‘อภิสิทธิ์’ย้ำปชป. ตรวจสอบข้อพิรุธ ‘สสว.’คัด 2 โครงการ 994 ล้าน ไม่โปร่งใส-ขู่เจ้าหน้าที่ม.ศิลปากรให้ถอนอุทธรณ์ จี้รมต.ประจำสำนักนายกฯ เคลียร์ให้ชัด
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ยกอุทธรณ์ 2 โครงการของมหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งเรื่องการตัดสิทธิการเสนอโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย (Marketplace & Open Commerce Network) วงเงิน 499 ล้านบาท และประเด็นที่ร้องว่าไม่มีความโปร่งใสในการให้คะแนนคัดเลือกร่วมโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท รวม 994 ล้านบาท โดยทางตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร ไปยื่นเรื่องให้พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบความโปร่งใสในการคัดเลือก 2 โครงการดังล่าวและกรณีที่อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาศิลปากรถูกข่มขู่ให้ถอนอุทธรณ์นั้น
เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่คลิปในหัวข้อ “เปิดปม! ข้อพิรุธและความไม่โปร่งใส โครงการ สสว. ถึงขั้น "ข่มขู่" ผู้ไม่ผ่านการคัดเลือก” โดยนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า “มีข่าวคราว ทั้งเรื่องของข้อพิรุธ ความไม่โปร่งใสไปจนถึงการข่มขู่ โครงการของ สสว. ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมเรื่องของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีโครงการในเรื่องของการทำแพลตฟอร์ม ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ปรากฏว่าในกรณีนี้เรื่องของการคัดสรรผู้ที่เข้ามาร่วมโครงการนั้น ปรากฏว่ามีข่าวคราวทั้งเรื่องของข้อพิรุธความไม่โปร่งใส ไปจนถึงการข่มขู่ ผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกแล้วก็ต้องการที่จะอุทธรณ์ในเรื่องนี้ เรื่องนี้ก็มีการติดตามอย่างใกล้ชิด”
“โดยจะมีการนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมาธิการ ปปง. ซึ่ง ส.ส. พิทักษ์เดช (เดชเดโช) เป็นประธานคณะกรรมาธิการอยู่ ควบคู่กันไปก็คงจะมีการเรียกร้องให้ทางรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สสว. คือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) เข้ามาดูเรื่องนี้ เพราะว่า 1.ทุกโครงการนั้นต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 2. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องของการข่มขู่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการของการคัดเลือกจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานใดก็ตาม และ 3.เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มีการมาตรวจสอบ สำรวจดูว่าการทำหน้าที่ของ สสว. ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้นมีประสิทธิภาพแค่ไหน ต้องปรับปรุงอย่างไร เพราะพรรคประชาธิปัตย์เองก็เตรียมเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฉบับใหม่” นายอภิสิทธิ์กล่าว




