กองปราบฯ ส่งหมายเรียกคดีโกงสอบท้องถิ่นครบแล้ว! 'เรืองเดช' ประสานเข้าพบตามนัด 31 ก.ค.นี้ ส่วน 'ธีรุตม์' ขอเลื่อนไปสัปดาห์หน้า อ้างอยู่ต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นวันหยุดยาว กลุ่มแก้ข้อสอบทั้ง 11 ราย ถ้ายังไม่ประสานมา หากผิดนัดต้องออกหมายครั้งที่สอง ไม่มาอีกถูกออกหมายจับแน่
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าหลังพนักงานสอบสวนกองปราบส่งหมายเรียกให้ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นทั้ง 13 คน เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ว่า ขณะนี้หมายเรียกที่ส่งไปให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ ทั้งคู่ได้รับหมายเรียกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า นายเรืองเดชประสานว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 31 กรกฎาคม ตามหมาย ส่วนนายธีรุตม์ได้รับการประสานว่า จะขอเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบในสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังอยู่ต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นช่วงวันหยุดยาว โดยทั้งคู่จะถูกแจ้ง 7 ข้อหาหนัก
ส่วนผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจ ปปป. พบอยู่ที่บริษัทของจ่าพิชิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ทั้ง 11 ราย ขณะนี้คาดว่าส่งหมายเรียกครบแล้ว แต่ยังไม่มีการประสานว่าจะเข้ามาพบตำรวจเมื่อใด ทั้ง 11 ราย ไม่น่าจะมีปัญหาในการเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เพราะทั้งหมดเคยให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไปแล้ว
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หมายเรียกครั้งแรกจะครบกำหนดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ หากผู้ที่ถูกออกหมายเรียกยังไม่เข้ามา พนักงานสอบสวนกองปราบจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 เมื่อครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 แล้วยังไม่มา กองปราบจะขออำนาจศาลออกหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และจ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำขณะนี้ ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวนกองปราบจะเข้าเรือนจำไปแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้งสามราย ในข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งไปแล้ว 3 ข้อหา ประกอบด้วย มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ

ตารางข้อมูล




