News Logo
หน้าแรก
จับตา! ป.ป.ช. ลุยคุกสอบ 'ดร.วิน-จ่าพิชิต' วัดฝีมือไล่ล่าจอมบงการใหญ่?

จับตา! ป.ป.ช. ลุยคุกสอบ 'ดร.วิน-จ่าพิชิต' วัดฝีมือไล่ล่าจอมบงการใหญ่?

4 ส.ค. 2569 11:23
ผู้ชม 32 คน

"...ความท้าทายของคดีนี้ ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครมีส่วนร่วมในการแก้คะแนน” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า “ใครสร้างกระบวนการให้คะแนนถูกแก้ได้” ผู้สั่งการและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์พันล้านที่แท้จริงเป็นใครกันแน่? การเปิดโปงกระชากหน้ากากตัวการที่แท้จริงผู้ได้รับประโยชน์จากขบวนการทั้งหมด จึงนับเป็นภารกิจสำคัญของ ป.ป.ช. ที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังเฝ้าจับตารอดูฝีมือการทำงานของ ป.ป.ช. ในรูปแบบคดีพิเศษ ว่าจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด..."

ณ วินาทีนี้ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ภายในสัปดาห์นี้ องค์คณะไต่สวนคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเดินทางเข้าไปสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา 2 รายสำคัญในคดีนี้ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ คือ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง) หรือ ดร.วิน ที่อ้างว่าเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจ่าพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ อย่างแน่นอน

โดยในส่วนของจ่าพิชิต ทั้งพรม มีข่าวยืนยันว่า นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้นำทีมเข้าไปสอบปากคำด้วยตนเอง หลังจากในช่วงที่ผ่านมา มีการประชุมองค์คณะไต่สวนไปแล้วหนึ่งครั้ง นอกจากกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้ง เช่น ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อวางแนวทางการไต่สวน และรับฟังรายงานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ว่า ทำการไต่สวนและสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วอย่างไร

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

นอกจากการไต่สวนพยานปากสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมไว้แล้ว ยังมีการวางผังการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัดที่มีการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่สอบได้ และมีการแก้ไขกระดาษคำตอบ

เบื้องต้น มีการเรียกตัว ดร.เรืองเดช ศิริกิจ อดีตผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นในครั้งนี้ เข้าให้ปากคำไปแล้ว โดยใช้ระยะเวลายาวนานมาก ตั้งแต่ช่วงเช้าประมาณ 9 โมง จนถึงเย็นประมาณ 5 โมงเย็น การสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้น

และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ดร.เรืองเดช ให้การอย่างไรบ้าง หรือมีการขอกันตัวเป็นพยานในคดีหรือไม่

ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะมีข่าวปรากฏว่า นายเรืองเดช ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พนักงานสอบสวนกองปราบ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ซึ่งจากการสอบสวน นายเรืองเดชได้ให้การรับสารภาพในประเด็นสำคัญว่า เป็นผู้ที่นำแฟลชไดรฟ์บรรจุข้อสอบและไฟล์ข้อสอบของผู้สมัครสอบข้าราชการท้องถิ่น ไปส่งให้กับกลุ่มบุคคล 11 คน ภายใน บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด จังหวัดนนทบุรี ของจ่าพิชิต เพื่อดำเนินการแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยส่งมอบให้กับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สอดคล้องกับข้อมูลทางลับของเจ้าหน้าที่สอบสวนที่ว่า กระบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบ เส้นทางแฟลชไดรฟ์ และข้อมูลกระดาษคำตอบ ถูกส่งต่อจากผู้บริหาร มศว ไปให้นายวิน ธนพชรโภคิน เพื่อนำไปมอบให้จ่าพิชิตและพรรคพวก ดำเนินการแก้ไขข้อมูล

อย่างไรก็ตาม นายเรืองเดช ยืนกรานปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งในฐานะลูกจ้างตามขอบเขตของงาน (TOR) ซึ่งได้รับคำสั่งมาจากนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และยืนยันว่าไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา (กรณีนี้ ต้องรอฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ของ นายธีรุตม์ อีกครั้ง เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตคดีโกงสอบท้องถิ่น)

ส่วนความสัมพันธ์กับ ดร.วิน นั้น นายเรืองเดช ระบุว่ารู้จักกัน เนื่องจากอยู่ในแวดวงการศึกษาเช่นเดียวกัน

สอดคล้องกับข้อมูลเชิงลึกบทบาทของ ดร.วิน ที่มักถูกกล่าวถึงในแวดวงคนใกล้ชิดว่า เป็น "ล็อบบี้ยิสต์" มีเส้นสายรู้จักคนใหญ่คนโตในแวดวงข้าราชการและนักการเมืองมาหลายสิบปี ไม่ต่างจาก จ่าพิชิต ที่มักถูกระบุว่า มีเส้นสายรู้จักคนใหญ่คนโตในแวดวงข้าราชการและนักการเมืองมาหลายสิบปีเช่นกัน โดยเฉพาะในย่านจังหวัดนนทบุรี

จับกุมตัวนายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง)

จับกุมตัวนายวิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง)

จับกุมตัว จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม

จับกุมตัว จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าบทบาทและสถานะของ ดร.วิน และจ่าพิชิต ถือเป็นตัวละครสำคัญของเรื่องนี้ และอาจเป็นบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงหลายส่วนของเครือข่ายที่ถูกกล่าวหา

ขณะที่จากพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนอ้างถึงในชั้นสอบสวน ดร.วิน และจ่าพิชิต ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเพียงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายหนึ่ง แต่ถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทในหลายมิติพร้อมกัน ได้แก่

  • เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างกลุ่มผู้ปฏิบัติการกับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการสอบ

  • ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนสอบของผู้สมัคร

  • ถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มนายหน้าที่เรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ

  • เป็นผู้ที่คำให้การถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการขยายผลไปยังผู้ต้องหารายอื่น

ด้วยเหตุนี้ แนวทางการสอบสวนจึงมองว่า ดร.วิน และจ่าพิชิต นับเป็น "จุดเชื่อม" ระหว่างผู้ถูกกล่าวหาหลายกลุ่ม ทั้งฝั่งผู้จัดการสอบ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการแก้ไขคะแนน และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าจัดหาผู้เข้าสอบ

ประกอบกับที่ผ่านมา ป.ป.ช. ยังไม่ได้มีการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายนี้อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ดี ตามข่าวที่ปรากฏในช่วงเวลาที่ผ่านมา จากการสอบสวนข้อมูลในชั้นพนักงานสอบสวนของตำรวจ ระบุว่า จ่าพิชิตยังปิดปากเงียบ ไม่ให้การใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่ในส่วนของ ดร.วิน เริ่มให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี มีบทบาทเป็นผู้ประสานงาน เชื่อมโยงบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ และเป็นผู้รับมอบข้อมูลแฟลชไดรฟ์ รวมถึงกระดาษคำตอบ ส่งต่อให้จ่าพิชิต

ดร.วิน และจ่าพิชิต จึงถือเป็นตัวละครสำคัญในคดีนี้ ที่ ป.ป.ช. ต้องการคำให้การมาใช้ประกอบในสำนวนการสอบสวน

ขณะที่มีกระแสข่าวที่ว่า ประธาน ป.ป.ช. เตรียมเดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาภายในเรือนจำด้วยตนเอง ก็สะท้อนให้เห็นว่า ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับคดีนี้ในระดับสูง ซึ่งน่าจะมีเหตุผลสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ

หนึ่ง

คดีนี้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายระดับถูกกล่าวหา ทั้งผู้บริหารหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการไต่สวนความผิดเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ

สอง

ดร.วิน และจ่าพิชิต อยู่ระหว่างการควบคุมตัวในเรือนจำ หลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว การสอบปากคำจึงต้องดำเนินการภายในเรือนจำตามกระบวนการทางกฎหมาย

สาม

หากผู้ต้องหาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น การตรวจสอบเส้นทางการติดต่อ การแบ่งหน้าที่ และการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการไต่สวนของ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ หากวิเคราะห์พฤติการณ์คดีโกงสอบท้องถิ่นนี้ จะพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทำงาน ได้แก่ กลุ่มผู้ประสานงาน กลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่านำข้อสอบออกจากระบบ กลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่าแก้ไขกระดาษคำตอบและคะแนนสอบ กลุ่มนายหน้าที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงิน และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกในกระบวนการต่าง ๆ เป็นต้น

คำให้การของ ดร.วิน และ จ่าพิชิต จึงเหมือนเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่” ที่จะช่วยเปิดเส้นทางของขบวนการ ว่าใครทำหน้าที่อะไร ใครเป็นผู้สั่งการ และข้อมูลข้อสอบกับกระดาษคำตอบถูกส่งต่อผ่านมือใครบ้าง

หากสามารถชี้ให้เห็นเส้นทางการติดต่อ การส่งต่อข้อมูล การแบ่งหน้าที่ และความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลต่าง ๆ ได้ ก็อาจนำไปสู่การเปิดเผยผู้เกี่ยวข้องรายอื่นที่ยังไม่ปรากฏชื่อในสำนวน รวมไปถึงเส้นทางการเงินในคดี มูลค่ามหาศาลกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังเป็นความลับดำมืด ไม่รู้ว่าตกหล่นเข้าไปอยู่ในกระเป๋าใครบ้าง และมีนักการเมืองระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่

เพราะความท้าทายของคดีนี้ ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครมีส่วนร่วมในการแก้คะแนน” เพียงอย่างเดียว

แต่อยู่ที่ว่า “ใครสร้างกระบวนการให้คะแนนถูกแก้ได้” ผู้สั่งการและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์พันล้านที่แท้จริงเป็นใครกันแน่?

การเปิดโปงกระชากหน้ากากตัวการที่แท้จริงผู้ได้รับประโยชน์จากขบวนการทั้งหมด จึงนับเป็นภารกิจสำคัญของ ป.ป.ช. ที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังเฝ้าจับตารอดูฝีมือการทำงานของ ป.ป.ช. ในรูปแบบคดีพิเศษ ว่าจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด?

คดีใหญ่ขนาดนี้ หลักฐานชัดขนาดนี้ บทสรุปสุดท้าย ป.ป.ช. จะไล่ล่าตัว จอมบงการผู้สั่งการได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง มาได้หรือไม่?

ป.ป.ช. ยุคนี้มีฝีมือแค่ไหน? อย่างไร?

อดใจรออีกไม่นาน สาธารณชนน่าจะได้รับทราบคำตอบที่ชัดเจนกันแน่นอน

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ทุจริตสอบท้องถิ่น
ดร.วิน
จ่าพิชิต
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอสรณ'นำ ขรก.ร่วมพิธีวันสื่อสารฯ หลังกฤษฎีกาชี้ขาดสถานะ กก.สรรหาฯ
'หมอสรณ'นำ ขรก.ร่วมพิธีวันสื่อสารฯ หลังกฤษฎีกาชี้ขาดสถานะ กก.สรรหาฯ