"...ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้บริหารรายหนึ่งของ มศว ได้เข้าให้ปากคำกับทางป.ป.ช.ไปแล้ว พร้อมขอกันตัวเองเป็นพยานในคดีด้วย โดยข้อมูลสำคัญที่ผู้บริหารรายนี้ ให้ต่อ ป.ป.ช. มีการระบุชื่อ "ตัวละคร" ใหม่ ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ ในกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจมากกว่า ระดับอธิบดีด้วย ในบรรดารายชื่อผู้เกี่ยวข้อง คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ ..."
นอกจาก จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือ ดร.เอ , นายวิน ธนพชรโภคิน หรือนายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน หรือ "จ๋า" น้องสาวของ ดร.วิน ที่ถูกควบคุมตัว อยู่ระหว่างการควบคุมตัวในเรือนจำ แล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีกระแสข่าวว่า ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีช้อมูลชัดเจน ว่า ใครจะเป็นผู้ถูกออกหมายจับรายต่อไป
ขณะที่ในส่วนการสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีการเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำไปแล้วหลายคน ผู้ถูกกล่าวหาคนสำคัญก็มีการเข้าให้ปากคำ พร้อมขอกันตัวเป็นพยานในคดีนี้
อย่างไรก็ดี ผู้เกี่ยวข้องรายหนึ่ง ที่ถูกคาดหมายว่า ป.ป.ช. จะต้องมีการเชิญตัวเข้าให้ปากคำ อย่างแน่นอน คือ ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

ภาพประกอบรายงาน
เพราะ
ประการหนึ่ง.
ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ปรากฏชื่ออยู่กลุ่มผู้ถูกล่าวหา ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบประกาศผลสอบ จำนวน 22 ราย ของสำนักงาน ป.ป.ช.
ประการสอง.
ในการจัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ประจำปี 2568 นั้น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นคู่สัญญากับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในการจัดสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ครอบคลุมตั้งแต่การออกข้อสอบ จัดพิมพ์ ขนส่ง จัดหาสถานที่สอบ ประมวลผลคะแนน และเก็บรักษากระดาษคำตอบ ขณะที่ ดร.เรืองเดช เป็นผู้ลงนามในสัญญาว่าจ้าง มศว จัดแข่งขันสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 กับ สถ.ด้วย
ก่อนหน้านี้ ทาง มศว ได้ยืนยันกับกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นซองประมูลราคาไปจนถึงการเซ็นสัญญา
ขณะที่ ดร.เรืองเดช เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ให้การกับทาง กมธ.ป.ป.ช. ไปหมดแล้ว และปัจจุบันหมดวาระในการดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา แล้ว
ประการสาม.
ในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1744 / 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย นายธีรตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพนมเทียน เส้งวั่น ผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายปิยะ คังกัน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ข้อกล่าวหา ของผู้ถูกกล่าวหาหลายราย มีการกล่าวอ้างถึง ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ไว้ด้วย ดังนี้
กรณี นายธนนท์ พรรพีภาส
มีการกล่าวอ้างถึง ดร.เรืองเดชในฐานะผู้รับจ้างจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นผู้ให้คำยืนยันต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ว่าข้อมูลการประมวลผลสอบมีความถูกต้อง ก่อนที่คณะกรรมการจะมีมติประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค ต่อมาเมื่อภายหลังพบว่าผลสอบไม่ถูกต้องและมีการทุจริตแก้ไขคะแนน นายธนนท์ จึงถูกกล่าวหาในฐานะเลขานุการ กสถ. ละเลยการตรวจสอบผลคะแนนด้วยตนเอง โดยอาศัยเพียงคำยืนยันของ ผศ.ดร.เรืองเดช แทนการตรวจสอบข้อมูลจากกระดาษคำตอบและหลักฐานต้นฉบับ
"...ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้สอบถาม ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ ว่าเป็นข้อมูลการประมวลผลสอบที่ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงมีมติให้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) ต่อไป แต่เนื่องจากการสอบในครั้งนี้เป็นการสอบแข่งขันที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการเอง และเป็นการสอบครั้งสำคัญ มีเจตนารมณ์เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม และตรวจสอบได้ (ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ตลอดจนประชาชนและสังคมให้ความสนใจ และมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยติดตามการดำเนินการมาโดยตลอด รวมทั้งมีข่าวต่อเนื่องมาโดยตลอดว่ามีการเริ่มกระบวนการทุจริต
ดังนั้น การประกาศผลสอบเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด ที่จะยืนยันสิทธิประโยชน์ของผู้เข้าสอบ นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบสูงสุด ทั้งต้องดำเนินการตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่ เมื่อปรากฏว่า นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบในรูปแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปดำเนินการเปรียบเทียบสอบทานกับกระดาษคำตอบในรูปแบบที่เป็นเอกสารที่แท้จริง กลับใช้คำยืนยันของ ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้าง แล้วเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลการสอบไม่ถูกต้องและมีการทุจริตแก้ไขคะแนนการที่นายธนนท์ พรรพีภาส ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) อาศัยเพียงการสอบถาม ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้างในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ทั้งสองครั้งข้างต้น โดยไม่ได้ตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องหรือไม่
จากพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของนายธนนท์ พรรพีภาส เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในระบบการสรรหาบุคลากรภาครัฐและเสียหายแก่กระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง...."
กรณี นายพนมเทียน เส้งวั่น
มีการกล่าวอ้างถึง ดร.เรืองเดช ในฐานะผู้รับจ้างจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นผู้จัดทำและส่งมอบข้อมูลผลการสอบ โดยระบุว่า นายพนมเทียนในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ควรตรวจสอบว่าคะแนนในกระดาษคำตอบมีความถูกต้องและตรงกับรายชื่อผู้สอบผ่านตามข้อมูลที่ ผศ.ดร.เรืองเดชเสนอ ก่อนนำผลสอบไปใช้ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการตรวจสอบดังกล่าว จนเกิดการทุจริตในการแก้ไขคะแนนสอบ
"......ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ให้เป็นผู้ถืออุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ซึ่งบรรจุไฟล์ข้อมูลคะแนนกระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบ รวมทั้งเป็นผู้รับและเก็บอุปกรณ์ดังกล่าว
โดยนายพนมเทียน เส้งวั่น ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้รับจ้าง ดำเนินการสอบและตรวจข้อสอบ ภาค ก และภาค ข แล้วเสร็จ ได้มีการส่งมอบอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ซึ่งบรรจุไฟล์ข้อมูลคะแนนกระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบ ในการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ซึ่งเป็นคะแนนดิบ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้รับและเก็บรักษาอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ดังกล่าวไว้ที่ตู้นิรภัยภายในห้องทำงานอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยตู้นิรภัยดังกล่าวมีกุญแจเพียงดอกเดียว และตนเป็นผู้เก็บรักษาไว้ โดยตนได้เคยเปิดตู้นิรภัยดังกล่าวเพียงเพื่อนำอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) มาตรวจสอบว่ามีข้อมูลครบถ้วนตามที่กำหนดในขอบเขตของงาน (TOR) หรือไม่ ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วปรากฏว่า การเข้าถึงข้อมูลภายในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ดังกล่าว ไม่ได้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการเข้ารหัสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ในห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีประตู ล็อค 2 ชั้นก็ตาม แต่หากบุคคลใดได้อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ดังกล่าวไป ก็สามารถเปิดอ่านและเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลได้ เนื่องจากไม่มีการเข้ารหัสการรักษาความปลอดภัยข้อมูลแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตแก้ไขคะแนน ซึ่งมีการดำเนินการโดยใช้ฐานข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) ซึ่งอยู่ในความครอบครอง ควบคุม ดูแลรักษาของนายพนมเทียน เส้งวั่น
โดยที่นายพนมเทียน เส้งวั่น ไม่สามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงให้เห็นได้ว่ามีบุคคลอื่นใดนอกเหนือจากตนเองในฐานะผู้รับผิดชอบที่สามารถเข้าถึงไฟล์ข้อมูลคะแนนกระดาษคำตอบ และไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบที่อยู่ในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) และอยู่ในความครอบครองของตน ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าข้อมูลดังกล่าวได้รั่วไหลหรือเปิดเผยไปยังบุคคลภายนอกและมีการใช้ข้อมูลในการแก้ไขคะแนน ย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเหตุดังกล่าว
นอกจากที่กล่าวมา นายพนมเทียน เส้งวั่น ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงย่อมมีหน้าที่เช่นเดียวกับนายธนนท์ พรรพีภาส ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่ อย่างไร
แต่กรณีนี้ไม่ปรากฏว่า นายพนมเทียน เส้งวั่น ได้เสนอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือผู้บังคับบัญชาตรวจสอบคะแนนในกระดาษคำตอบว่าถูกต้องตรงกันกับรายชื่อผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ตามที่ ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ เสนอหรือไม่ เป็นเหตุให้เกิดการทุจริตในการสอบดังกล่าว
พฤติการณ์และการกระทำของนายพนมเทียน เส้งวั่น ทำให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง..."
กรณี นายปิยะ คังกัน
มีการกล่าวอ้างถึง ดร.เรืองเดช ในฐานะผู้เสนอข้อมูลผลคะแนนและรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และภาค ข โดยระบุว่า นายปิยะในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ควรเสนอให้คณะกรรมการหรือผู้บังคับบัญชาตรวจสอบว่าคะแนนในกระดาษคำตอบมีความถูกต้องและตรงกับข้อมูลที่ ดร.เรืองเดชเสนอ ก่อนดำเนินการประกาศผลสอบ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการตรวจสอบดังกล่าว จนเป็นเหตุให้เกิดการทุจริตในการสอบ
".....ด้วยเหตุที่นายปิยะ คังกัน เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จึงย่อมมีหน้าที่เช่นเดียวกับนายธนนท์ พรรพีภาส ที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบผลการให้คะแนนว่าถูกต้องแท้จริงหรือไม่ อย่างไร
แต่กรณีนี้ไม่ปรากฏว่า นายปิยะ คังกัน ได้เสนอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือผู้บังคับบัญชาตรวจสอบคะแนนในกระดาษคำตอบว่าถูกต้องตรงกันกับรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก และ ภาค ข ตามที่ ผศ.ดร. เรืองเดช ศิริกิจ เสนอหรือไม่ เป็นเหตุให้เกิดการทุจริตในการสอบดังกล่าว
พฤติการณ์และการกระทำของนายปิยะ คังกัน เป็นเหตุให้เสียหายแก่ระบบสรรหาบุคลากรภาครัฐและกระทรวงมหาดไทย กระทบต่อการผดุงไว้ซึ่งระบบคุณธรรมในการสรรหาบุคคลในการเข้ารับราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง ..."

ภาพประกอบรายงาน
ชัดๆ พฤติการณ์ อธิบดีสถ.-พวก 4 คน มท.สอบวินัยร้ายแรงคดีโกงสอบท้องถิ่น
จากข้อมูลข้างต้นทั้งหมด จะเห็นได้ว่า ดร.เรืองเดช ศิริกิจ เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญและถูกหลายฝ่ายกล่าวอ้างถึงในกระบวนการจัดสอบแข่งขันบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ในด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก จึงเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองว่า ป.ป.ช. น่าจะต้องเชิญเข้าให้ข้อมูล เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ในจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างหน่วยงานผู้จัดสอบ (มศว.) กับคณะกรรมการกำกับการสอบของภาครัฐ ทั้งในส่วนของการรับรองความถูกต้องของผลคะแนน การส่งมอบข้อมูลสอบ และการควบคุมกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลคะแนน
ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้บริหารรายหนึ่งของ มศว ได้เข้าให้ปากคำกับทางป.ป.ช.ไปแล้ว พร้อมขอกันตัวเองเป็นพยานในคดีด้วย
โดยข้อมูลสำคัญที่ผู้บริหารรายนี้ ให้ต่อ ป.ป.ช. มีการระบุชื่อ "ตัวละคร" ใหม่ ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ ในกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจมากกว่า ระดับอธิบดีด้วย
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "ตัวละคร" ใหม่นี้ เป็นอย่างไร
จริงเท็จแค่ไหน? อีกไม่นานสาธารณชน น่าจะได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกัน
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




