"ปกรณ์" เผยคณะกรรมการสางโกงทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 สรุปผล พบข้อบกพร่องครอบคลุมเกือบทุกขั้นตอน ชี้ชัดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่-บุคคลภายนอกเอี่ยว เตรียมเสนอ "นายกรัฐมนตรี" สั่งดำเนินคดีอาญา-แพ่ง-วินัย คาดมีผู้เกี่ยวข้องกว่าร้อยราย พร้อมปรับโครงสร้าง-กลไกการสอบทั้งระบบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวในประเด็นความคืบหน้าการสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 โดยเปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ถือเป็นการนัดสุดท้าย เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน สรุปข้อเสนอแนะ และบันทึกข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการโดยเร็วต่อไป
นายปกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงจนปรากฏชัดว่า กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นประจำปี 2568 มีข้อบกพร่องเกิดขึ้นในเกือบทุกขั้นตอนและกระบวนงาน การตรวจสอบยังพบว่ามีหน่วยงาน ผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราชการเข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้ด้วย
นายปกรณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นสารตั้งต้นที่จะระบุว่ากระบวนการใดมีข้อบกพร่อง และควรดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการ ทั้งในประเด็นของคดีอาญา คดีทุจริต และคดีแพ่งที่จะตามมาในลำดับต่อไป
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้กล่าวเสริมถึงรายละเอียดของการตรวจสอบ โดยระบุว่าคณะทำงานฯ ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบและสรุปผลภายในระยะเวลาประมาณ 30 วัน ตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ อธิบายว่า การตรวจสอบเริ่มต้นจากการพิจารณาจุดกำเนิดของปัญหา นั่นคือประเด็นการขออัตรากำลังก่อนการสอบ ซึ่งพบความผิดปกติในเรื่องของปริมาณการบรรจุที่มีจำนวนมากกว่าอัตราที่ได้ขอไว้ คณะกรรมการฯ จึงมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการพิจารณากรอบอัตรากำลังนี้ด้วย
สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงในขั้นตอนของการสอบนั้น คณะทำงานได้พิจารณาแยกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนการสอบ ระหว่างการสอบ และหลังการสอบ เพื่อค้นหาจุดบกพร่องหรือความผิดสังเกตที่อาจนำไปสู่การทุจริตได้
ก่อนการสอบ: คณะทำงานได้เรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องและเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ พบข้อสังเกตเกี่ยวกับเงื่อนไขการอ้างอิง (TOR) ที่ปรากฏในลักษณะที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อบางฝ่าย
ระหว่างสอบ: มีการควบคุมการสอบและการแบ่งศูนย์สอบ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบได้เน้นไปที่ระยะเวลาที่สำคัญที่สุดคือหลังการสอบ
หลังการสอบ: จากการตรวจสอบพบประเด็นปัญหาที่ชัดเจนคือมีการแก้ไขคะแนน และการประกาศรับรองบุคคลที่ผ่านการสอบ ซึ่งมีการแก้ไขทั้งในส่วนของจำนวนผู้ผ่านการสอบ และพบความผิดปกติในใบคะแนนที่ใช้ในการประมวลผล
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ได้จากการตรวจสอบตั้งแต่การกำหนดกรอบอัตราและการสอบ คณะทำงานได้ข้อสรุปในเบื้องต้น และจะจัดทำข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีอย่างครอบคลุม ซึ่งข้อเสนอแนะจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักดังนี้:
เรื่องตัวบุคคล: ผู้ที่เข้าข่ายอาจต้องถูกดำเนินคดี ทั้งทางอาญา ทางแพ่ง ทางวินัย และทางจริยธรรม ซึ่งเป็นภารกิจที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องรับไปดำเนินการต่อ เนื่องจากคณะทำงานมีหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอแนะเท่านั้น
เรื่องการปรับปรุงและทบทวนกระบวนการ: เสนอให้มีการทบทวนองค์คณะ วิธีการ และกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่น โดยจะระบุว่าส่วนราชการใดบ้างที่จะต้องรับไปดำเนินการในเรื่องใด อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น, สำนักงาน ก.พ. ซึ่งจะต้องดำเนินการในส่วนของการปรับปรุงระบบ และสำนักงาน ป.ป.ท. กับสำนักงาน ป.ป.ง. จะเป็นผู้ดำเนินการในมิติของการดำเนินคดี
ผบ.ตร.กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอแนะเหล่านี้จะจัดทำเป็นบทสรุปเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้วและจะมีการปรับรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ในการนำเสนอให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ พิจารณาและรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
นายปกรณ์ ได้กล่าวสรุปเพิ่มเติมว่า พบผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้จำนวนมาก และคณะกรรมการฯ พบข้อบกพร่องในกระบวนการต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการให้ดำเนินการในขั้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่ง ทางอาญา ทางทุจริต และทางวินัย สำหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยนายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้ดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมดอย่างไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงการพิจารณาเพิกถอนกระบวนการหรือการประกาศผลสอบที่ผิดปกติ ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และ กสถ. คงจะต้องรับไปดำเนินการต่อไป
รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า มีการพาดพิงถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และมีบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องหลายคน รวมถึงปัญหาบางประการเกี่ยวกับคู่สัญญา ซึ่งอาจจะต้องดำเนินการทางแพ่งตามสัญญาในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่รัฐ การตรวจสอบคาดว่ามีผู้เกี่ยวข้องในกรณีนี้มากกว่าร้อยคน โดยเฉพาะในรูปของคณะกรรมการที่ทำงาน รวมถึงกรรมการแต่ละคนหรือผู้เกี่ยวข้องแต่ละคนที่อาจมีส่วนร่วมหรือมีส่วนทำให้เกิดข้อบกพร่อง
นายปกรณ์ได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบโดยรวมของคณะกรรมการต่าง ๆ โดยระบุว่า ควรมีการพิจารณาว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดข้อบกพร่องและนำมาซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบโดยรวมของคณะกรรมการ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ทุกคนในคณะกรรมการจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยตรง แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความรับผิดชอบในการปล่อยให้เกิดความบกพร่อง ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงมหาดไทยจะต้องไปพิจารณาในรายละเอียดของกรรมการแต่ละคนที่รับผิดชอบ และต้องพิสูจน์เจตนาในรายละเอียดของแต่ละบุคคล เนื่องจากมีคณะกรรมการหลายชุดและมีการเปลี่ยนบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งกระบวนการดำเนินการนี้จะมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา แต่จะต้องดำเนินการจนแล้วเสร็จ โดยจะรอรายงานฉบับจริงที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีจะลงนามต่อไป
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




