ป.ป.ช. ฟันอดีต ผอ.ศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดฯ สุราษฎร์ฯ-ชุมพร พร้อม จนท.รัฐ-กลุ่มผู้ขอออกโฉนด รวม 13 ราย กรณีสมคบกันออกโฉนดที่ดินในเขตป่าชายเลน จ.ชุมพร รวม 29 แปลง มูลค่าความเสียหายร้ายแรง ส่งเรื่อง อสส.ดำเนินคดีอาญา-ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย พร้อมสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินทันที
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกเอกสารข่าวแจกกรณี ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนางประทีป ชูชาติ อดีตผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี – ชุมพร กับพวก ประกอบด้วย นางปราณี อู่เจริญ, นายปัญญา สมใจหมาย, นางจิราวัลย์ ชูภู่ และนายเทียนชัย กันณะ เจ้าหน้าที่รัฐในสังกัดกรมที่ดิน ร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเลขที่ 33479 – 33507 รวม 29 แปลง ในตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนโดยมิชอบ นอกจากนี้ ยังชี้มูลนายปิ่น จันทร์สถิตย์ ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้ขอออกโฉนดที่ดินอีก 8 ราย ฐานสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 กรมที่ดินได้ดำเนินโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ โดยจังหวัดชุมพรได้ประกาศกำหนดท้องที่ทำการเดินสำรวจรังวัดระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2549 ถึง 30 กันยายน 2550 ต่อมา นางประทีป ชูชาติ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดฯ และได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกโฉนดที่ดินจำนวน 29 แปลงดังกล่าว ทั้งที่ผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของสำนักเทคโนโลยีทำแผนที่ กรมที่ดิน พบว่าพื้นที่ทั้งหมดของแปลงที่ดินในปี พ.ศ. 2518 เป็นป่าบึงหรือป่าพรุ (F105) ไม่มีการทำประโยชน์ใดๆ
การตรวจสอบจากสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 12 (สวี ชุมพร) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยืนยันว่าที่ดินที่ออกโฉนดมีส่วนคาบเกี่ยวกับเขตป่าชายเลน 1 แปลง และอยู่ในเขตป่าชายเลนถึง 28 แปลง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังในปี พ.ศ. 2498, พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2538 ล้วนแสดงให้เห็นว่าที่ดินดังกล่าวไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์และมีสภาพเป็นป่าชายเลนเต็มทั้งแปลง ซึ่งหมายความว่าที่ดินนี้มิได้มีการครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมาก่อนที่จะถูกกำหนดเป็นเขตป่าชายเลน และต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537)
นอกจากนี้ กระบวนการออกโฉนดที่ดินยังไม่ปรากฏว่าได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและหยุดยั้งการบุกรุกที่ดินในเขตป่าชายเลน กลุ่มผู้ขอออกโฉนดที่ดินซึ่งได้แก่ นายอภิศักดิ์ ช่วยเพชร, นายธวัช ฉายตั้น, นางกัลญา พิลึก, นายกังวาน ตันติธนานนท์, นางสาวชัชฎาพร หรือฐิณัฏฐ์ชญา สุวรรณปฎิมา, นายวินัย เจริญศิลป์, นายวีระชัย ฉัตรตระกูล และนายสมดี ศรีสวัสดิ์ ได้นำใบไต่สวนที่ระบุว่าได้ก่นสร้างด้วยตนเองมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2510 มายื่นขอออกโฉนด ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศอย่างชัดเจน โดยมีนายปิ่น จันทร์สถิตย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำจืด ทำหน้าที่นำเจ้าหน้าที่เดินสำรวจรังวัดและนำชี้แนวเขต พร้อมลงนามรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวว่าเป็นที่สวนปลูกปาล์มน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเขตป่าชายเลน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อที่ดินของรัฐ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางประทีป ชูชาติ กับพวกเจ้าหน้าที่รัฐ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนนายปิ่น จันทร์สถิตย์ มีมูลความผิดทางอาญาฐานสนับสนุนการกระทำผิด และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ในขณะที่กลุ่มผู้ขอออกโฉนดที่ดินมีมูลความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำหรับนายปิ่น จันทร์สถิต และนายกังวาน ตันติธนานนท์ ได้ถึงแก่ความตายแล้ว จึงให้จำหน่ายคดีอาญาออกจากสารบบ ป.ป.ช. ได้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป นอกจากนี้ ยังขอให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 29 แปลง รวมถึงโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์แปลงอื่นที่ออกในเขตป่าชายเลนในพื้นที่ดังกล่าวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงแจ้งกรมที่ดินให้พิจารณาดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 อีกด้วย




