดการการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในครั้งนี้ให้มีความสุจริต เที่ยงธรรม เสมอภาค โปร่งใส ยุติธรรม ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของตน
โดยการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ปรากฏข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะมีการจัดสอบอย่างต่อเนื่องว่าเริ่มมีกระบวนการในการทุจริตการสอบ แม้เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารที่ขาดพยานหลักฐานสนับสนุนเพื่อพิสูจน์ความผิด แต่ถือเป็นข้อมูลในอันที่ต้องรับฟังและใช้ในการบริหารจัดการให้การสอบในครั้งนี้มีความสุจริต เที่ยงธรรม เสมอภาค โปร่งใส ยุติธรรม
ประกอบกับการสอบครั้งใหญ่ เกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า การทุจริตการสอบได้เกิดขึ้นในขั้นตอนภายหลังการสอบแล้วเสร็จ และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการใช้อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีอยู่ในบริหารจัดการ เพื่อดำเนินการตรวจสอบในขั้นตอนที่อยู่ในห้วงที่ตนเองดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเหตุให้เกิดการทุจริต โดยมีการสรุปผลคะแนนที่ไม่ตรงกันกับคะแนนที่ผู้เข้าสอบทำได้จริง
จากพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในระบบการสรรหาบุคลากรภาครัฐและเสียหายแก่กระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง
สรุปพฤติการณ์ : ละเลยการใช้อำนาจหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบการจัดสอบ ทั้งที่มีข้อมูลความเสี่ยงการทุจริต ส่งผลให้เกิดการแก้ไขผลคะแนนสอบและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบสรรหาข้าราชการท้องถิ่น

นายธนนท์ พรรพีภาส
@ นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องที่นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่กำกับดูแลงานด้านบริหารงานบุคคลและกำกับดูแลกองบุคคลท้องถิ่น และในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยนายธนนท์ พรรพีภาส ได้ให้ข้อมูลรับว่าในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาผลการตรวจกระดาษคำตอบและประมวลผลรายชื่อสอบ สำหรับนำไปประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาคความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) ทั้งใน 8 ศูนย์สอบแรก และ 2 ศูนย์สอบภาคใต้ นั้น
ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้สอบถาม ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ ว่าเป็นข้อมูลการประมวลผลสอบที่ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงมีมติให้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) ต่อไป
แต่เนื่องจากการสอบในครั้งนี้เป็นการสอบแข่งขันที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการเอง และเป็นการสอบครั้งสำคัญ มีเจตนารมณ์เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม และตรวจสอบได้ (ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ตลอดจนประชาชนและสังคมให้ความสนใจ และมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยติดตามการดำเนินการมาโดยตลอด รวมทั้งมีข่าวต่อเนื่องมาโดยตลอดว่ามีการเริ่มกระบวนการทุจริต
ดังนั้น การประกาศผลสอบเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด ที่จะยืนยันสิทธิประโยชน์ของผู้เข้าสอบ นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบสูงสุด ทั้งต้องดำเนินการตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่
เมื่อปรากฏว่า นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบในรูปแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปดำเนินการเปรียบเทียบสอบทานกับกระดาษคำตอบในรูปแบบที่เป็นเอกสารที่แท้จริง
กลับใช้คำยืนยันของ ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้าง แล้วเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลการสอบไม่ถูกต้องและมีการทุจริตแก้ไขคะแนนการที่นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) อาศัยเพียงการสอบถาม ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้างในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ทั้งสองครั้งข้างต้น โดยไม่ได้ตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องหรือไม่
จากพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของนายธนนท์ พรรพีภาส เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในระบบการสรรหาบุคลากรภาครัฐและเสียหายแก่กระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง
สรุปพฤติการณ์ : ละเลยการตรวจสอบความถูกต้องของผลสอบก่อนเสนอประกาศผล โดยอาศัยเพียงคำยืนยันจากผู้รับจ้าง ส่งผลให้มีการประกาศผลสอบที่ภายหลังพบว่ามีการทุจริตแก้ไขคะแนน กระทบต่อระบบคุณธรรมและความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการอย่างร้ายแรง

นายพนมเทียน เส้งวั่น
@ นายพนมเทียน เส้งวั่น ผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องที่นายพนมเทียน เส้งวั่น ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 จนถึงปัจจุบัน มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล การกำหนดแนวทาง จัดทำและปรับปรุงมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ปฏิบัติงานเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ให้คำปรึกษาแนะนำ และติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนประวัติและการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาท้องถิ่น ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย และงานอื่น ๆ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย และในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ตามคำสั่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ 354/2567 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2567
รวมทั้งในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ให้เป็นผู้ถืออุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ซึ่งบรรจุไฟล์ข้อมูลคะแนนกระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบ รวมทั้งเป็นผู้รับและเก็บอุปกรณ์ดังกล่าว
โดยนายพนมเทียน เส้งวั่น ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้าง ดำเนินการสอบและตรวจข้อสอบ ภาค ก และภาค ข แล้วเสร็จ ได้มีการส่งมอบอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ซึ่งบรรจุไฟล์ข้อมูลคะแนนกระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบ ในการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ซึ่งเป็นคะแนนดิบ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้รับและเก็บรักษาอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ดังกล่าวไว้ที่ตู้นิรภัยภายในห้องทำงานอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยตู้นิรภัยดังกล่าวมีกุญแจเพียงดอกเดียว และตนเป็นผู้เก็บรักษาไว้ โดยตนได้เคยเปิดตู้นิรภัยดังกล่าวเพียงเพื่อนำอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) มาตรวจสอบว่ามีข้อมูลครบถ้วนตามที่กำหนดในขอบเขตของงาน (TOR) หรือไม่
ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วปรากฏว่า การเข้าถึงข้อมูลภายในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ดังกล่าว ไม่ได้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการเข้ารหัสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ในห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีประตู ล็อค 2 ชั้นก็ตาม แต่หากบุคคลใดได้อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ดังกล่าวไป ก็สามารถเปิดอ่านและเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลได้ เนื่องจากไม่มีการเข้ารหัสการรักษาความปลอดภัยข้อมูลแต่อย่างใด
ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตแก้ไขคะแนน ซึ่งมีการดำเนินการโดยใช้ฐานข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ซึ่งอยู่ในความครอบครอง ควบคุม ดูแลรักษาของนายพนมเทียน เส้งวั่น โดยที่นายพนมเทียน เส้งวั่น ไม่สามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงให้เห็นได้ว่ามีบุคคลอื่นใดนอกเหนือจากตนเองในฐานะผู้รับผิดชอบที่สามารถเข้าถึงไฟล์ข้อมูลคะแนนกระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบที่อยู่ในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) และอยู่ในความครอบครองของตน ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าข้อมูลดังกล่าวได้รั่วไหลหรือเปิดเผยไปยังบุคคลภายนอกและมีการใช้ข้อมูลในการแก้ไขคะแนน ย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเหตุดังกล่าว
นอกจากที่กล่าวมา นายพนมเทียน เส้งวั่น ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงย่อมมีหน้าที่เช่นเดียวกับนายธนนท์ พรรพีภาส ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่ อย่างไร
แต่กรณีนี้ไม่ปรากฏว่า นายพนมเทียน เส้งวั่น ได้เสนอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือผู้บังคับบัญชาตรวจสอบคะแนนในกระดาษคำตอบว่าถูกต้องตรงกันกับรายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ตามที่ ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ เสนอหรือไม่ เป็นเหตุให้เกิดการทุจริตในการสอบดังกล่าว พฤติการณ์และการกระทำของนายพนมเทียน เส้งวั่น ทำให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง
สรุปพฤติการณ์ : ในฐานะผู้รับผิดชอบเก็บรักษา Flash Drive ที่บรรจุข้อมูลคะแนนสอบ ถูกกล่าวหาว่าบกพร่องอย่างร้ายแรงในการควบคุมข้อมูลจนถูกนำไปใช้แก้ไขคะแนนสอบ และละเลยการตรวจสอบความถูกต้องของผลสอบจนเกิดความเสียหายต่อระบบการสอบแข่งขันของท้องถิ่น

นายปิยะ คังกัน
@ นายปิยะ คังกัน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลท้องถิ่น (นักทรัพยากรบุคคลเชี่ยวชาญ) กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องที่นายปิยะ คังกัน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแนะนำ และติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย และงานอื่น ๆ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย และปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ตามคำสั่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ 354/2567 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2567
ดังนั้น ด้วยเหตุที่นายปิยะ คังกัน เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงย่อมมีหน้าที่เช่นเดียวกับนายธนนท์ พรรพีภาส ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่ อย่างไร
