ผบ.ตร. เร่งสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เตรียมส่งสรุปถึงรองนายกฯ "ปกรณ์" จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม 11 คน พบ 9 คนเป็น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น-2 พนักงานเอกชนโยง เหตุค้นบ้านพักนนทบุรี เผยคืบหน้ารวบรวมข้อเท็จจริงแล้ว 70%
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะทำงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.),กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบรายละเอียดข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน และเส้นทางการเงินในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นให้รัดกุม โดยพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามกำลังพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 11 คน ซึ่งถูกพบอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ในวันที่มีการตรวจค้น
โดยแหล่งข่าวระบุว่า ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 คน และพนักงานบริษัทเอกชน 2 คน
ทั้งนี้ การประชุมมีขึ้นเพื่อเตรียมส่งมอบรายละเอียดสรุปให้กับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้ เพื่อประกอบสำนวนคดีของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต (ป.ป.ช.) ภายใน 30 วัน พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 6 ในฐานะโฆษกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เปิดเผยภายหลังการประชุมครั้งที่ 3 ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเร่งจัดทำรายงานเสนอต่อ นายปกรณ์ ภายในสัปดาห์นี้
พ.ต.อ.อุเทน กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่เป็นการตรวจสอบภาพรวมของกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การรับสมัคร การเตรียมการสอบ การจัดสอบ ระหว่างการสอบ การตรวจข้อสอบ การประกาศผล ตลอดจนกระบวนการเรียกบรรจุ เพื่อค้นหาว่าขั้นตอนใดมีช่องว่างหรือควรได้รับการปรับปรุง และกำหนดให้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการสอบแข่งขันของภาครัฐในอนาคต เบื้องต้น ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการตรวจสอบมากกว่า 30 ประเด็น โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ขั้นตอนก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ พร้อมมอบหมายให้คณะทำงานรวบรวมข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบในแต่ละประเด็น ก่อนนำมาสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
พ.ต.อ.อุเทน ย้ำว่า การทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แยกออกจากการดำเนินคดีอาญาอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ไม่ได้พิจารณาเรื่องการออกหมายเรียก การแจ้งข้อกล่าวหา หรือการดำเนินคดีกับบุคคลใด แต่มีหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในภาพรวม เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของคณะกรรมการอาจเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีอาญา หากพบข้อเท็จจริงหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
ปัจจุบัน คณะทำงานได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้ามาให้ข้อมูลแล้ว 7 ปาก ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการรับสมัครและสอบแข่งขัน ทำให้การรวบรวมข้อเท็จจริงมีความคืบหน้ากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้ คณะทำงานแต่ละชุดจะนำข้อมูลที่ได้รับไปศึกษาเพิ่มเติม จัดทำความเห็นในแต่ละประเด็น ก่อนรวบรวมเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่และ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความโปร่งใส รัดกุม และป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต




