ม.ศิลปากรอุทธรณ์ สสว.ข้องใจผลคัดเลือกโครงการช่วยเอสเอ็มอี เข้าสู่ตลาด e-Commerce วงเงิน 495 ล้าน ขอให้ชะลอลงนามสัญญากับม.มหิดล แถมอาจารย์สาวยังถูกข่มขู่ให้ถอนอุทธรณ์
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการคัดเลือกโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ประจำปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงิน 495 ล้านบาท ซึ่ง สสว.ประกาศผลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณาไม่เป็นธรรม และไม่โปร่งใส เนื่องจาก สสว.ใช้วิธีการจัดหาผู้ดำเนินโครงการ ภายใต้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของ สสว. แทนการใช้ระบบ e-bidding ของกรมบัญชีกลาง จึงมีการตั้งคำถามว่าเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันอย่างกว้างขวางและมีความโปร่งใสเพียงใด
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ เงื่อนไขในเอกสารกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ที่ระบุว่าผู้เสนอราคาจะต้องมีระบบหรือแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งได้แล้วก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คุณสมบัติดังกล่าวอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานที่มีศักยภาพบางส่วนไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ อกทั้ง ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประเมินผล เนื่องจากลักษณะงานจำนวนมากเป็นกิจกรรมด้านการประชาสัมพันธ์การจัดงาน การว่าจ้างผู้มีชื่อเสียง หรือ Influencer และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ซึ่งผลการประเมินจำเป็นต้องอาศัยการให้คะแนนเชิงคุณภาพและดุลพินิจของคณะกรรมการเป็นสำคัญ ส่งผลให้มีข้อเรียกร้องให้เปิดเผยหลักเกณฑ์และผลคะแนนอย่างละเอียด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการพิจารณา
ต่อมา ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอทราบผลคะแนนและขออุทธรณ์ผลการประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce
โดยอ้างถึง 1.ประกาศสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เรื่อง เชิญชวนหน่วยงานที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 ฉบับลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
2.ประกาศสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เรื่อง ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 ฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
เนื้อหาในหนังสือระบุว่า ตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มีประกาศเชิญชวนให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 ซึ่งมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ยื่นข้อเสนอโครงการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาโดยครบถ้วนแล้ว และต่อมา สสว. ได้มีประกาศตามที่อ้างถึง 2 ให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานในโครงการดังกล่าว ความละเอียดทราบแล้วนั้น
เนื่องจากมหาวิทยาลัยศิลปากรไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาดังกล่าว จึงขออุทธรณ์ผลการคัดเลือกด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้
1.หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นเอกสารแนบท้ายหนังสือที่อ้างถึง 1 ได้กำหนดค่าถ่วงน้ำหนักในการให้คะแนนไว้ และในหมายเหตุท้ายเอกสารดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 80 % ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ประเมินจากเอกสารข้อเสนอโครงการและการนำเสนอโครงการของมหาวิทยาลัยต่อสำนักงานแล้ว เห็นว่า ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกประการ เช่น กรณีตามข้อ 1 ประสบการณ์ของหน่วยงาน (15%) รายละเอียดกำหนดเพียงว่า นำส่งผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยต้องนำเสนอผลงานไม่เกิน 4 ผลงาน และงบประมาณรวมของผลงานที่นำเสนอทั้งหมดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ของวงเงินงบประมาณที่ขอรับการอุดหนุน และนำส่งหลักฐานแสดงความพร้อมของเครือข่ายพันธมิตรที่มีการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการว่าครอบคลุมประเภทพันธมิตรที่จำเป็นต่อการดำเนินโครงการเท่านั้น เมื่อสำนักงานมิได้กำหนดเกณฑ์ย่อยในการพิจารณารายละเอียดไว้ จึงถือว่าเป็นกรณีที่หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกไม่มีความชัดเจน อาจเป็นการเปิดช่องให้มีการใช้ดุลพินิจโดยไม่มีกรอบที่จะตรวจสอบได้ ซึ่งการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานในโครงการที่มีวงเงินงบประมาณสูงถึง 495,000,000 บาท ย่อมต้องอาศัยหลักเกณฑ์การพิจารณาและการให้น้ำหนักคะแนนที่ชัดเจน มีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมกำกับในแต่ละหัวข้อ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติต่อผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน หากหลักเกณฑ์การพิจารณามีลักษณะกว้างและมิได้กำหนดกรอบการให้คะแนนไว้อย่างเป็นรูปธรรม ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจได้อย่างกว้างขวางเกินสมควร และกระทบต่อความเป็นธรรมในการคัดเลือก แต่หากสำนักงานได้กำหนดหลักเกณฑ์ย่อยหรือแนวทางการให้คะแนนเพิ่มเติมจากที่ประกาศไว้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวย่อมเป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อการจัดทำข้อเสนอและการประเมินข้อเสนอ จึงควรเปิดเผยหรือแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอทราบล่วงหน้าโดยทั่วกัน เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและสามารถจัดทำข้อเสนอได้ บนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกัน ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้รับแจ้งว่ามีการกำหนดเกณฑ์ย่อยแต่อย่างใด