แต่กรณีนี้ไม่ปรากฏว่า นายปิยะ คังกัน ได้เสนอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือผู้บังคับบัญชาตรวจสอบคะแนนในกระดาษคำตอบว่าถูกต้องตรงกันกับรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และ ภาค ข ตามที่ ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ เสนอหรือไม่ เป็นเหตุให้เกิดการทุจริตในการสอบดังกล่าว พฤติการณ์และการกระทำของนายปิยะ คังกัน เป็นเหตุให้เสียหายแก่ระบบสรรหาบุคลากรภาครัฐและกระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง
สรุปพฤติการณ์ : ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ กสถ. ถูกกล่าวหาว่าละเลยการเสนอให้ตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนสอบและผลสอบ จนเป็นเหตุให้เกิดการทุจริตและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบสรรหาข้าราชการท้องถิ่นและความเชื่อมั่นของประชาชน

นางสาวบุรณี แพรโรจน์
@ นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน (นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ) กลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในเรื่องที่นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดสอบและสรรหาบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นผู้ประสานข้อมูลระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้าง โดยข้อเท็จจริงปรากฏชื่อนางสาวบุรณี แพรโรจน์ ในไฟล์แก้ไขก่อนที่จะจัดส่งไปประกาศอย่างเป็นทางการในระบบสารสนเทศ แม้นางสาวบุรณี แพรโรจน์ จะให้ข้อมูลปฏิเสธ แต่ไม่ได้มีการนำสืบว่าไม่ได้เป็นผู้สร้างไฟล์คำตอบหรือไฟล์ประกาศผลการสอบดังกล่าว
อีกทั้ง ไม่ปรากฏว่านางสาวบุรณี แพรรโรจน์ ได้เสนอให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาสอบทานภาพถ่ายกระดาษคำตอบว่ามีคะแนนตรงกันกับประมวลผลคะแนนสอบและรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาคความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) ตามที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้างส่งมาหรือไม่ ด้วยเหตุที่ไม่ได้มีการสอบทานดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดการทุจริตในครั้งนี้
นอกจากนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า นางสาวบุรณี แพรโรจน์ เป็นผู้ครอบครองไฟล์ประมวลผลสอบชุดเก่า ไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก และ ภาค ข ไฟล์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค และไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งการจัดการไฟล์ข้อมูลการสอบดังกล่าวเน้นการให้มีความรัดกุมและความปลอดภัยเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล แต่นางสาวบุรณี แพรโรจน์ กลับปล่อยปละละเลยให้มีบุคคลอื่นเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนที่มีไฟล์ข้อมูลการสอบอยู่ ทั้งยังมีการแก้ไข
ข้อมูลการสอบดังกล่าวในเครื่องคอมพิวเตอร์หลายครั้งโดยไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำได้ พฤติการณ์และการกระทำของนางสาวบุรณี แพรโรจน์ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ระบบสรรหาบุคลากรภาครัฐและกระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง
สรุปพฤติการณ์ : ถูกกล่าวหาว่าบกพร่องในการควบคุมและรักษาความปลอดภัยไฟล์ข้อมูลการสอบ ไม่ตรวจสอบความถูกต้องของผลสอบ และปล่อยให้มีการเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลจนเป็นเหตุให้เกิดการทุจริตและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบสรรหาข้าราชการท้องถิ่น
................................
ทั้งหมดนี้ คือ รายละเอียดพฤติการณ์ของ ข้าราชการทั้ง 5 ราย ที่ระบุไว้ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงคดีนี้ ซึ่งปัจจุบันการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 ราย ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
อย่างไรก็ดี ในคำสั่งฉบับนี้ ได้มีการระบุชื่อคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาไว้ด้วย ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
1. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ เป็นประธานกรรมการ
2. นายอัธยา นวลอุทัย เป็นกรรมการ
3. นายประวิตร พานชูวงศ์ เป็นกรรมการ
4. นายเอนก อาสิมัน เป็นกรรมการ
5. นายไพรัตน์ ทรัพย์อนันต์ เป็นกรรมการ
6. นายยุทธชัย เครือแก้ว เป็นกรรมการ
7. นายธีระวัฒน์ พลโลก เป็นกรรมการและเลขานุการ
8. นายพงศธร แก้วเอี่ยม เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
9. นางสาวปุญศรินย์ ปะนะภูเต เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นายอัธยา นวลอุทัย
เมื่อพิจารณาข้อมูลรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนข้างต้น แล้ว พบว่า นายอัธยา นวลอุทัย ก็ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการ ทางคดีอาญา ในส่วนของ ป.ป.ช.ด้วย ในฐานะผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการกลางการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ)
การออกคำสั่งแต่งตั้ง นายอัธยา นวลอุทัย รวมเป็นคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย คดีนี้ด้วย ถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่
คงต้องรอให้ทางกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงต่อสาธารณชนเป็นทางการอีกครั้ง
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




