News Logo
หน้าแรก
นายกฯ อนุทิน ชี้สอบทุจริตฯท้องถิ่น 'จบแล้ว' พร้อมรับซักฟอกฝ่ายค้าน

นายกฯ อนุทิน ชี้สอบทุจริตฯท้องถิ่น 'จบแล้ว' พร้อมรับซักฟอกฝ่ายค้าน

3 ส.ค. 2569 11:42
ผู้ชม 18 คน

"อนุทิน" ยันคดีทุจริตสอบท้องถิ่น "จบแล้ว" รัฐบาลดำเนินการครบทุกขั้นตอน   ทั้งเรื่องยกเลิกผลสอบ ขยายผลสืบสวน ย้ำพร้อมรับศึกซักฟอกจากฝ่ายค้านทุกประเด็น ไม่หวั่นประเด็น สว. ยืนยันจุดยืนไทยไม่รับ "ภาคบังคับ" เจรจาแผนที่กัมพูชา พิจารณาขยายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้ไม่ใช่ประชานิยม แต่กระตุ้นเศรษฐกิจเป็นช่วงๆ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่กระทรวงมหาดไทยในหลายประเด็นก่อนเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียวันที่ 3-4 สิงหาคม โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันหนักแน่นว่าเรื่องดังกล่าว "จบแล้ว" รัฐบาลได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจับกุมผู้กระทำผิด การดำเนินคดีทางวินัยร้ายแรง การประกาศยกเลิกผลการสอบที่เกิดปัญหา รวมถึงการขยายผลสืบสวนไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยกระบวนการยุติธรรมได้เริ่มเดินหน้าแล้ว ผู้กระทำความผิดหลายรายได้ถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีทางกฎหมาย พร้อมกับการแจ้งเลิกจ้างผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต

 นายอนุทินกล่าวเสริมว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ มีหน่วยงานอิสระที่สำคัญเข้าร่วมตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะ "ไม่มีมวยล้มแน่นอน" และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตอย่างเด็ดขาด โดยรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ต้องสงสัยยังถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งเพื่อไม่ให้มีอำนาจในการสั่งการหรือเกี่ยวข้องกับคดีอีกต่อไป ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการทันทีที่เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

สถานการณ์ชายแดนใต้และการปราบปรามอาชญากรรม

นายอนุทิน ชี้แจงถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หลังจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตในอำเภอตากใบ โดยระบุว่าได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดตามสถานการณ์และหาตัวผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่ ขณะนี้มีคณะทำงาน ประกอบด้วยผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการดูแลสถานการณ์และประชาชนอย่างใกล้ชิด

 นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำว่า นอกจากปัญหาความมั่นคงแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องยาเสพติดและการค้าของเถื่อนที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง โดยไม่มีการ "เคลียร์" ให้ผู้กระทำผิดรอดพ้นจากความผิด พร้อมยกตัวอย่างการจับกุมสินค้าเถื่อนที่ระนองมูลค่ากว่า 200-300 ล้านบาท และที่ชุมพร รวมถึงการใช้รถเอ็กซเรย์ที่จัดซื้อมาใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับยาเสพติด ยืนยันว่าหากใครแหยมเข้ามาท้าทายกฎหมายก็ต้องถูกจับ และเจ้าหน้าที่ได้ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าการเคลียร์คดีไม่สามารถทำได้

การเยือนอินโดนีเซียและนโยบายระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงกำหนดการเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซียว่า มีเป้าหมายเพื่อหารือในหลายประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ประธานาธิบดีเมียนมามีกำหนดเยือนประเทศไทย โดยนายตนจะใช้โอกาสนี้หารืออย่างจริงจังในประเด็นปัญหายาเสพติด แร่ธาตุในแม่น้ำ และปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการประชุมร่วมกัน

รายงานพิเศษของสหประชาชาติและท่าทีต่อกัมพูชา

ในส่วนของรายงานพิเศษของสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับประเทศไทย นายอนุทินกล่าวว่ารายงานดังกล่าวยังไม่ได้พิจารณาข้อมูลจากฝั่งไทยอย่างครบถ้วน ดังนั้นประเทศไทยจึงยังไม่ยอมรับความเห็นในรายงานนั้น และรองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จะเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดต่อไป

สำหรับประเด็นเรื่องแผนที่ชายแดนกับกัมพูชาที่กัมพูชาจะส่งหนังสือรับรองแผนที่หนึ่งต่อสองแสน และหนังสือรับรอง MOU เพื่อเจรจา นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับคำว่า "ภาคบังคับ" (compulsory) ในการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาทางทะเลและกฎเกณฑ์ของ UNCLOS หากกัมพูชายังคงยืนกรานใช้คำว่า "ภาคบังคับ" การเจรจาก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ และประเทศไทยมีความมั่นใจในจุดยืนของตนเอง ซึ่งได้มีการเจรจากันมาโดยตลอด และจะไม่มีใครมาบังคับประเทศไทยได้

นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อถูกถามถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนและผู้ค้าที่ต้องการให้ขยายโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าจะนำไปพิจารณาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ งบประมาณ และสภาพเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม แต่เป็นรัฐบาลที่ต้องการทำให้ทุกคนสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ หากมีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจเดินหน้าได้ รัฐบาลก็จะกระตุ้นเป็นช่วงๆ ไป แต่ยังไม่ได้พิจารณาปรับเพิ่มวงเงินรายวันตามที่พ่อค้าแม่ค้าเสนอแต่อย่างใด

ความพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจและประเด็นทางการเมือง

เกี่ยวกับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่อาจเกิดขึ้นในกลางเดือนสิงหาคมนี้ นายอนุทินกล่าวแสดงความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยระบุว่าฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจงและตอบคำถามทุกประเด็น ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต "ไม่มีทำชั่ว ทำเลว" จึงไม่มีอะไรต้องกังวล

นายกรัฐมนตรียังกล่าวเปรียบเทียบว่ารัฐบาลในอดีตอย่างสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ถูกซักฟอกตั้งแต่ช่วง 3-4 เดือนแรกของการทำงานเช่นกัน และตนเองก็ไม่เคยพลาดสักรอบ

เมื่อถามถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านอาจหยิบยกเรื่อง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ "สว. ภาคพิเศษ" มาอภิปราย นายกรัฐมนตรีตั้งคำถามกลับว่า "มันเกี่ยวอะไรกับรัฐบาล" เพราะ สว. ชุดปัจจุบัน มาจากการเลือกเมื่อปี 2561-2566 ซึ่งมาตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารประเทศ และรัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ สว. ที่มาจากการเลือกในปีก่อนหน้า รัฐบาลจะตอบในเรื่องการทำงานและการบริหารประเทศ ไม่ใช่เรื่องการเมือง

 ส่วนการประเมินผลงานของรัฐมนตรีในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าให้ถามประชาชน เพราะรัฐบาลไม่สามารถตัดสินตัวเองได้ แต่ต้องทำงานให้ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่ารัฐบาลชุดนี้ได้สร้างคุณประโยชน์อะไรบ้าง และรัฐบาลพร้อมยอมรับทุกการตัดสินใจของประชาชน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.4 เผยได้ชื่อโกงสอบท้องถิ่น 5,925คนแล้ว ยันไม่เกิน ส.ค.พ้นตำแหน่งแน่
มท.4 เผยได้ชื่อโกงสอบท้องถิ่น 5,925คนแล้ว ยันไม่เกิน ส.ค.พ้นตำแหน่งแน่