ในกรณีนี้เมื่อมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการครบถ้วนตามหลักเกณฑ์แล้วทั้งในส่วนของคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ เอกสารหลักฐานประกอบ และสาระสำคัญของข้อเสนอทางเทคนิค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่สำนักงานกำหนด มหาวิทยาลัยจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าข้อเสนอของมหาวิทยาลัยสมควรได้รับการประเมินและให้คะแนนตามหลักเกณฑ์และค่าน้ำหนักที่สำนักงานประกาศไว้ แต่ผลการพิจารณาปรากฏว่า มหาวิทยาลัยมิได้เป็นผู้ผ่านการคัดเลือก ประกอบกับสำนักงานมิได้ประกาศผลคะแนนให้มหาวิทยาลัยทราบ มหาวิทยาลัยจึงเห็นว่า การพิจารณาคัดเลือกของสำนักงานอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
2.การประกาศผลการพิจารณาตามหนังสือที่อ้างถึง 2 มิได้แสดงคะแนนรวม คะแนนรายหัวข้อ คะแนนรายเกณฑ์ย่อย เหตุผลประกอบการให้คะแนน เหตุผลประกอบการหักคะแนน ข้อพิจารณาหรือผลการประเมินของคณะกรรมการ นอกจากนี้ ยังมิได้เปิดเผยหลักเกณฑ์หรือแนวทางการประเมินที่คณะกรรมการใช้ประกอบการพิจารณา จึงทำให้มหาวิทยาลัยไม่อาจตรวจสอบได้ว่าการประเมินข้อเสนอเป็นไปตามหลักเกณฑ์และค่าน้ำหนักที่สำนักงานประกาศไว้หรือไม่ รวมทั้งไม่อาจทราบได้ว่าข้อเสนอของมหาวิทยาลัยได้รับการพิจารณาในแต่ละหัวข้ออย่างเป็นธรรมหรือไม่อย่างไร และมีข้อบกพร่องหรือข้อจำกัดในประเด็นใด นอกจากนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นผู้เข้าร่วมเสนอขอรับการคัดเลือกจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับการพิจารณาคัดเลือก ฉะนั้น เพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม มหาวิทยาลัยจึงขอทราบผลคะแนนในแต่ละหัวข้อของมหาวิทยาลัยและขอความอนุเคราะห์สำนักงานเผยแพร่ระเบียบสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานเพื่อดำเนินงานโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2563 รวมทั้งขอความอนุเคราะห์เปิดเผยหลักเกณฑ์หรือแนวทางการประเมินที่คณะกรรมการใช้ประกอบการให้คะแนนในแต่ละหัวข้อ (ถ้ามี)ให้แก่มหาวิทยาลัยเพื่อประกอบการตรวจสอบการเสนอโครงการของมหาวิทยาลัยที่ได้ยื่นต่อสำนักงานด้วย
ดังนั้น เมื่อผลการพิจารณาไม่ปรากฏรายละเอียดเพียงพอให้มหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบได้ว่าการให้คะแนนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้หรือไม่ อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจในการประเมินข้อเสนอ มหาวิทยาลัยจึงเห็นว่าการพิจารณาดังกล่าวยังอาจมีข้อบกพร่องในกระบวนการพิจารณาที่สมควรได้รับการทบทวน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาทบทวนและเพิกถอนผลการพิจารณาเดิม และระงับหรือชะลอการลงนามในข้อตกลงร่วมดำเนินการกับหน่วยงานที่ได้รับการคัดเลือกไว้ก่อนจนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์นี้จะแล้วเสร็จต่อไป จะขอบคุณยิ่ง

messageImage_1784703564769
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากทางมหาวิทยาลัยศิลปากรทำหนังสืออุทธรณ์ถึงสสว.เกี่ยวกับผลการคัดเลือกโครงการดังล่าว ปรากฏว่ามีคนที่อ้างว่าใกล้ชิดกับผู้บริหาร สสว.คนหนึ่งโทรศัพท์ไปข่มขู่อาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากรซึ่งเป็นผู้เสนอโครงการดังกล่าว ทำให้อาจารย์คนดังกล่าวไปแจ้งบันทึกประจำวันที่ สน.ประชาชื่นเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2569
ทั้งนี้ ในบันทึกแจ้งบันทึกประจำวันระบุว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ได้มี นาย ว.(นามสมมุติ) อ้างว่าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหาร สสว.คนหนึ่ง ได้โทรศัพท์มาหาผู้แจ้งแล้วพูดกับผู้แจ้ง ทำนองว่า "ทางมหาวิทยาลัยศิลปากร เนรคุณ เกี่ยวกับการที่ นาย ว. เคยช่วยเหลือเกี่ยวกับการทำงาน กับ สสว. ประสงค์ให้ผู้แจ้ง ถอนอุทธรณ์ (โครงการ 495 ล้าน ชื่อโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศน์ E-commerce ของไทยฯ และ โครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) และ ข่มขู่ อีกทำนองว่า อยากให้ลูกอยู่สุขสบายไหม เป็นเหตุให้ผู้แจ้งตกใจกลัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน" โดยมีพ.ต.ท.สุรศักดิ์ สังข์แก้ว สว.(สอบสวน)สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งไว้เป็นหลักฐานตามความประสงค์ของผู้แจ้งแล้ว

ppvcxxccccc




